ทส.ปลุกคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม ขยายผลลดมลพิษทางอากาศ


   

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันปัญหาปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญและได้ยกระดับให้เป็นปัญหาระดับชาติที่จะต้องมีการดำเนินการติดตามเพื่อป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นภัยคุกคามต่อคนทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกชี้ว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกล้วนต้องหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน หรือชั่วโมงละ 800 คน ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 4.2 ล้านคน โดยยังไม่รวมผลกระทบอื่น ๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่คิดเป็นมูลค่ามหาศาล ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหากันอย่างต่อเนื่องและจริงจังมากขึ้น

 

“เราทราบดีอยู่แล้วว่าสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหามลพิษทางอากาศเกิดจากอะไรบ้าง เช่น ในเขตเมืองมาจากเรื่องของยานพาหนะ ซึ่งต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน หรือการสนับสนุนการโดยสารผ่านระบบขนส่งมวลชน ขณะที่ในพื้นที่ที่มีปัญหาการเผาในที่โล่ง ก็จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแล โดยเริ่มจากพื้นที่ที่สามารถทำได้ทันทีก่อนแล้วค่อย ๆ ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป โดยแนวทางทั้งหมดเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนที่ทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพื่อให้การแก้ปัญหาสัมฤทธิ์ผลต่อไป ซึ่ง ทส. พร้อมเป็นตัวกลางประสานงานการขับเคลื่อนของภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายลดจำนวนวันที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเกินค่ามาตรฐานให้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา กทม. มีอากาศเกินค่ามาตรฐาน 45 วัน ดังนั้นปีหน้าจะต้องทำให้น้อยกว่านี้ให้ได้”

 

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกให้เกิดความต่อเนื่องเช่นกัน โดยประเด็นนี้เป็นประเด็นการรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลกของปีที่แล้ว ดังนั้นการจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ ยังได้มีการจัดเวทีการประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน มาร่วมทบทวนผลการดำเนินงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรไปบ้าง สิ่งไหนควรสานต่อ และมีสิ่งไหนที่ควรปรับปรุง เพื่อให้การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในเรื่องนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้ปัจจุบันคนไทยจะเกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับการลดขยะพลาสติกมากขึ้น แต่ภาพรวมสถานการณ์ปัญหายังคงมีความรุนแรงอยู่ เนื่องจากเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จึงต้องการความต่อเนื่องในการจัดการ

 

“สุดท้ายนี้ผมอยากฝากถึงคนไทยทุกคนว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาของทุกคนรวมทั้งมีความเชื่อมโยงถึงกันหมด จึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันสำรวจกิจกรรมของตัวเองว่า เราจะช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เช่น การเดินทางอาจเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ หรือการงดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม ด้วยการพกถุงผ้าและพาชนะใส่น้ำหรืออาหารของตัวเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราสามารถช่วยได้และลงมือทำด้วยตนเองได้ทันที” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน