'เกศปรียา'ขนโพลทุกสำนักสับฝ่ายตรงข้ามแย่งกระทรวงทำปชช.รับไม่ได้


   

10 มิ.ย.62-น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ฝ่ายสืบทอดอำนาจอย่ามัวเปิดศึกแย่งชิงกระทรวงให้พรรคพวกตนเอง หรือนัดพบ ส.ส.ตรงข้ามเพื่อถ่ายรูปส่งงานว่าได้ยอดผู้สนับสนุนอำนาจเพิ่ม ประชาชน 30 ล้านคน ที่ดูถ่ายทอดการประชุมสภา ผลโพลต่างๆ ที่ออกมาในช่วงนี้อีกทั้งรายงานภาวะเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่างๆ และเทรนด์ในโลกออนไลน์แสดงว่าประชาชนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของคณะสืบทอดอำนาจ ที่ทำลายเครดิตและศักยภาพของชาติอย่างไม่มีความละอาย จนประชาชนครึ่งประเทศรับรู้ว่าภาวะการเงินแย่ลง ช่วยคิดสักนิดก่อนทำว่า อย่าส่งชาติที่เป็นซากปรักหักพังให้คนรุ่นหลังเลย 

น.ส.เกศปรียากล่าวว่า จากผลโพลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนดุสิตโพลที่สอบถามหัวข้อพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ผลปรากฏว่า ประชาชน 63.32 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกผิดหวัง ไม่เป็นไรตามอุดมการณ์พรรค ขณะที่หัวข้อพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ประชาชน 58.20 เปอร์เซ็นต์ มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ ส่วนหัวข้อพรรคการเมืองแย่งกันเข้ามาบริหารกระทรวงหลัก ประชาชน 72.27 เปอร์เซ็นต์ มีความคิดเห็นว่า เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก นอกจากนี้หัวข้อ รัฐบาลใหม่ จะอยู่ครบวาระหรือไม่ ประชาชน 73.63 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าอยู่ไม่ครบวาระ เพราะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีเสียงไม่มากพอ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถูกคัดค้านต่อต้าน ทำงานรูปแบบเดิม ๆ สถานการณ์การบ้างเมือง ณ วันนี้ไม่มีเสถียรภาพที่แน่นอน

ส่วนของนิด้าโพลรายงานว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.83 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.40 ประชาชนเบื่อ ไม่ชอบ ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 12.85 ประชาชนเบื่อ ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมือง ของนายอภิสิทธิ์ เช่นเดียวกับ
สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ร่วมกับสำนักวิจัยโพล UCSI มหาวิทยาลัย UCSI ประเทศมาเลเซีย รายงานผลสำรวจสภาวะการเงินคนไทย โดยคนไทยประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 49.4 ระบุสภาวะการเงินของตัวเองแย่ลงในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาซึ่งสอดคล้องกับรายงานผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. 2562 อยู่ที่ 77.7 ต่ำสุดในรอบ 19 เดือน ปัญหาการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนพฤษภาคม 2562 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 3 ที่ระดับ 77.7 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 19 เดือน หรือเกือบ 2 ปี 

ส่วนเทรนด์ในโลกออนไลน์ สัปดาห์ที่ผ่านมา #RIPTHAILAND ติดอันดับเทรนด์โลก เกิดขึ้นจาก 30 ล้านวิวที่ชมการประชุมสภา ประชาชนที่รับชมแยกแยะถูกผิดได้จึงหมดหวังกับพฤติกรรมฝ่ายสืบทอดอำนาจที่ไร้ความชอบธรรมในการแย่งชิงอำนาจที่ไม่จำกัดวิธีการ คือรับไม่ได้กับพฤติกรรมแยกแยะถูกผิดไม่ได้อีกทั้งไม่อายที่เป็นตัวโกง เทรนด์นี้ไม่ใช่การว่าร้ายประเทศไทยแบบคนที่มีฉายา “ยี้” มาบิดเบือน 

น.ส.เกศปรียา กล่าวต่อว่า จากโพลต่างๆ รายงานภาวะเศรษฐกิจ และเทรนด์โลกออนไลน์ที่เกิดขึ้น ตนอยากจะฝากถึงคณะสืบทอดอำนาจและคุณประยุทธ์ ว่าการได้มาซึ่งอำนาจครั้งนี้ขอให้ทุกท่านเข้าใจว่า “#ชัยชนะและผลประโยชน์ของท่านมาโดยความพ่ายแพ้ของชาติและประชาชน” ในใจของพวกท่านอาจจะคิดว่าเป็นการชนะ แต่การชนะด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ชอบธรรมเหล่านี้ เมื่อมองลงให้ลึกจะเห็นว่า การกระทำที่ทำให้ได้มาซึ่งอำนาจนั้นมันทำลายความเชื่อมั่นของชาติต่อสายตาสังคมโลก เห็นได้จากรายงานของนิกเคอิที่กล่าวว่า “การที่ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งทำให้ประเทศถอยหลังไป 40 ปี คือปี 2523” และ ดิเอคโคโนมิสที่รายงานว่า “เผด็จการประยุทธ์บิดกฏเพื่อเข้ามาสู่อำนาจอีกครั้ง” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งการลดศักยภาพทุกด้านในการยืนอยู่บนสังคมโลก พิธีกรรมที่หวังจะฟอกคณะสืบทอดรัฐประหารให้เป็นประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งครั้งนี้ตบตาชาวโลกไม่ได้ ผลที่ประเทศไทยจะได้เผชิญตามมาจากการฟอกประชาธิปไตยไม่สำเร็จ ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ว่าจะหนักหนาเช่นไรกับสภาพเศรษฐกิจ ช่วงที่ผ่านมา 5 ปี ที่คุณประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ประชาชนครึ่งค่อนประเทศรู้ดีว่าเศรษฐกิจครัวเรือนขั้นพื้นฐานแย่ลงอย่างมากเห็นได้จากผลโพลและรายงานต่างๆ ข้างต้น

“ในขณะที่พวกคณะสืบทอดอำนาจยังคงเดินหน้าลดเครดิตและศักยภาพของชาติอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความละอายและไม่รู้สึกผิดกับการกระทำของตนเองที่มีแค่ความอยากมีอำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็อยากฝากถึงทุกท่านในฐานะที่พูดเสมอว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มากกว่าคนรุ่นใหม่ ขอให้ตระหนักกันบ้างว่าก่อนจะคิดทำอะไรในการสนองความต้องการตนเองให้คิดถึงชาติและประชาชนรุ่นหลังที่ต้องใช้ชีวิตในประเทศนี้ต่ออีกยาวนานว่า พวกท่านทำถูกต้องแล้วหรือที่พยายามจะส่งชาติที่เป็นซากปรักหักพังให้คนรุ่นหลัง ช่วยคิดสักนิดว่าสิ่งที่พวกตนเองกระทำอยู่นั้นมันส่งผลเลวร้ายต่อชาติและคนรุ่นหลังขนาดไหน การพาชาติล้าหลังจนสถานะของชาติตกต่ำทุกด้าน ในขณะที่ทั้งโลกเดินไปข้างหน้าไกลมากแล้ว คนรุ่นหลังจะลำบากขนาดไหน พวกท่านเคยคิดและรู้สึกผิดกันบ้างไหม ว่าจะทำไปเพื่ออะไร” 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว