รัฐบาลใหม่"จะไปทางไหนกัน"


   

    ที่ "ดีใจที่สุด"

                กับการที่ประเทศไทยมี "นายกรัฐมนตรีเลือกตั้ง" เมื่อวาน (๕ มิ.ย.๖๒)

                ผมว่า "สหรัฐฯ-ยุโรป"!

                และที่สุดของที่สุดแห่งการดีใจของเขา ก็คือ นายกฯ ในระบอบประชาธิปไตย "คนใหม่"

                เป็น "คนเก่า" ที่ชื่อ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา-พลเอก"

                เพราะอะไรน่ะหรือ?

                ก็รู้ๆ กันอยู่ ว่า "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" สำหรับประเทศไทย ช่วงที่ผ่านมา "จริงที่เป็นจริง" มันคืออะไร แบบไหน?

                แต่ก็อย่างว่า..........

                มันเป็นเรื่องของ "ม่านประเพณี" ขวางกั้่น คือประเทศเขา มีกฎหมาย "ห้ามคบค้า" ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

                ก็เลยต้องคบค้ากันแบบ "ลักลอบได้เสีย" มาตลอด!

                เมื่อพลเอกประยุทธ์ ได้รับเลือกเป็น "นายกฯ" ตามกลไกรัฐสภาประชาธิปไตย ด้วยเสียงเห็นชอบของสมาชิกท่วมท้น

                แล้วอย่างนี้ จะไม่ให้ "สหรัฐฯ-ยุโรป" ดีใจได้อย่างไร?

                เพราะม่านประเพณี "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ที่ขวางกั้่นมา ๕ ปี

                วันนี้...ไม่มีแล้ว!

                การค้า การเมือง ที่สัมพันธ์กันแบบต้องรักษาระยะห่างมานาน ต่อจากนี้ ดินเนอร์กันกลางลาน ไม่ต้องเกรงใครจะครหา

                อะไรก็ไม่สำคัญเท่า "การทหาร" โดยเฉพาะสหรัฐฯ กับไทย

                พูดกันตรงๆ ตามที่สังเกต..........

                สหรัฐฯ กับไทย ความเข้าเนื้อ-เข้าหนังในการคบหา ไม่ได้อยู่ที่ภาคการเมืองโดยตรง

                 หากแต่ อยู่ที่ภาค "การทหาร"

                ไม่ใช่ยุคนี้ ยุคไหนๆ ก็เช่นนี้ ในฉากหน้า การเมืองก็ลื่นไหลกันไปตามเรื่อง

                 แต่ในฉากหลัง "ไทย-สหรัฐฯ" ในภาคการทหาร อยู่เหนือคำว่าประชาธิปไตย-เผด็จการมาตลอด

                พลเอกประยุทธ์ เป็นที่เข้าใจและพอใจของสหรัฐฯ-ยุโรป ด้วยเห็นจริงว่า ๔-๕ ปี ในรูปแบบเผด็จการ

                เผด็จการแค่ชื่อ.......

                แต่การบริหารและการปฏิบัติ ประชาธิปไตยบานฉ่ำยิ่งกว่ารัฐบาลที่คุยว่าเป็นประชาธิปไตย

                มันขายทั้งตัว ขายทั้่งชาติ ขายทั้งประชาธิปไตย เอานอก-เอาใน เอาไปแบ่งกัน!

                ก็รีบๆ ตั้งรัฐบาลซะ และอย่าเกี่ยงกันมาก

                ให้เข้าใจว่า เข้าไปทำงานนำสังคมชาติให้โชติช่วง ไม่ใช่ให้เข้าไปแบ่งกระทรวงเอาไปกินกัน

                เขาทำสงครามการค้ากัน ไทยเราไม่มีปัญหากับใคร "ได้หมดสดชื่น" กับทุกฝ่าย

                ฉะนั้น รีบใช้ภาพรัฐบาลเลือกตั้งเป็นใบเบิกเข้าไป "เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน" ในตลาดยุโรป-สหรัฐฯ เป็นการด่วน

                การทหาร เป็นเรื่องกองทัพเขา

                ไม่ว่ากับสหรัฐฯ กับจีน กับรัสเซีย กระทั่งกับเพื่อนบ้าน ทหารเขาบาลานซ์น้ำหนักเก่งอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง

                อยู่แต่ "การค้า-การขาย" เท่านั้น เป็นเรื่องรัฐบาลที่จะเป็นหัวสว่านนำเจาะ ให้ภาคเอกชนไทยเราเข้าไปหยอดไข่

                สินค้าไทยเรา ต้องยอมรับว่า คนไทยเก่ง มีฝีมือ ทุกวันนี้ สร้างมาตรฐานคุณภาพ เชื่อถือได้ในระดับสากล

                เพื่อนบ้านเรา บอกว่า "แบรนด์ไทย" เวรี่กู๊ด!

                ทุกอย่างพร้อม.........

                แต่ที่กึกๆ กักๆ เพราะ "คน" ทั้งภาคการเมือง และภาคสังคมป่วนเมืองนี่แหละ นอกจากไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นตัวทำลาย

                การเมืองใหม่ ปรากฏว่า มีตัวประหลาดๆ แสดงอาการ และพูดจาประหลาดๆ ให้เห็นทั้งใน-นอกรัฐสภา มากหน้า

                ขอให้เป็นเพียง "ความแปลกแยก" เถอะ

                อย่าพัฒนาไปถึง "ความแตกแยก" เลย ถ้าไปถึงขนาดนั้น การเมืองใหม่ คนใหม่ มันจะเป็นใหม่ที่ "จัญไรเมือง"

                รัฐบาลใหม่ เขาจะต้องมีช่วงฮันนีมูน

                แต่สำหรับเหล้าเก่าในขวดใหม่แบรนด์ประยุทธ์ ไม่ต้องหรอก

                เพราะสภาพเศรษฐกิจ สังคม จากข้างนอก มันบีบอัด-กดทับ ความเป็นประเทศมีรายได้จากสินค้าส่งออกให้ต้องอึดอัดกันไปหมด

                อีกทั้งงานสร้างทิศทางอนาคตใหม่ที่เริ่มไว้แต่ ๔-๕ ปีแรก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม ทั้่งอีอีซี ทั้่งการค้าชายแดน

                ไม่มีช่วงให้หยุดฮันนีมูนหรอก ต้องรีบ ต้องเร่งทั้งนั้่น

                ที่สำคัญไม่ควรมองข้าม คือ..........

                สังเกตมั้ย อาเซียน ๑๐ ประเทศ ทั้งระดับรัฐและระดับประชาชน ในความเป็นมิตรประเทศ เขามีทัศนคติกับเราไม่ค่อยงามนัก!?

                ตรงนี้ ผมว่าสำคัญมาก ในความเป็นศูนย์กลางภูมิภาคหลายๆ ด้านของเรา ถ้าปล่อยให้เพื่อนบ้านเป็นมิตรแบบกินใจไปเช่นนี้เรื่อยๆ

                ไม่ดีเลย และน่าเสียดาย!

                ไทยเรา อย่ามองเขา แล้วเอาแต่ถาม...ทำไมหรือ?

                ผมว่า เราควรหยุดแล้วมองตัวเรา สำรวจตัวเราเองสักทีว่า เพราะอะไรหรือ?

                เราแสดงกิริยา-อาการไม่ดี ที่เขารับไม่ได้-ไม่ชอบ แบบไหน อย่างไร

                เราทำอะไร เรามีทัศนคติอย่างไร "กับเพื่อนบ้าน" ถึงขั้นทำให้เขา "ไม่ชอบใจเรา" เอามากๆ อย่างนั้น

                ทั้งที่เรา "น้ำใส-ใจจริง" กับเพื่อนบ้านตลอด?

                อาเซียนนี่ รวมแล้วกว่า ๖๐๐ ล้านคนเชียวนะ หรือแค่ พม่า-ลาว-เขมร-เวียดนาม ก็ปาเข้าไปครึ่งแล้ว

                ในความเป็นทรัพยากร ไม่มีทรัพยากรอะไรมีค่าเหนือกว่า "ทรัพยากรน้ำใจ"

                เราไม่ต้องรวยก่อนก็ได้

                เราดีกับเพื่อนบ้าน สนับสนุนให้เพื่อนบ้านรวย ให้รวยกันมากๆ แล้วไทยเรา ก็จะ "รวยยิ่งรวย-ดียิ่งดี" เอง

                เพราะเพื่อนบ้าน เขาจะเอาเงินไปไหนล่ะ?

                ก็เอามากิน มาใช้ มาซื้อสินค้าไทย มาเที่ยวเมืองไทย มาเรียน มาต่อเครื่องบิน มาโรงพยาบาลที่เมืองไทย

                ฉะนั้น รัฐบาลประยุทธ์ มีคนเก่งๆ จากหลายพรรคมาช่วยทำงานหลายๆ ด้านแล้ว

                ด้านปรับสัมพันธ์ สร้างทัศนคติกับสังคมมิตรประเทศ ผมมองว่า ในความเป็นตัวนายกฯ ประยุทธ์หนึ่ง ความเป็นประธานอาเซียนหนึ่ง

                น่าใช้ต้นทุนตรงนี้ในการเดินสายพบปะคารวะแนะนำตัวกับมิตรประเทศ มุ่งทางสรรค์สร้างทัศนคติมิตรภาพใหม่ๆ กับภาคประชาชนเป็นพิเศษ

                ไทยเราชอบเป็นหนึ่ง สังเกตว่า แข่งขันกีฬาอะไร จะแพ้เพื่อนไม่ได้ 

                อย่างฟุตบอล พอเวียดนามประกาศ เขาเป็นหนึ่งในอาเซียน ทั้งเด็ก ทั้่งผู้ใหญ่ ในวงการฟุตบอลไทย "ยอมไม่ได้"

                วันก่อน เขายกทีมมาแข่ง เขาชนะ

                ก็ธรรมดากับการแข่ง แต่ไทยกลับแฝงอารมณ์ในการเล่น หนักนิด-เบาหน่อย เราเจ้าบ้าน อีกทั้งเราก็เคยชนะมาหลายหนแล้ว

                ให้เขาชนะบ้าง ดีซะอีก

                จะได้มาแข่งกัน มีสีสันในคราวต่อๆ ไป แต่นี่กลับไปตบตีเขาซะ

                แล้วแบบนี้ ใครเขาจะรัก จะมีทัศนคติเพื่อนที่ดีกับเราล่ะ?

                คุยถึงเรื่องนายกฯ ใหม่-รัฐบาลใหม่ ผมก็ออกอ่าว-ออกทะเลไปไกล

                ไม่ใช่อะไรหรอก รู้อยู่แล้ว "นายกฯ คนใหม่ "    ประยุทธ์" คนเดิม" เลยเบื่อจะคุย

                เพราะถ้าจะคุย ก็เป็นเรื่อง "เก้าอี้รัฐมนตรี" วนอยู่ในน้ำเน่า ฉะนั้น อย่าเพิ่งคุยดีกว่า

                เออ...แต่ว่า ผู้นำรัฐบาล ทราบแล้ว ชื่อประยุทธ์

                แล้ว "ผู้นำฝ่ายค้าน" ล่ะ ชื่ออะไร?

                เพราะใครจะเป็น ต้อง "พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง"

                อีกทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดว่า...........

                ผู้นั้น "ต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด"

                "พรรคเพื่อไทย" มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนฯ มากที่สุดในซีกฝ่ายค้านก็จริง

                แต่ พล.ต.ท.วิโรจน์ ก็สอบตก, สุดารัตน์ ก็สอบตก, ชัยเกษม ก็สอบตก, ชัชชาติ ก็สอบตก, ภูมิธรรม ก็สอบตก ใครๆ ก็สอบตก เข้าสภาไม่ได้

                เมื่อไม่มีสิทธิ์เข้าสภา........

                ก็หมดสิทธิ์ได้เป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน"!

                ตอนเพื่อไทยในยุค "ไทยรักไทย" เป็นรัฐบาล ขนาดเสียงมากอันดับหนึ่ง ยังดูดพรรคความหวังใหม่ทั้งพรรคเข้าท้อง

                ตอนนี้ เพื่อไทย "หาหัวไม่ได้"

                ไหนๆ ก็ไหนๆ รู้กันทั้งบ้าน-ทั้งเมืองอยู่แล้ว ว่า "อนาคตใหม่" คือ "ตระกูลแม้ว" แปลงร่าง

                ก็ยุบพรรค ๒ พรรค "เพื่อไทย+อนาคตใหม่" เป็นพรรคเดียว แล้วให้ธนาธรเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" ไปเลยเป็นไง

                รุ่นใหม่ของแท้ ต้องใช้กัญชาหยอดใต้ลิ้น

                ไม่งั้น เพี้่ยน บ้า อาละวาด แล้วเพ้อ ตาขวาง ประกาศตัวเป็น "นายกฯ โซเชียล" อยู่เรื่อย

                ไม่อายใครเล้ยยย!

 


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต