ฟ้องด้วยภาพ! พบหลักฐานมัดรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเก๋ง ทำคนตายกลับโบ้ยผิดคันอื่น


   

3 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ใกล้กับฟาร์มหมูบริษัทบุญทะพาน บ้านหนองหญ้าไซ ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ แค็บ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผล 7316 ขอนแก่น ชนกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฌน 2899 กรุงเทพมหานคร ด้านนอกพบศพผู้ตายเป็นชายสูงอายุ ทราบว่าชื่อนายพิศ ราชบัณฑิต อายุ 80 ปี ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพนม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา

เบื้องต้นนายคัมภีร์ ศรีนาแค อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ทำงานเป็นคนงานก่อสร้างถนนสายดังกล่าวที่อยู่ในระหว่างการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน รับว่าเป็นคนขับรถกระบะนิสสันคู่กรณี อ้างว่าได้ขับรถมาจากหน้าค่ายพระยอดเมืองขวาง มณฑลทหารบกที่ 210 ต.กุรุคุ เพื่อจะเดินทางกลับแคมป์คนงานที่อยู่ไม่ไกลนัก

ระหว่างทางมีรถเก๋ง ไม่ทราบยี่ห้อ สีและทะเบียน ขับแซงรถคันอื่นมาด้วยความเร็วสูง ตนจึงหักหลบจนรถเสียหลัก แฉลบออกข้างทาง ระหว่างนั้นที่ริมถนนมีคนงานประมาณ 20 คน กำลังทำงานกันอยู่ ตนจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเพื่อเกยกับคันดินหมายหยุดรถ แต่กลับเหินพุ่งไปชนรถเก๋งที่มีนายวิทยา ราชบัณฑิต อายุ 50 ปี ขับรถออกจากบ้านพักพร้อมกับลูกชายและลูกสะใภ้ เพื่อพานายพิศไปตัดผมในตัวเมืองนครพนม จนเป็นเหตุให้นายพิศเสียชีวิตคาเบาะด้านซ้ายคนขับ ส่วนตัวนายวิทยากับลูกบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุด ร.ต.อ.สิทธิชัย จันโทศิริ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดี ได้รับคลิปจากกล้องหน้ารถเก๋งฮอนด้าของนายวิทยา ความยาว 15 วินาที พบว่าเบื้องหน้ารถที่นายพิศผู้ตายนั่งมา มีรถเก๋งสีขาวที่ยังไม่ทราบยี่ห้อแน่ชัด วิ่งอยู่เบื้องหน้าจริง ในคลิปจะเห็นว่ารถเก๋งสีขาวได้ขับแซงขวารวดทีเดียวสองคัน เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะของนายคัมภีร์วิ่งสวนมาตามเลนตัวเองด้วยความเร็วเช่นกัน เมื่อรถเก๋งแซงแล้วก็หักเข้าเลนซ้าย ช่วงเสี้ยววินาทีนั้น รถกระบะของนายคัมภีร์หักหลบนิดหนึ่ง แล้วเกิดแฉลบเสียการทรงตัว ทำให้รถหมุนพุ่งชนรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส อย่างจังเป็นเหตุให้นายพิศเสียชีวิตคาที่

ทั้งนี้ เมื่อดูจากในคลิปแล้วไม่ตรงกับคำให้การของนายคัมภีร์ พยายามโยนความผิดให้รถเก๋งคันที่แซง ทั้งที่ตัวเองก็ขับรถมาด้วยความเร็ว และไม่ยอมยกคันเร่งให้ทาง อาจจะคิดว่าตนขับรถมาทางถูก จึงไม่ยอมหลบให้รถเก๋งคันที่แซง จนเป็นเหตุเศร้าสลดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวนายคัมภีร์มารับทราบข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนรถเก๋งคันที่แซงเจ้าหน้าที่จะต้องดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายความผิดใด


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร