'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'


   

                                                                 ประกาศ

                                                แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

                                                                -------------

                พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

                มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

                จึงแต่งตั้งให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                ประกาศ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

                ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

                ชวน หลีกภัย

                ประธานสภาผู้แทนราษฎร

                ครับ......

                "พลเอกประยุทธ์" ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ ๒๙ ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา สมบูรณ์แล้ว

                โดยเข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อบ่ายวาน (๑๑ มิ.ย.๖๒)

                ๑๘ พรรค "ร่วมรัฐบาล" ร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขี!

                โอกาสนี้........
                นายกฯ คนใหม่ "ในคนเก่า" กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

                “ในวาระที่ 'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

                นับเป็นเกียรติยศและเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุดแก่ชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

                ผมและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้น

                และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักปฏิบัติงานสนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ

                ผมขอยืนยันว่า....

                จะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

                จะเพียรพยายามมุ่งมั่นทำงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกสาขาอาชีพ ทุกช่วงวัย ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกด้าน

                ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

                และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

                ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง และเอกชนมีส่วนร่วม

                ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

                เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี

                สร้างสรรค์สังคมให้มีความรัก ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาสเพื่อความกินดี อยู่ดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน

                พร้อมจะปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย

                ผมขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

                ขอขอบคุณพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนและให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง เพื่อประเทศชาติและประชาชน อย่างที่ทุกท่านได้ตั้งใจไว้

                ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน

                ที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

                และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะเป็นพลังที่คอยเกื้อหนุน และร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล

                เพื่อนำพาประเทศไทยของเรา ให้มีความสงบร่มเย็น มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณครับ"

                ก็ขอบันทึกไว้......

                เพราะ "ปัจจุบันกาล" ตรงนี้ จะเป็นเส้นรอยต่อ "ประวัติศาสตร์" บ้านเมือง เพื่อประโยชน์ทางศึกษาหาค้นในอนาคต

                ผมสะดุดใจเป็นพิเศษตรงที่.......

                "......เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี"

                เหตุที่สะดุด เพราะได้อ่านที่ Pat Hemasuk โพสต์ fb ไว้ ถือโอกาสฝากท่านนายกฯ คนใหม่ ทั้งเพื่อพิจารณาและเพื่อรับทราบ ดังนี้

                Pat Hemasuk

                วันนี้ หลายคนคงเห็นภาพบาดตากันแล้ว และทุกคนก็ถามว่า ทำไมไม่มีหน่วยงานอะไรไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นมาได้เลยหรือไม่

                "ระบบกฎหมาย" เหมือน "เต่าคลาน"

                ที่กว่าจะวินิจฉัยอะไรได้สักอย่าง ก็ใช้เวลาหลายเดือน ที่โดนทั้งยืดเวลา ถ่วงเวลา

                ซึ่งเป้าหมายของอีกฝั่งในการใช้สิทธิตามกฎหมายก็เพื่อถ่วงเวลา สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นมาอีกทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที

                ความรุนแรงของสงครามไซเบอร์ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไกลมากแล้ว

                การทำสงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) นั้น มีการพัฒนามาตลอดเวลา

                ลักษณะภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบของ "สงครามอสมมาตร" (Asymmetric  Warfare) ที่คนพอจะเข้าใจและมีความรู้ในด้านสงครามอสมมาตรมาบ้าง

                จะเห็นว่าทุกวันนี้..........

                รัฐบาลและผู้บังคับใช้กฎหมาย ตามอีกฝั่งไม่ทันเลยแม้แต่น้อย

                ภัยคุกคามเจาะเข้ามาในสังคมจนกลืนพื้นที่ของคนกลุ่มเป้าหมายไปเกือบทั้งหมด

                ซึ่งกลุ่มเป้าหมายสิ่งแรกก็คือ "ประชาชน" ฐานเสียงหลายแสนหลายล้านคน

                รวมถึงเข้ายึดทรัพยากรและยึดพื้นที่มั่นส่วนหนึ่งของสามเสาหลักของชาติ นั่นคือเข้ายึดที่นั่งของ "สมาชิกรัฐสภา" ไปเรียบร้อยแล้ว

                การใช้สื่อดิจิทัล (Digital Media) ในการทำสงครามอสมมาตรนั้น

                ทุกวันนี้ ฝั่งรัฐบาลเหมือนเปิดเพลงสุนทราภรณ์ที่ "ตกยุค" รำวงไปวันๆ

                ขณะที่อีกฝั่งนั้น ใช้ "สงครามดิจิทัล" เต็มรูปแบบ ทั้งกลยุทธ์ที่สามารถคาดการณ์ผลได้

                การใช้ "บิ๊กดาตา" เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย ระดมทรัพยากรเพื่อสร้างทีมงานระดับดีที่สุด มากที่สุด เท่าที่เงินจะจ้างได้

                และคนพวกนี้ รู้จัก "สงครามอสมมาตร" สงครามไซเบอร์ เท่าเทียมหรือดีกว่า "ทหาร" หรือคนใน "รัฐบาล" เสียอีก

                พวกนี้ ทำงานกันในระดับ ชั่วโมง นาที ในการทำสงครามดิจิทัลแบบอสมมาตร

                ในขณะที่ฝั่งรัฐบาล ยังใช้ระบบล้าสมัย แต่งตั้งกรรมการสอบสวน แต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวน

                และการเดินทางของเอกสารตามปกติของระบบศาล ที่รวมแล้วใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะได้ตัดสินอะไรสักเรื่องหนึ่ง ยังไม่รวมการ "ยื้อเวลา" ทางกฎหมาย ที่เปิดช่องให้ใช้ยืดเวลาในกระบวนการทางกฎหมายได้อีก

                ซึ่งในเวลาหลายเดือนเท่ากัน.....

                อีกฝั่งนั้น ทำสำเร็จตามแผนไปหลายร้อย-หลายพันเรื่องเรียบร้อยแล้ว

                ทุกวันนี้ ยังมี "โรนิน" หรือ "ซามูไร" ไร้เจ้านาย ที่เป็นนักรบอิสระ "ภาคประชาชน" ที่ทำการรบในสงครามไซเบอร์ "ด้วยใจ" และ "อุดมการณ์" ล้วนๆ

                แม้จะ "ไร้การเหลียวแล" จากภาครัฐ ก็ยังทำ

                คนที่ "ตายไป" ก็มีมาก

                คนที่เข้ามาใหม่ เสริมกำลัง "แทนคนเก่า" ก็มีไม่น้อย

                แต่ทุกคน จะคิดตรงกันอย่างหนึ่งเมื่อเข้ามารบในสงครามไซเบอร์ได้สักพักหนึ่ง

                นั้นก็คือ.........

                นอกจากการรบเพื่อรักษา "สถาบันสูงสุด" ที่ต้องรักษาเอาไว้ตามหน้าที่ของประชาชนที่ทนไม่ไหวแล้ว

                นักรบโรนินที่หลือ

                จะรบเพื่อให้ "ลุงคนโง่" กลุ่มหนึ่ง ไปทำไม?

                "ลุงคนโง่" กลุ่มนี้ มีทรัพยากรของรัฐเหลือเฟือมหาศาลที่จะทำสงครามไซเบอร์ได้ดีกว่า "นักรบอิสระ" เสียอีก

                แต่พวกลุงดันโง่เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่นั้นเข้าสู้ในสงครามอสมมาตรที่เปลี่ยนแปลงตัวเองในรูปแบบใหม่ทุกนาทีอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

                นอกจากรบเพื่อป้องกันสถาบันอันเป็นที่รักแล้ว เหล่าโรนิน ก็ถามตัวเองว่า

                "จะรบเพื่อลุงแก่ๆ ที่ไม่ยอมปรับระบบใหม่ เพื่อเข้าสู้สงครามแบบอสมมาตรกลุ่มนี้ไปทำไม?"

                พวกเขาไม่เคยดูดำ-ดูดีกับเหล่าโรนิน ที่ออกไปรบจนเจ็บและตายด้วยต้นทุนและทรัพยากรส่วนตัวอยู่ทุกวันเลย

                บางครั้ง.......

                ถ้าปล่อยให้ลุงพวกนี้ เจ็บตัวหรือต้องตายในสงครามเสียบ้าง คนที่โชคดีรอดตาย คงจะได้สำนึกตัวกันบ้างว่า

                "ศัตรูนั้น แข็งแกร่ง ทุนทรัพย์สูง และฉลาดมากเพียงใด?"

                ถ้ายังรบใน "สงครามแบบใหม่" ไม่เป็น

                อีกสี่ปี.........

                เตรียมตัว "เสียทั้งประเทศ" ได้เลย

                เพราะอีกฝั่งใช้ "สงครามไซเบอร์" ทำให้คนโนเนมที่ไม่มีใครรู้จักเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมา "แคนดิเดท" นายกรัฐมนตรีในสภาโดยใช้เวลาเพียงปีเดียว

                สิ่งนี้ น่ากลัวไม่ใช่น้อย ถ้ามองเห็นและรู้เท่าทันสงครามนี้

                ครับ....

                ห่วงนี้ อาจมิใช่สิ่งที่จะเป็น แต่ก็เห็นอยู่มิใช่หรือ?

 


ไม่รู้ใครพูด.......ฟังแล้ว เลือด "ชาตินิยม" ขึ้นหน้า อยากเถียง..แต่เถียงไม่ออก คือที่เขาพูดว่าประเทศไทยดีทุกอย่างเสีย "อย่างเดียว"........มีคนไทยประเภท "อาศัยแผ่นดินเกิด" มากไปหน่อย!

จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'