สหรัฐอวดภาพเด็ด ซัดอิหร่านระเบิดเรือน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน


   

สหรัฐโทษอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานเมื่อวันพฤหัสบดี เซนต์คอมเผยแพร่วิดีโอมัดอิหร่านแกะระเบิดลิมเพ็ตไมน์ออกจากเรือญี่ปุ่น ส่วนลูกเรือลำนี้เผยเห็นวัตถุบินได้พุ่งเข้าหาเรือ ด้านอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหาไร้หลักฐาน

ภาพจากเซนต์คอม ชี้จุดที่เกิดความเสียหายของเรือโคกุกะเคอเรเจิส (ซ้าย) กับจุดที่เป็นระเบิดติดกับตัวเรือ ซึ่งถ่ายไว้ได้จากเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถียูเอสเอส เบนบริดจ์ ของสหรัฐ / AFP PHOTO / US NAVY

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 ว่าการโจมตีในอ่าวโอมานครั้งนี้เพิ่มความวิตกว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในเส้นทางเดินเรือสำคัญทางยุทธศาสตร์ และทำให้สหภาพยุโรปและสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ในวันศุกร์รัฐบาลจีนขอให้ทุกฝ่ายหาทางออกผ่านการเจรจา

    เรือ 2 ลำที่โดนโจมตีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี กำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านราว 25 ไมล์ทะเล เพื่อนำสินค้าไปส่งที่เอเชีย เรือ 2 ลำนี้แล่นอยู่ห่างกัน 10 ไมล์ทะเล ลำแรกคือเรือฟรอนต์อัลแตร์ บรรทุกแนพทาซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นปิโตรเคมี มีบริษัทฟรอนต์ไลน์จากนอร์เวย์เป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่นอร์เวย์กล่าวว่า เรือลำนี้โดนระเบิด 3 ลูก

    อีกลำคือเรือโคกุกะเคอเรเจิส บรรทุกเมทานอล มีบริษัทญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ การโจมตีทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือทั้งสองลำ แต่ไฟบนเรือโคคุกะเคอเรเจิสดับได้ในเวลาไม่นาน มีลูกเรือคนหนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย และในวันศุกร์เรือลำนี้มุ่งหน้าสู่เมืองท่าคอร์ฟัคคานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

    รัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า กองทัพเรือของตนช่วยลูกเรือจากเรือ 2 ลำนี้ได้หลายสิบคน กองทัพเรือสหรัฐก็ประกาศเช่นกันว่าช่วยลูกเรือโคกุกะไว้ได้ 21 คน

    สถานีเพรสส์ทีวีของอิหร่านที่เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ได้แพร่ภาพวิดีโอลูกเรือจากฟรอนต์อัลแตร์ บอกว่าพวกเขายังแข็งแรงกันดีทุกคน ลูกเรือเหล่านี้ 11 คนเป็นชาวรัสเซีย, 11 คนเป็นฟิลิปปินส์ และ 1 คนเป็นชาวจอร์เจีย

    ยาทากะ คาทาดะ ผู้บริหารของบริษัท ชิปปิง โคกุกะซังโย กล่าวว่า ลูกเรือโคกุกะหลายคนบอกว่าพวกเขาเห็น "วัตถุบินได้" พุ่งเข้าหาเรือก่อนเกิดระเบิดครั้งที่ 2

    ไม่มีฝ่ายใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการระเบิดเรือ 2 ลำนี้ ซึ่งเกิดขึ้น 1 เดือนให้หลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ที่ทอดสมอในอยู่อ่าวโอมาน นอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ของยูเออี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผลการสอบสวนเบื้องต้นโดยคณะสอบสวนจาก 5 ประเทศบ่งชี้ว่า "ผู้กระทำที่เป็นรัฐ" เป็นผู้ก่อเหตุครั้งนี้ แต่รายงานไม่ได้ระบุชื่ออิหร่านโดยตรง ถึงแม้ว่าสหรัฐและซาอุดีอาระเบียจะมั่นใจก็ตาม

ภาพนิ่งจากวิดีโอของเซนต์คอม ที่ระบุว่าเป็นเรือลาดตระเวนของกองทัพเรืออิหร่าน เข้าใกล้เรือโคกุกะเคอเรเจิส / AFP PHOTO / USCENTCOM

    ในวันพฤหัสบดี ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวอย่างมั่นใจอีกครั้งว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือน้ำมันครั้งนี้ และเตือนว่า สหรัฐพร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาคนี้

    ก่อนหน้านั้น กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ลงมือ และได้เผยแพร่วิดีโอขาว-ดำ ที่เผยให้เห็นว่าลูกเรือบนเรือลาดตระเวนของอิหร่านกำลังปลดระเบิดลิมเพ็ตไมน์ หรือระเบิดติดตัวเรือ ที่ยังไม่ระเบิด ออกจากตัวเรือโคกุกะเคอเรเจิส

    ต่อมาในวันศุกร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็สำทับอีกครั้งด้วยการกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ลงมือโจมตี ในคำให้สัมภาษณ์กับรายการ "ฟอกซ์แอนด์เฟรนด์ส" ทรัมป์กล่าวว่า ทุกคนได้เห็นวิดีโอแล้วว่าระเบิดลูกหนึ่งไม่ทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานมัดอิหร่านได้ และได้เห็นว่าคนบนเรือลำนั้นสามารถปลดระเบิดออก

    ด้านโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ทวีตว่า สหรัฐด่วนสรุปว่าเป็นฝีมืออิหร่านโดยปราศจากข้อเท็จจริงหรือหลักฐานแวดล้อม สหรัฐต้องการทำลายการทูตในช่วงที่นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นมาเยือนอิหร่านเพื่อลดความตึงเครียด.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา