เขตพื้นที่ขอกระจายอำนาจรับนร "สพท.-กศจ."ดำเนินการเอง


เพิ่มเพื่อน    



3มิ.ย.62-เขตพื้นที่ ประสานเสียง ขอกระจาย อำนาจ การรับนักเรียนลงสู่จังหวัด สพฐ.แค่กำหนดกรอบกว้างๆในความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล เท่านั้น  เหตุเจ้าของพื้นที่เองจะรู้บริบทการทำงานของตัวเองดี “สุเทพ” เตรียม นำข้อเสนอ หารือ กพฐ. หาข้อสรุป

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่เมื่อเร็วๆ นี้ มีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ ซึ่งในที่ประชุมตนได้รับฟังเสียงสะท้อนจากเขตพื้นที่เกี่ยวกับประเด็นแนวทางการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2563 โดยเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ต้องการให้กระจายอำนาจการรับนักเรียนไปให้เขตพื้นที่และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ร่วมกันวางแผนการรับนักเรียนเอง เนื่องจากทั้ง กศจ.และ สพท.จะรู้บริบทของโรงเรียนและข้อมูลจำนวนเด็กได้ดีกว่า และให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กพฐ.เป็นผู้กำหนดนโยบายวางกรอบเกณฑ์การรับนักเรียนไว้กว้างๆ เท่านั้น เช่น การกำหนดวันเวลารับสมัคร การรับนักเรียนต้องคำนึงถึงคุณภาพการศึกษา มีความโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล เป็นต้น รวมถึงเกณฑ์การรับนักเรียนหากกระจายอำนาจไปให้ กศจ.และ สพท.ดูแลแล้วก็จะต้องร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีความรับผิดชอบร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแผนรับนักเรียนต่อห้อง ที่เชื่อว่าเจ้าของพื้นที่เองจะรู้บริบทการทำงานของตัวเองได้ดีที่สุด อีกทั้งหากดำเนินการรับนักเรียนไปแล้วมีเรื่องร้องเรียนความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น กศจ.และ สพท.ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติและดูความเรียบร้อยให้เกิดหลักธรรมาภิบาล

“อย่างไรก็ตาม แนวทางการรับนักเรียนนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด เป็นเพียงแค่การรับฟังเสียงสะท้อนจากเขตพื้นที่ที่ถือเป็นหน่วยปฏิบัติงานในพื้นจริงเท่านั้น ดังนั้นผมจะนำความต้องการและเสียงสะท้อนในเรื่องการรับนักเรียนประเด็นดังกล่าวหารือกับ นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธาน กพฐ.อีกครั้ง เพื่อให้ได้แนวทางการรับนักเรียนที่ชัดเจน พร้อมกับออกประกาศเป็นเกณฑ์การรับนักเรียนปีการศึกษา 2563 ให้สังคมได้รับทราบต่อไป” ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ.กล่าว


คนจริง "เพื่อบ้านเพื่อเมือง" มีมาก แต่คนหนึ่งที่ผมต้องยอมรับนับถือทั้งกายและใจคือ "ไอ้ตี๋หัวลำโพง" คนนั้น เมื่อ ๖๐ ปีก่อน เรียกกันว่า "เหลี่ยงทง"

“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'