“ตูน  บอดี้สแลม” ขอบคุณคนอีสานที่ให้การต้อนรับด้วยความอบอุ่น


เพิ่มเพื่อน    

หลังจากที่นายอาทิวราห์  คงมาลัย หรือ " ตูน บอดี้สแลม"  พร้อมด้วยศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง และนักวิ่งจิตอาสา นักวิ่งชาว จ.ขอนแก่น ได้กำหนดตัดกิจกรรมรวมพลัง “ก้าว” ครั้งใหม่ วิ่งถึงศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นรับเงินบริจาคที่ทางหน่วยงานต่างๆจากภาคเอกชนและนักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่นได้ร่วมกันบริจาคอีกมากมาย ซึ่งล่าสุดยอดเงินจากที่บริจาคออนไลน์และในส่วนอื่นๆขณะนี้นับคร่าวๆอย่างไม่เป็นทางการใกล้แตะหลักร้อยล้านบาทแล้ว ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

 เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.2662 นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.สมชาย  ครรภาฉาย ผบ.มทบ. 23 และ พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้ให้การต้อนรับ ตูน  บอดี้แสลม  ที่ห้องรับรองชั้น 4 ภายในศาลากลาง จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งพูดคุยถึงเรื่องของการรักษาพยาบาล และโรคต่าง ๆ ที่มักจะเกิดกับคนอีสานเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคมะเร็งตับ 

โดย ผวจ.ขอนแก่น ก็ได้กล่าวขอบคุณ ตูน  บอดี้สแลม ที่ได้มาปลุกกระแสให้ชาวขอนแก่นรวมทั้งชาวอีสานทุกคนหันมาตื่นตัวในเรื่องของการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำผ้าไหมมามอบให้กับตูน  บอดี้สแลม โดยผวจ.ขอนแก่น ได้บอกกับตูนว่า จังหวัดขอนแก่นนี้ถือว่าเป็นดินแดนผ้าไหม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผ้าไหมที่แพงที่สุดก็อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น โดยผ้าไหมดังกล่าวนี้อยู่ที่ อ.ชนบท 

นายอาทิวราห์  คงมาลัย กล่าวว่าโครงการก้าวทีละก้าว ตั้งใจจะไปให้ครบทั้ง 5 ภาคภาค ละ 2 วัน ซึ่งจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเราก็ไม่คิดว่ายอดจะเยอะขนาดนี้ อย่างไรก็ตามใจจริงของพวกเรานั้น ต้องการอยากเห็นคนไทยทุกคนมาบริจาคคนละ 10 บาท หรือ 20 บาท เท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังที่จะได้รับบริจาคเป้นเงินก้อนโตๆ เพราะเงิน 10บาทเมื่อนำมารวมกันก็จะขนาดมากพอที่จะไปช่วยเหลือ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดีๆ แจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลชุมชนในเขตภาคอีสานได้อีกหลายๆเครื่อง ที่จะไปช่วยชีวิตได้จริงๆ

"ที่สำคัญที่สุด คือผมอยากได้มากกว่าเรื่องเงิน  คือการให้ทุกคนหันมาออกกำลังกาย มาวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ เช้าเย็น แทนการไปเดินห้าง เพราะเมื่อคนเรามีสุขภาพดี ก็ไม่ต้องไปใช้โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น  ซึ่งเท่าที่ตนได้คุยกับคุณหมอหลายๆ คนหลาย ๆ โรงพยาบาลท่านบอกว่าสาเหตุ การเสียชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่มาจากโรค เบาหวาน  ความดัน  ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้  เมื่อทุกคนลุกขึ้นมาออกกำลังกายมากขึ้น มีสุขภาพดีมากขึ้น มันก็จะดีมากกว่าการที่เรา เอาเงินไปให้กับโรงพยาบาลอย่างเดียว"


นายอาทิวราห์ กล่าวต่ออีกว่าขอขอบคุณชาวอีสานทุกคนว่า ตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรมในภาคอีสาน พบว่าทุกคนเป้นคน น่ารักๆ ตลอดเส้นทางการวิ่งจากหนองคายลงมาถึงอุดรถึงขอนแก่น ได้มีประชาชนที่ทำไร่ทำนาอยู่สองข้างทางวิ่งออกมาบ้างเดินออกมาบ้าง เพื่อเอาสตางค์มาให้ตน คนละ 100 บาทบ้าง หรือมากน้อยกว่านั้นก็มี โดยบอกกับตนว่าเอาไป เอาไป ซึ่งน่ารักมาก เพราะทุกคนอยากมีส่วนร่วม ทุกคนอยากมีส่วนช่วยเหลือโรงพยาบาล ต้องขอบคุณเพราะเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.