พท.สกัด'ประยุทธ์' ตั้งข้อหาฉีกรธน.ขัดคุณสมบัตินายกฯ


เพิ่มเพื่อน    

5 มิ.ย. 62 -  ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 11.00 น.  มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา 

โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ปรากฎว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุม อาทิ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เนื่องจากเห็นว่าประธานอาจทำผิดข้อบังคับที่ระบุว่า เมื่อมีการเสนอชื่อแล้วจะต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า  1  ใน 5 ของที่ประชุม จึงกังวลว่าการยกมือรับรองอาจมีการยกมือรับรองซ้ำกัน ขอให้ประธานนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เพื่อป้องกันการรับรองชื่อซ้ำกัน แต่นายชวน ชี้แจงว่า การขานชื่อจะใช้เวลานาน เพราะไม่มีเครื่องมือในการนับคะแนน พร้อมยืนยันว่า ตนนั่งอยู่บนบัลลังก์เห็นชัดเจนว่ามีผู้รับรองถูกต้องตามจำนวนที่ข้อบังคับกำหนด

ต่อมา นายจิรวัฒน์ อรัณกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อสมควรเป็นนายกฯ ทั้ง 2 คนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นคัดค้านญัตติดังกล่าวทันที ก่อนที่ น.ส.ภาดาห์ วรกานนนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติสวน โดยขอให้ดำเนินการลงมติเลือกนายกฯ ตามระเบียบวาระ เพราะที่ผ่านมาไม่มีเคยมีการแสดงวิสัยทัศน์มาก่อน อีกทั้งรัฐธรรมนูญ และระเบียบข้อบังคับก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ ทำให้นายชวน ต้องขอมติต่อที่ประชุมเพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากต้องใช้วิธีการขานชื่อรายคน จึงอาจกระทบเวลาการประชุม เพราะไม่มีเครื่องนับคะแนน ทำให้นายจิรวัฒน์ ขอถอนญัตติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้กระทบเวลาการประชุมตามที่นายชวน ในฐานะประธานการประชุมได้หารือ

จากนั้น ประธานในที่ประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภา อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ มาตรา 160 (4) (5) และ (6) ระบุว่าบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ และต้องไม่เป็นพนักงานของรัฐอื่น ฉะนั้น ถ้ามีการรับรองชื่อคนที่ขาดคุณสมบัติจะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ หากดูโดยทั่วไปถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน เพราะได้รับเงินเดือนประจำจากภาษีประชาชน และกระทำการในการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับเงินเดือนของรัฐในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐอื่น จึงผิดคุณสมบัติแน่นอน วันนี้พรรคพลังประชารัฐ กลั่นกรองมาแล้วว่าบุคคลนี้มีคุณสมบัติ แต่หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เสนอไม่ได้ เพราะถ้าเสนอคนที่ไม่มีคุณสมบัติจะเท่ากับไม่ได้มีการเสนอ ตนถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และทำผิดคุณสมบัติหลายข้อ ฉะนั้น การฝ่าฝืนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภานี้ต้องพิจารณา

“มาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 5 ที่ระบุว่า ต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่หากย้อนกลับไป 4 – 5 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เคยฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ไม่เคารพประชาชน การใช้ปากกระบอกปืน ผมถือว่าไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ผิดหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง” นายขจิตร ระบุ.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน