ล็อบบี้หยุดทวงเก้าอี้ เบรกกลุ่มด้ามขวานเคลื่อน พปชร.ส่งแกนนำถกดำรงค์


   


    รองโฆษก พปชร.วอนทุกฝ่ายให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ตั้ง ครม. เชื่อดูความเหมาะสม ยึดประโยชน์ประเทศชาติ จ่อส่งแกนนำเคลียร์ "ดำรงค์" มั่นใจยังอยู่ร่วมรัฐบาล กลุ่ม 13 ส.ส.ใต้ พปชร.ก่อหวอดทวงเก้าอี้บ้าง นัดเปิดวอร์รูม  “กลุ่มด้ามขวานไทย” 17 มิ.ย.นี้ เตือนถ้าไร้ รมต.ภาคใต้เตรียมสูญพันธุ์ "บิ๊ก พปชร." เต้น! สั่งสกัดไม่ให้รวมตัวทวงเก้าอี้ ปชป.ปัดขัดแย้งกัน อ้างถกเถียงเป็น ปชต.ภายในพรรค พท.เสี้ยม! นายกฯ ทิ้งพรรคเล็กก่อนเป็นงูเห่า เย้ยรัฐบาลเสื่อมหนัก ฟุ้งพลังคนรุ่นใหม่จะออกฤทธ์ให้ฝ่าย ปชต.เข้ามาฝ่าวิกฤติ
    เมื่อวันอาทิตย์ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เรียกร้องพรรค พปชร.ขอร่วมงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่เคยตกลงไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้นจะขอถอนตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ ว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาเพียงคนเดียว ดังนั้นควรให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของนายกฯ เชื่อว่านายกฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง จึงอยากให้ทุกฝ่ายยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก 
    นายธนกรกล่าวว่า ส่วนกรณีนายเอกราช ช่างเหล่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ระบุว่าภาคอีสานตอนบนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรตำแหน่งนั้น ทางผู้บริหารของพรรคให้ความสำคัญกับทุกภาค และดูถึงความเหมาะสมเป็นหลักสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งต้องให้เกียรติในการตัดสินใจ ส่วนที่มีการรายงานว่านายเอกราชอยู่ในกลุ่มสามมิตรก็ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่ พปชร.เพียงหนึ่งเดียว 
    "ตำแหน่งรัฐมนตรีมีจำกัด ย่อมมีคนผิดหวังและสมหวังเป็นธรรมดา แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะสามารถทำความเข้าใจกันได้ เพราะที่ผ่านมาทุกคนต่างก็ทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ เวลานี้ใครผิดหวังในการจัดตั้งรัฐบาล ใครจะออกมาเรียกร้องอะไร ก็อยู่กลุ่มสามมิตร การจะนำเสนออะไร หากสงสัยหรือไม่ชัวร์ก็โยนให้สามมิตร ผมว่าพอเถอะครับ เพราะเวลานี้เรามีเพียงอย่างเดียวคือพรรคพลังประชารัฐ อย่าโยงไปเรื่อย เพราะคนถูกกล่าวหาโจมตีคือแกนนำที่ไม่รู้เรื่อง และกลับกลายเป็นการโยนบาปทั้งที่เขามิได้กระทำ" นายธนกรกล่าว
    นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังท้องถิ่นไทจะจับมือกับพรรครักษ์ผืนป่าฯ เพื่อกดดันแกนนำพรรค พปชร.ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีว่า พรรคพลังท้องถิ่นไทไม่มีเรื่องต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรี ท่านอาจจะมองว่าตนมี 3เก้าอี้ ท่านมี 2 เก้าอี้ น่าจะสามารถรวมกันได้ แต่ตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่นายดำรงค์แถลงข่าวขอช่วยทำงานเกี่ยวกับดูแลทรัพยากร แต่หากไม่ได้จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ อาจจะเป็นเพราะนายดำรงค์อยากเข้าไปทำงานในส่วนนั้น เนื่องจากมีความรู้ความชำนาญงานด้านนั้นอยู่ ในส่วนตนพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าเราอยากให้ประเทศเดินหน้า และหวังอยากทำงานเพื่อประเทศเดินต่อไปก็พอใจแล้ว
     “ผมเข้าใจท่าน เพราะท่านมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนี้ จึงอยากเข้าไปทำงานตรงนี้ แต่ตัวผมไม่มีอะไร ไม่ได้คิดถึงเรื่องตำแหน่งอะไร ยังยืนยันคำเดิมตั้งแต่แรก และช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอท่านด้วย” นายชัชวาลล์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรค พปชร.ได้รับทราบข้อเรียกร้องของนายดำรงค์ แต่ยืนยันว่าโควตากระทรวงทรัพยากรฯ ยังคงเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา และก่อนหน้านี้ก็ได้ยื่นข้อเสนอให้นายดำรงค์เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่นายดำรงค์เห็นว่านโยบายของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ไม่ตรงกับพรรคชาติไทยพัฒนา จึงได้ปฏิเสธรับตำแหน่งดังกล่าว โดยพปชร.เตรียมส่งแกนนำเข้าหารือกับนายดำรงค์ในสัปดาห์หน้า พร้อมเชื่อว่า 2 เสียงของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ยังคงอยู่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน    
    มีรายงานว่า แกนนำพรรค พปชร.ได้มีการพิจารณาเรื่องที่นายเอกราชออกมาแถลงข่าวแล้ว แต่เห็นว่าโผ ครม.ในส่วนของพรรคค่อนข้างจะนิ่งแล้วกว่าร้อยละ 90 แต่หากจะมีการทบทวนหรือพิจารณาจัดสรรรายชื่อใหม่ ต้องเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจ
13 ส.ส.ใต้ทวงเก้าอี้
    นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า 13 ส.ส.ภาคใต้  ซึ่งเป็นกลุ่ม ส.ส.ด้ามขวาน ก็ไม่พอใจที่ทางกลุ่มไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งใดๆ ทั้งที่ได้ ส.ส.เข้ามาถึง 13 คน ทำให้ทางกลุ่ม ส.ส.ใต้เตรียมทวงถามความเป็นธรรมเช่นกัน โดยรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีในโควตาภาคใต้เบื้องต้นเสนอคือ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสมาขิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หัวหน้าทีมเลือกตั้งภาคใต้ของพรรค 
    โดยนายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรค พปชร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของกลุ่มภาคใต้ 13 เสียงที่ไม่มีตำแหน่งใน ครม.ว่า ที่ผ่านมาเราอยู่แบบเงียบๆ ไม่เคยกดดันหรือต่อรองใดๆ ทางกลุ่มก็ได้ประสานกับทางผู้ใหญ่ไปเป็นการภายใน ด้วยหลักการและเหตุผล สาเหตุที่คนภาคใต้เลือกพรรค พปชร.เข้ามา เพราะเขาต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าไม่มีคนในสัดส่วนของภาคใต้เข้าไปนั่งบริหาร คงจะสู้เขาไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.), พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดเต็มทั้ง 2 พรรค
    “หากยังปล่อยไว้แบบนี้ ผมมั่นใจว่าพลังประชารัฐจะสูญพันธุ์ที่ภาคใต้แน่นอน” 
    นายนิพันธ์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ทางกลุ่มจะมีการเปิดที่ทำงาน “กลุ่มด้ามขวานไทย” ที่แยกถนนพิชัย เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของทางกลุ่ม ซึ่งมี ส.ส.13 คน รวมถึงจะมีการประชุมกำหนดท่าทีการทำงานกับพรรคด้วย
    อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำ มีรายงานว่าแกนนำรัฐบาล คสช.และแกนนำพรรค พปชร. หลังทราบข่าวว่ากลุ่มด้ามขวานไทยจะมีการนัดหารือ ส.ส.ภาคใต้ทั้งหมด เพื่อทวงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ก็ทำให้มีการประสานไป ส.ส.เขตรายตัว เช่น ส.ส.สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง เพื่อขอให้ยุติการเคลื่อนไหวไว้ก่อน โดยมีการประสานผ่านผู้ใหญ่บางคนในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงคนที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลที่เคยไปช่วยหาเสียงให้ในพื้นที่ เพื่อขอให้ช่วยพูดกับ ส.ส.กลุ่มด้ามขวานไทย ไม่ให้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ และเปิดแถลงข่าวเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะจะเป็นการกดดันนายกฯ 
    โดยก่อนหน้านี้ ในการหารือกันของกลุ่มด้ามขวานไทย ที่ได้เริ่มทยอยเข้ากรุงเทพฯ แล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. บางคนเสนอว่าควรประสานไปยัง พ.อ.สุชาติ แกนนำกลุ่ม ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นตท.12 กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ พ.อ.สุชาติไปคุยกับพล.อ.ประยุทธ์เป็นการส่วนตัวว่าควรให้โควตาเก้าอี้รมต.กับกลุ่มภาคใต้ด้วย     
    ช่วงค่ำ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะทำหน้าที่ให้เหมือนวันเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันการทำหน้าที่ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นภาคอะไร อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ พรรคจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนทุกคนทั่วประเทศ ดังนั้น สมาชิกของพรรคทุกคนจึงมีหน้าที่เดินเข้าหาพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ให้เหมือนวันเลือกตั้งที่เขามอบความไว้วางใจมอบคะแนนเสียงให้กับเรา ทำหน้าที่ประสานนโยบายจากรัฐบาลไปสู่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันต้องยึดมั่นการทำหน้าที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน นำเสนอเรื่องราวความเดือดร้อนของเขาให้พรรคได้รับทราบ เพื่อจะหาทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่อไป วันนี้พรรคได้กำหนด 12 นโยบายตามร่างนโยบายรัฐบาลในส่วนของพรรคแล้ว ซึ่งนโยบายเหล่านั้นครอบคลุมการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน    
    ด้านนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการทำหนังสือเวียนเพื่อสลับโควตารัฐมนตรีในพรรค ระหว่างนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ความขัดแย้งหรือแย่งตำแหน่งกัน จากเดิมที่ประชุม ให้นายนิพนธ์เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และให้นายจุติเป็น รมช.มหาดไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างไม่ถนัดในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย เกรงว่าจะทำผลงานให้พรรคได้ไม่เต็มที่ จากนั้นได้ไปนั่งคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่ห้องของนายสุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค นี่คือที่มาของหนังสือเวียน ซึ่งทุกท่านก็พูดคุยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นจะขัดแย้งกัน
     เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าว กปปส.ยึด ปชป.ไม่สำเร็จแล้วป่วน นายอิสสระกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องสัดส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีที่ออกมาตนไม่ได้เคยโวยวายอะไร เมื่อพรรคเห็นชอบแล้วก็จบ เราเคารพมติพรรค โดยเฉพาะคนที่ในการอภิปราย มันเป็นเรื่องธรรมดาก็ต้องพูดกัน ที่ตนพูดมากในวันประชุมคือทักท้วงว่าทำไมในภาคอีสานถึงไม่ได้โควตารัฐมนตรี ทั้งที่ได้ ส.ส.เขตถึง 2 คน ที่ จ.อุบลราชธานี คือนายวุฒิพงษ์ นามบุตร และ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ตนท้วงติงขอความเป็นธรรมให้คนอุบลฯ แค่เรื่องนี้ เมื่อที่ประชุมชี้แจงแล้วตนก็จบ
กปปส.ปัดป่วน ปชป.
    "ขอให้ไปย้อนดูการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ว่าเหตุใดผมในฐานะอดีต กปปส.ถึงไม่ไปสนับสนุน นพ.วรงค์ ร่วมกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา แต่ช่วยนายอภิสิทธิ์ จนกระทั่งได้รับชัยชนะ จึงไม่ใช่เรื่อง กปปส.ป่วน เพราะภารกิจ กปปส.จบไปตั้งแต่ 22 พ.ค. 57 ไม่ทราบว่าฝ่ายไหนที่พยายามตอกลิ่มพรรคให้เกิดความขัดแย้งไม่เลิกราเสียที ขอให้หยุดเป็นอีแอบสักที" นายอิสระกล่าว 
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า การประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.ทุกคนได้มีโอกาสซักถามข้อข้องใจต่างๆ จนเป็นที่พอใจ กระทั่งที่ประชุมมีมติอนุมัติรายชื่อออกมา 7 คน การที่คนในพรรคมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย ถือเป็นความเห็นต่าง และเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตยมากกว่า อย่ามองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่นี่คือบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยภายในปชป. ซึ่งพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มี และเชื่อว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ เพราะหลังจากนี้ทุกคนในพรรคต้องร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ส่วนพรรคต้องกำกับดูแลงานของรัฐมนตรีของพรรค  ขณะที่รัฐมนตรีแต่ละคนต้องมาชี้แจงงานของตัวเองที่ทำในกระทรวงนั้นๆ ต่อที่ประชุม ส.ส.ทุกวันอังคาร 
     ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทางพรรคภูมิใจไทยจะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งหมดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 17 มิ.ย. โดยขณะนี้รายชื่อทั้งหมดยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะส่งถึงมือนายกฯ 
    เมื่อถามกรณีที่มีกระแสข่าวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค จะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ   นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่ก็เข้าใจ เพราะตำแหน่งมีน้อย และคนมีมาก จึงมีการปล่อยข่าวออกมาแบบนี้ รายชื่อที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ก็มีถูกบ้างผิดบ้าง แต่ยังไม่ถูกทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทางพรรคจะพิจารณาความเหมาะสมจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนส่งนายกฯ 
    สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน 8 ตำแหน่งนั้น คาดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคและแม่ทัพภาคใต้ จะดำรงตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ คาดว่านายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค จะตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์, น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์
'บิ๊กตู่'ไม่ปรับตัวไม่รอด
          นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า วันนี้ยังยืนยันว่าทั้ง 10 พรรคเล็ก ไม่มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกับรัฐบาล เพราะเราต้องการสร้างการเมืองใหม่ การตัดสินใจอยู่ที่นายกฯหากเห็นว่าพรรคเล็กมีความเหมาะสมแล้วให้ตำแหน่งมาเราก็รับ ทั้งนี้ หากพรรคใดพรรคหนึ่งได้ตำแหน่ง เราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีการอิจฉาริษยากัน แต่จะขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของพวกเรา ถ้านายกฯ ไม่สามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับเราได้ กลุ่ม 10 ยังยืนยันที่จะสนันสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปอย่างแน่นอน 
    นพ.ระวีกล่าวว่า ในส่วนของงานในสภา ถึงแม้เราจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะเป็นพรรคฝ่ายค้านในรัฐบาล คือถ้าเห็นว่าเรื่องอะไรที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีทำผิด เช่น คอร์รัปชัน เราจะเตือนรัฐบาลก่อน หากรัฐบาลทำถูกทั้ง 10 พรรค ก็พร้อมจะสนับสนุน และเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล เราจะสู้กับฝ่ายค้านให้ แต่หากรัฐบาลทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ฟัง ไม่สนใจสิ่งที่เราเตือน เราก็พร้อมที่จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล 
    เมื่อถามถึงอายุของรัฐบาลชุดนี้ นพ.ระวีกล่าวว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลจะอยู่ยาวได้คือ 1.รัฐบาลต้องบริหารแบบซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส 2.ต้องทำงานเร็ว และ 3.ต้องทำงานเป็น หากทำได้ครบทั้ง 3 เงื่อนไขนี้ รัฐบาลอยู่ได้ครบ 4 ปี แต่ถ้าโกง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต แค่ 6 เดือนก็อยู่ไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ นายกฯ จะต้องปรับตัว ขณะนี้ฝ่ายค้านถือว่ามีพลังมาก เป็นเลือดคนรุ่นใหม่ คุมอำนาจของระบบออนไลน์ มีพรรคเพื่อไทย ที่คุมพื้นที่อย่างมหาศาล รัฐบาลจึงมีงานหนักมาก จะต้องมีการบริหารที่รวดเร็ว มีการประสานงานที่รวดเร็ว ถ้าไม่ปรับตัวไม่ถึงปีก็ไม่รอด และอยากให้นายกฯ จัดตั้งรัฐบาล คัดสรรคนที่ดีที่สุดเพื่อมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง พืชผลเกษตร  
    ส่วน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและหัวหน้าศูนย์สื่อสารข่าวสารเฉพาะกิจ (ศสส.) พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในระหว่างการรอคอย ครม.ใหม่ สังคมได้รับรู้แต่ข่าวสารที่ไม่เป็นมงคล 1.ตัวนายกฯ ถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้จะเป็นระเบิดเวลาใหญ่ในอนาคต 2.การอธิบายความว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจที่จะแต่งตั้งกันเอง ผลปรากฏว่าเป็นยิ่งกว่าสภาผัวเมีย 3.ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 41 คนถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติเพราะไปถือหุ้นสื่อ หากหลุดจากตำแหน่งก็จะส่งผลให้รัฐบาลมีเสียงข้างน้อยทันที 4.สื่อต่างประเทศหลายสำนักออกข่าวไปทั่วโลกว่า ไทยเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม และ 5.ข่าวสารตัวบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีล้วนเป็นบุคคลที่ฝากความหวังไว้ด้วยยาก เพราะไม่มั่นใจในฝีไม้ลายมือ 
    "ความเสื่อมทั้งหมดมาจากตัวผู้นำของเรา มาจากกลุ่มการสืบทอดอำนาจ และได้รับชัยชนะการเลือกตั้งมาจากการฉ้อฉล ขนาดใช้เล่ห์เพทุบายเต็มรูปแบบแล้วยังได้ ส.ส.แค่เสียงปริ่มน้ำ ทำให้เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพขาดการยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ คาดการณ์ต่อไปได้เลยว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้ ก็จะพลิกผันกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีใครอยากทำงานร่วมกับเผด็จการ ถ้าไม่ถูกบังคับขู่เข็ญ ในระยะเวลาอันใกล้นี้กระแสสังคมจากพลังประชาชนคนรุ่นใหม่ที่รักประชาธิปไตยจะออกฤทธิ์แรงขึ้นเรื่อยๆ จนผลักไสรัฐบาลและฝ่ายประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมจะเข้ามาแทนที่นำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤติไปได้" พล.ท.ภราดรกล่าว
เสี้ยมนายกฯ หักพรรคเล็ก
          นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า กรณีพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์  
ออกมาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีจนไม่สนใจสายตาของประชาชนผู้เสียภาษีที่จับจ้องมองอยู่ ปานประหนึ่งไม่เห็นหัวประชาชน ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่า หากรักประเทศจริง ต้องเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจหักดิบ ยอมปล่อยทิ้งพรรคการเมืองบางพรรคบ้างก่อนที่จะโดนงูเห่าฉก สุภาษิตโบราณก็ชัดเจนอยู่ว่าชาวนากับงูเห่าเป็นอย่างไร แม้พวกต่อรองเก้าอี้จะอกหักไม่ได้รัฐมนตรีอะไรเลย ก็จะไม่สามารถกลับมาเป็นฝ่ายค้านที่สง่างามและสมศักดิ์ศรีได้อีกต่อไป เพราะวันนี้ประชาชนรู้เช่นเห็นชาติและเอือมระอากับพรรคการเมืองเหล่านี้มากพอแล้ว 
    "แค่พรรคร่วมและพรรคจิ๋ว หากมองความไม่ลงรอยที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐที่กลุ่ม ส.ส.อีสาน ออกมาแข็งข้อ คือสิ่งผิดปกติของการเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติของการฟอร์ม ครม.ตู่ 2 อย่างยิ่ง ขอให้ประชาชนที่เลือกพรรคเหล่านี้ให้จดแปะข้างฝาไว้ว่าเขาหักหลังอะไรท่านไว้  เลือกตั้งคราวหน้าท่านจะได้ใช้เสียงของท่านลงโทษคนทรยศต่ออุดมการณ์" นายจิรายุกล่าว 
    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รายชื่อ รมต.ที่ออกมาไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นรายชื่อของสมาชิก คสช. และกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ การเดินหน้านโยบายของรัฐบาลคงเป็นไปได้ยาก เพราะแต่ละพรรคต่างก็มีนโยบายของตัวเอง ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างทำ สุดท้ายอาจไปคนละทิศละทาง การที่รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้นานหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายค้านในสภา แต่อยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลกันเองที่จะเป็นตัวแปล เพราะวันนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ออกมา แต่มีการปล่อยข่าวให้ร้ายกันแล้ว 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะมุ่งมั่นทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตีรวน จะยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญจะนำพาประเทศชาติและประชาชนออกจากการเมือง retro ย้อนยุคกลับมาเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ยึดโยงกับประชาชน
      รายงานเปิดเผยว่า สำหรับการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค พท.ชุดใหม่ เพื่อให้ได้หัวหน้าพรรคที่จะต้องเป็น ส.ส.มาเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค ได้ลิสต์รายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่ไว้แล้ว และเชิญคนรุ่นใหม่ทางการเมืองมาหารือ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการทำงานพรรคและงานด้านสภา ที่จะต้องทำควบคู่กัน ในส่วนของ กก.บห.ชุดใหม่ จะเป็นตัวจริง มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาเหมือนที่ผ่านมา มีส่วนผสมของอดีต ส.ส.ที่มีประสบการณ์การเมือง และ ส.ส.ปัจจุบัน รวมทั้งมีการวางอัตราส่วนคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์อัตราส่วนอย่างละครึ่งของ กก.บห.ทั้งหมด ตำแหน่งโฆษกพรรค ทางแกนนำพรรคอยากให้คนมาทำหน้าที่นี้เป็นส.ส. เพื่อทำหน้าที่ชี้แจง ตอบโต้ทางการเมืองผ่านทั้งเวทีสภาและเวทีนอกสภาได้ในคราวเดียวกัน 
    ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค จะตัดสินใจลาออกในเร็ววันนี้ เพื่อให้รักษาการหัวหน้าพรรคเรียกประชุม ส.ส.และสมาชิกพรรคลงมติเลือกหัวหน้าและ กก.บห.ชุดใหม่ ที่จะทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?