ชัดๆอีกที!'ธนาธร'จ้องเขี่ยพิธีไหว้ครู ล้าหลัง เจ้ายศเจ้าอย่าง ออกไปจากระบบการศึกษาไทย


   

14 มิ.ย.62-จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่จะใช้สิทธิของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลชี้แจงทหาร ตำรวจ บุกเข้าโรงเรียน ชุมพลโพนพิสัย ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย หลังนักเรียนจัดพานพุ่มไหว้ครูเสียดสีการเมือง ย้อนกลับเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายธานธร ให้สัมภาษณ์แทบลอยด์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 27 พ.ค. 61 ถึงแนวคิดนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ต่อการแก้ปัญหาระบบการศึกษาของประเทศไทย  ว่า การศึกษาไทยไม่เคยพูดเรื่องประชาธิปไตย  สิทธิพลเมือง ไม่เคยพูดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และไม่เคยพูดเรื่องคุณค่าหรือศักยภาพความเป็นมนุษย์ แม้แต่คำเดียวในการศึกษาไทยทั้งหมด

"ลองย้อนกลับไปนึกในสิ่งที่เรียน อย่างเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 เหตุการณ์ที่ใหญ่ขนาดนั้น สมัยผมหนึ่งย่อหน้ากับเหตุการณ์ 2475 พูดถึงนายปรีดี พนมยงค์ครั้งเดียว ในแบบการเรียนการศึกษาไม่เคยพูดเลยว่าประชาชนมีศักยภาพอย่างไรในตัวเอง สอนแต่ให้ทุกคนยอมจำนน สอนแต่ให้ทุกคนสยบยอม แม้แต่ความไม่เป็นธรรม ความไม่ยุติธรรมก็ต้องสยบยอม นี่คือการศึกษาไทย"

ผู้สัมภาษณ์ถามว่าแล้วพรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเรื่องการศึกษาอย่างไร? นายธนาธร ตอบว่า ทำลาย disrupt มัน เขย่ามัน ดึงรัฐออกไป ให้ประชาชน กรรมการโรงเรียนตัดสินเอง 

"ยกตัวอย่างง่ายๆ พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมาก เอาพิธีกรรมที่เจ้ายศเจ้าอย่างออกไปทั้งหมด จากระบบการศึกษา ยกตัวอย่าง โรงเรียนไหนอยากจะมีการไหว้ครู ก็เป็นเรื่องของโรงเรียน ไม่ต้องไปบังคับเขา โรงเรียนไหนไม่อยากมีก็ไม่ต้องมี โรงเรียนไหนอยากให้นักเรียนไว้ผมยาวได้หรือจะให้ไว้ผมทรงนักเรียน หรือโรงเรียนไหนอยากให้นักเรียน นักศึกษาใส่ชุดนักศึกษาหรืออยากจะให้ใส่ชุดอะไรก็ได้มาเรียน ก็ให้เป็นเรื่องของโรงเรียน ต้องเอารัฐออกจากรูปแบบ เนื้อหาของการเรียนอยากสอนอะไรก็สอน ไม่ต้องไปออกแบบวิธีการประเมินจากส่วนกลาง ให้ท้องถิ่นออกแบบตัวเอง" .


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว