ถูกปลุกขึ้นแล้ว!'ธนาธร'ยกปรากฏการณ์'พานไหว้ครู'คือการเคลื่อนตัวขนาดใหญ่ของสังคมจากอนุรักษ์นิยมมาฝั่งที่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน


   

15 มิ.ย.62  - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในงานเสวนาหัวข้อเรื่อง “วิชาการเพื่อราษฎร์ ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย”   ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)วานนี้ โดยช่วงหนึ่งนายธนาธร กล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิม ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย. 49 เป็นวิกฤตเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ 

"ใจกลางปัญหา ไม่ได้อยู่ที่บุคลิกหน้าตา หรือท่าที ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแต่อยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร 20 ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ  เป็นการบอกว่าเราตกลงกันไม่ได้ ว่าอำนาจของประเทศอยู่ที่ใคร  มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่า อำนาจในประเทศนี้เป็นของ อภิสิทธิชน เพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจปืน มีรถถัง ถือตราชั่งทางกฎหมาย นี่คือ ปัญหาใจกลางของสังคมไทยที่ยังแก้ไม่ได้"นายธนาธร กล่าว

"นี่คือการเข้าสู่เฟสใหม่ระหว่าง 2 ชุดความคิด สมรภูมิความคิดเป็นสมรภูมิเดิม แต่สมรภูมิทางการเมืองเปลี่ยนไป โดยไม่มีองค์กรที่ชื่อว่า คสช.จากการที่มีรัฐบาลใหม่ แต่ระบอบคสช.จะยังอยู่กับเรา 2 วันที่ผ่านมา มีการเคลื่อนตัวทางความคิดขนาดใหญ่ของสังคม จากอนุรักษ์นิยม มาฝั่งที่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน เห็นได้จาก พานไหว้ครู ซึ่งน่าเหลื่อเชื่อมากว่า การตื่นตัวทางสังคมและการเมือง ถูกปลุกขึ้นแล้ว โอกาสที่ตัดมันแทบจะเป็นไปไม่ได้"นายธนาธร กล่าวและว่า "ผมนึกไม่ออกเลยว่าฝ่ายที่เชื่อว่า อำนาจมาจากประชาชนจะแพ้ได้อย่างไร ทุกปีมีคนบรรลุนิติภาวะปีละ 700,000 คน ซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เขาเห็นคืออะไร และได้แสดงออกมาแล้ว”

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว  เช่นเดียวกับ งานแปรอักษร หรือการตรวจตรวจสอบทุจริต อุทยานราชภักดิ์ ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้าน แต่วันนี้มี ซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งโชคดีที่พรรคเรามี ส.ส มากกว่า 20 คน ซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือ การปรับแก้รธน มาตรา 272 และ 279 ในเรื่อง อำนาจของ สว. และ คำสั่งคสช.มีอำนาจชั่วกัลปาวสานต่อไป 

"เราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหาร ยุติระบบราชการรวมศูนย์ และการกระจายอำนาจ ซึ่งเราเชื่อว่า มันเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ระบบราชการ และการเมืองยึดโยงด้วยกัน อย่างน้อยเรามีช่องทางมากขึ้น และอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด 5 ปี จะใช้ไม่ได้"

เขา กล่าวด้วยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ภูมิใจไทยจะไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตนถามจริงๆว่า หากใช้สูตรคำนวณ ปาร์ตี้ลิสต์แบบที่นักวิชาการ หรือสื่อมวลชนทั่วไปคำนวณ กลุ่มพรรคที่ร่วมเสียงข้างมากในสภาล่างได้ คือ กลุ่มพรรคที่ต้านคสช.ดังนั้นหากใช้ตรรกะนี้ นายอนุทินจะไปร่วมกับพปชร.ไม่ได้เลย ซึ่งการใช้อำนาจของ กกต.ในการคำนวณสูตร ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน นี่ยังไม่นับเรื่องความผิดปกติในหน่วยเลือกตั้งหลายหน่วย

นายธนาธร กล่าวว่าต้นตอของความขัดแย้งคืออะไร  คือคนเรียกร้องประชาธิปไตย หรือคนที่ขโมยอำนาจไปแล้วไม่คืน  เรื่องนี้ง่ายมากอำนาจควรเป็นของคนไทยทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นดวงประทีบแห่งความหวังของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของอาเซียน นักการเมืองที่ไปเป็นนั่งร้านให้เผด็จการ ไม่ต้องโอ้อวดหรอกว่า เกิดเดือนตุลาฯปีไหน มันตอบไม่ได้หรอกทำไมจึงไปสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ทำไมไม่กล้าพูดเรื่องจริงว่า คนที่เป็นปัญหาของความขัดแย้ง ไม่ใช่คนที่ลุกมาทวงสิทธิและเสรีภาพคืน แต่เป็นคนที่ขโมยอำนาจมา แล้วเขียนรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจอยู่กับเขาไปตราบนานแสนนาน จะปล่อยให้คนพวกนี้ตีกินเรื่องความขัดแย้งไม่ได้

"อย่างการกระจายอำนาจถามว่าตั้งแต่รัฐประหาร 2549 และ5 ปีของคสช.อำนาจถูกกระจายไปท้องถิ่นมากขึ้น หรือถูกดึงเข้ามายังส่วนกลาง ผมเติบโตมากับหนังสือโกวิทย์ อาจารย์อยู่ผิดพรรคแล้วครับ  ความเหลื่อมล้ำที่กระจุกตัวอยู่กับส่วนกลางคือปัญหา แล้วรัฐเผด็จการที่จะสืบทอดอำนาจจะกระจายอำนาจนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ทุกพรรคการเมืองต่างพูดเรื่องการกระจายอำนาจ ส่วนเรื่องเทคโนโลยี ถ้าทำไม่ได้ ผมทำให้เอง ก่อนออกจากบริษัทมีหุ่นยนต์ 1,600 ตัว ผมพร้อมพาประเทศไทยต่อกรกับเทคโนโลยีได้มากกว่านี้"นายธนาธร กล่าวและว่าขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุก คน หากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ ต่อต้านการรัฐประหารไปด้วยกัน ศตวรรษที่ 21 ไม่ควรเกิดเหตุการณีแบบนี้อีกแล้ว
 


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง