น้ำตาลสมองบวม ประเมินวันต่อวัน


   

    ศิริราชแถลงอาการ "น้ำตาล" สมองบวมมาก ต้องใช้เครื่องปอดเทียม หัวใจอยู่ได้ด้วยยากระตุ้น เส้นเลือดแตก แต่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ได้แต่รักษาประคับประคองจนกว่าจะพ้นระยะวิกฤติ โดยจะประเมินวันต่อวัน ยันไม่ใช่ไข้เลือดออกดังที่โลกโซเชียลตั้งข้อสังเกต 
    ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ครอบครัว "ทองชิว" ยังคงเฝ้าดูอาการ น.ส.บุตรศัณย์ ทองชิว หรือน้ำตาล เดอะสตาร์ ที่ป่วยหนักอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลศิริราช หลังช็อกหมดสติเลือดออกทางปาก จมูก หัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตถึง 2 ครั้ง ขณะเดียวกัน ก็มีคนในวงการบันเทิงไปเยี่ยมไม่ขาดสาย เช่น ทีมนักแสดงจากละครซิตคอม "ผู้กองเจ้าเสน่ห์" คือ มอส ปฏิภาณ, นิค รณวีร์, หนุงหนิง สิงหราช และเอ เชิญยิ้ม พร้อมให้กำลังใจกับครอบครัวด้วย 
    กระทั่งเวลา 14.00 น. ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ แพทย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ เปิดแถลงอาการล่าสุดของน้ำตาล โดยระบุว่า ตามที่ รพ.ศิริราชได้รับการส่งตัว นางสาวน้ำตาล-บุตรศรัณย์ ทองชิว จาก รพ.สมุทรสาคร เข้ามารับการรักษาต่อ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.62 เวลา 08.15 น. ณ หอผู้ป่วยไอซียู ตั้งตรงจิตร 1 ตึกสยามินทร์ ชั้น 6 ด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดในปริมาณมาก โดยเลือดที่ออกมาทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ ส่งผลให้หายใจลำบาก และทำให้หัวใจหยุดเต้น ได้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ (CPR) จำนวน 2 ครั้ง ที่บ้านและ รพ.สมุทรสาคร หลังจากนั้นได้มีการประสานงานจากทีมแพทย์มายังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดย รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ ได้เดินทางไปยัง รพ.สมุทรสาคร และทำการผ่าตัดใส่เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) ณ รพ.สมุทรสาคร เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ ก่อนที่จะย้ายผู้ป่วยมารักษาต่อ ณ รพ.ศิริราช
    เมื่อมาถึงหอผู้ป่วยไอซียู ทีมแพทย์ได้ทำการตรวจ พร้อมวางแผนการรักษาผู้ป่วย เริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระตุ้นหัวใจ และยาเพิ่มความดัน พร้อมให้ยาแก้ไขสภาวะความเป็นกรดด่างของเลือด รวมทั้งมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จนสัญญาณชีพของผู้ป่วยคงที่ เลือดไม่ออกในท่อหายใจ สามารถที่จะนำผู้ป่วยไปตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ในช่วงเช้า พบว่าผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ และไม่มีเลือดออกทางท่อหายใจแล้ว แพทย์จึงได้นำผู้ป่วยส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองและปอด เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการเลือดออกที่ปอด และวินิจฉัยประเมินความเสียหายของสมอง ผลการตรวจพบว่า ไม่พบตำแหน่งเลือดออกที่ปอดทั้งสองข้าง ปอดไม่เห็นรอยโรคที่ทำให้เห็นเลือดออก สมองบวมมาก แต่ไม่มีเลือดออกในสมองให้เห็น
    ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า โรคนี้เป็นโรคที่เจอได้น้อยมาก ตอนนี้รู้ว่าเส้นเลือดแตก แต่ไม่รู้แตกตรงไหน อย่างไร แต่รู้แน่ๆ ว่า เมื่อแตกแล้วไหลเข้าไปในระบบหายใจ หลอดลม จนทำให้อุดกั้นการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ขณะนี้ต้องรักษาประคับประคอง เพื่อให้คนไข้ผ่านพ้นระยะวิกฤติ จึงไปสู่ขั้นตอนต่อไป หาสาเหตุจุดเลือดออก หรืออุดตัน และยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าอาการสมองบวมจะทำให้เกิดความเสียหายเพียงใด
    "ไม่อยากให้คาดการณ์ในเชิงบวกมากเกินไป จะประเมินวันต่อวัน ตอนนี้ยังเร็วเกินไป ยังสรุปไม่ได้ รอให้แก้เรื่องบวม และประเมินสมองอีกครั้ง นอกจากนี้ปริมาณเลือดที่มีการตรวจตอนต้น เกล็ดเลือดไม่ได้ต่ำ ในโซเชียลบอกเป็นไข้เลือดออกมั้ย อาการนี้ไม่เหมือน คนเป็นไข้เลือดออกเกล็ดเลือดต่ำ และไม่ออกจุดเดียว อาจเห็นเลือดออกที่ผิวหนัง แต่กรณีนี้ไม่มี"
    ขณะที่ รศ.นพ.ปรัญญา กล่าวว่า เท่าที่ประเมินตอนนี้ ปัญหาอยู่ที่ปอด เพราะเลือดไปอุดหลอดลมสองข้าง ทำให้ออกซิเจนไหลเวียนไม่ได้ ต้องใช้เครื่องปอดเทียม ส่วนหัวใจขณะนี้อยู่ได้ด้วยยากระตุ้น อาการป่วยของน้ำตาลแบบนี้ไม่เคยเจอ แต่เจอไอเป็นเลือดมากๆ อาเจียนเป็นเลือดมากๆ แต่ลักษณะเลือดออกมาจากจนต้องใส่ ECMO ไม่เคยเจอ ต้องรอปอดฟื้นตัวจากการสำลักเลือด และรอให้สมองหยุดบวม
    ในตอนท้าย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า "ผมเข้าใจว่าคุณน้ำตาลเป็นที่รักของทุกคน ทุกคนเป็นห่วง อยากได้ข้อมูล แต่ขออนุญาต ผมได้คุยกับคุณแม่น้ำตาล ผมขอความกรุณานักข่าวนิดนึง เค้าทุกข์มาก เค้าเครียดมาก สองวันก่อนหน้านี้ปกติอยู่ๆ ก็เกิดแบบนี้ ขอความกรุณา ไม่ว่ากันนะ ทางศิริราชจะรายงานให้ทราบ อย่าไปรบกวน ยิงคำถามท่าน ผมอยากให้ท่านได้พัก ถ้าเจ็บป่วยอีกคนก็จะไม่ดี เราตกลงกันก่อนแล้วกันนะ ทางศิริราชจะรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะ".


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว