อย่าให้ซ้ำรอยระบอบทักษิณ


   


    รัฐบาลหน้าไม่ใช่รัฐบาล คสช. เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง
    ตัวละครจึงเปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก
    ฉะนั้นการแสดงออกถึงความวิตกกังวลจากกองหนุนลุงตู่ ต่อการทุจริตในรัฐบาลใหม่ จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
    เพราะหากซ้ำรอยเดิม จะไม่เหลือความไว้เนื้อเชื่อใจอะไรกันอีก
    ๕ ปีที่ผ่านมาใช่ว่าไม่มีรอยด่างเรื่องการคอร์รัปชัน 
    บางกรณีไม่สามารถอธิบายให้หายค้างคาใจกันได้ บางกรณีไม่มีความกระจ่าง
    และทั้งหมดคือบุคคลที่ใกล้ชิด "ลุงตู่" เอง 
    ๑ ถึง ๔ ปีข้างหน้านี้จึงไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องเดิมๆ อีก
    แม้รายชื่อคณะรัฐมนตรีจะยังไม่เป็นทางการ ไม่ใช่รายชื่อที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งลงมา แต่พอเห็นรางๆ ว่า บางคนอาจเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่    
    และหลายคนมาจากระบอบทักษิณ
    อาจจะแตกฉานซ่านเซ็นมานานจนกลายเป็นอีกพวก แต่ต้องยอมรับในประเด็นที่ว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลระบอบทักษิณนั้น เต็มไปด้วยคอร์รัปชัน
    คนที่กำลังจะเป็นรัฐมนตรีใน ครม.ลุงตู่สมัยสอง หลายคนก็มาจาก ครม.ระบอบทักษิณ 
    นั่นคือปัญหา!
    ฉะนั้นต้นทุนของรัฐบาลลุงตู่สมัยสอง จึงต่ำกว่าสมัยแรกที่มาจากรัฐประหารมาก
    ในแง่ตัวบุคคลต้องถามว่า "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - สมศักดิ์ เทพสุทิน" อย่างน้อยก็ ๒ คนนี้ เห็นความผิดพลาดในอดีตหรือยัง
    ยังจะเป็น "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - สมศักดิ์ เทพสุทิน" คนเดิมใน ครม.ระบอบทักษิณ ที่เคยก่อปรากฏการณ์ ซีทีเอ็กซ์-เรียงหิน หรือไม่ 
    การกลับใจของ องคุลิมาล นั้นเกิดขึ้นหลังจากฆ่าจนครบ ๙๙๙ คน แล้วพบพระพุทธเจ้า เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และออกบวชเป็นพุทธสาวก
    วันนี้ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - สมศักดิ์ เทพสุทิน" เจอใครเป็นแบบอย่างให้กลับใจได้หรือยัง
    "ลุงตู่" ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเองก็ต้องมีคำตอบที่ดีให้ประชาชนว่า คุมคนพวกนี้ไม่ให้ก่อเรื่องแบบเดิมๆ ได้หรือไม่
    ว่ากันตามเนื้อผ้าสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันใช่ว่าจะปกตินัก
    กลุ่มต่อต้านสถาบันเปิดเผยตัวตนมากขึ้น 
    และเข้าสู่การเมืองมากขึ้น
    ที่สำคัญไม่แยแสต่อเสียงเรียกร้องให้เลิกเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันสูงสุด ซ้ำร้ายยังประกาศเดินหน้าสู้ต่อไป ไม่มีถอย!
    ไม่ใช่เรื่องดีนักหากด้านหนึ่งรัฐบาลมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชัน อีกด้านหนึ่งมีกลุ่มที่พยายามทำลายล้างรากเหง้าของประเทศ
    ฉะนั้นอย่าปล่อยให้ประชาชนไร้ที่พึ่ง 
    การเมืองวันนี้มีข้อจำกัดมากมาย รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หัวหน้ารัฐบาลใช้ความเด็ดขาดได้ยากลำบาก เพราะต้องคอยประนีประนอม จึงเสี่ยงที่จะล่มได้ทุกเวลา
    แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องขี้ผงในทันที หากนักการเมืองทุกคนที่ตัดสินใจร่วมรัฐบาลแล้ว มุ่งมั่นทำเพื่อชาติประชาชนอย่างแท้จริง 
    เพราะหากนักการเมืองมีอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม เสียงปริ่มน้ำแทบไม่มีความหมาย อยู่ครบ ๔ ปีแน่นอน 
    แล้วเรามาถึงจุดนั้นกันหรือยัง
    ท่ามกลางกระแสข่าวแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี นักการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลได้ก้าวข้ามผลประโยชน์ของตนเองไปแล้วหรือยัง? 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว