
ฟันแล้ว รพ.เอกชนสูบเลือดคนไข้ ท้องเสียเจอค่ารักษา 3 หมื่นบาท ขณะที่อีกแห่งคิดค่ายามหาโหด กรมการค้าภายในส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐานค้ากำไรเกินควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1.4 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมเดินหน้าทำฐานข้อมูลราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ หลังทำข้อมูลราคายาเสร็จแล้ว ก่อนเผยแพร่บนเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ว่า กรมการค้าภายในได้ส่งเรื่องกรณีการคิดค่ารักษาพยาบาลและค่ายาของโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินจริงรวม 2 กรณี คือ การร้องเรียนเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย ถูกคิดค่าใช้จ่ายรวม 3 หมื่นบาท และการร้องเรียนเรื่องราคายาแพงเกินจริง ซึ่งทั้ง 2 กรณีได้ส่งเรื่องไปให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว หลังจากได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการค้ากำไรเกินควร เป็นความผิดตามมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข่าวแจ้งว่า กรณีค่ารักษาอาการท้องเสีย กรมการค้าภายในเห็นว่าเป็นการรักษาที่มากเกินกว่าความจำเป็น และมีการคิดราคาเกินสมควร ส่วนกรณีค่ายา เมื่อเปรียบเทียบกับราคาในบัญชียาที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ (UCEP) พบว่ามีการคิดราคาสูงเกินจริงมาก ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย จึงต้องส่งดำเนินคดี ส่วนกรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ออกมายืนยันว่าโรงพยาบาลเอกชนไม่ผิดนั้น ก็เป็นเรื่องของ สบส. กรมการค้าภายในพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะนี้กรมการค้าภายในได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ เช่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำฐานข้อมูลราคาเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้เป็นระบบ ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมที่ www.dit.go.th เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบราคาและเปรียบเทียบราคาของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการรักษา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จัดทำฐานข้อมูลราคายาเสร็จสิ้น และพร้อมเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมแล้ว โดยในเบื้องต้นจะจัดทำฐานข้อมูลราคาของเวชภัณฑ์ราว 3,000 รายการ และบริการทางการแพทย์ประมาณ 5,000 รายการ ที่อยู่ในบัญชี UCEP ก่อน จากนั้นจะขยายให้ครอบคลุมเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ทั้งหมด คาดว่าน่าจะทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 2-3 เดือน และเมื่อจัดทำเสร็จแล้วจะเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่อไป
สำหรับประโยชน์จากการจัดทำบัญชีราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเทียบราคาของแต่ละโรงพยาบาล และตัดสินใจเลือกเข้ารับการรักษาได้ และเมื่อเข้ารับการรักษาแล้ว หากพบว่าถูกคิดค่าใช้จ่ายในราคาสูงเกินจริง สูงกว่าที่มีการแจ้งราคาไว้กับกรมการค้าภายใน ก็สามารถร้องเรียนมาที่สายด่วน โทร.1569 หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีคิดราคาสูงเกินจริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542
กรมการค้าภายในยังเห็นว่า การจัดทำบัญชีราคาเวชภัณฑ์ฯ ยังจะช่วยให้โรงพยาบาลเอกชนตื่นตัว และแข่งขันกันให้บริการในราคาที่ถูกลง เพราะผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาได้แล้ว หากยังคิดราคาสูงอยู่ ก็อาจเสียลูกค้าได้ และยังจะทำให้ราคาเบี้ยประกันชีวิตและประกันภัยถูกลงด้วย ซึ่งจะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาทำประกัน เพื่อความมั่นคงของชีวิตมากขึ้น อันจะช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลรักษาพยาบาลของภาครัฐ.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |