ชี้แบ่งเค้กเพื่อประโยชน์! 52%ไม่เอารัฐมนตรีขี้โกง


   


    ตบหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ผลสำรวจสวนดุสิตโพลชี้ ประชาชนมองแบ่งเค้กตั้งรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 มีการแก่งแย่งตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ นิด้าโพลเผยประชาชนไม่เอา ครม.ยี้ พวกมีข่าว ภาพลักษณ์ในอดีตไม่โปร่งใส ไม่ซื่อสัตย์ มาเป็นเสนาบดี 
    เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2562 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “รัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง ในรัฐบาลชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญมากที่สุดในรัฐบาลชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 41.16 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, อันดับ 3 ร้อยละ 17.68 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อันดับ 4 ร้อยละ 16.88 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,  อันดับ 5 ร้อยละ 15.53 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ, อันดับ 6 ร้อยละ 14.17 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อันดับ 7 ร้อยละ 13.69 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, อันดับ 8 ร้อยละ 11.70 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, อันดับ 9 ร้อยละ 9.79 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, อันดับ 10 ร้อยละ 6.61 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 
    อันดับ 11 ร้อยละ 6.13 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, อันดับ 12 ร้อยละ 3.34 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, อันดับ 13 ร้อยละ 2.79 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ในสัดส่วนที่เท่ากัน, อันดับ 14 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, อันดับ 15 ร้อยละ 1.43 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, อันดับ 16 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, อันดับ 17 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อันดับ 18 ร้อยละ 0.48 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, อันดับ 19 ร้อยละ 0.40 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอันดับ 20 ร้อยละ 0.32 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 
    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงลักษณะของบุคคลที่ไม่ควรให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 52.39 ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีข่าวหรือภาพลักษณ์ในอดีตไม่โปร่งใส ไม่ซื่อสัตย์ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 39.89 ระบุว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ได้รับ, อันดับ 3 ร้อยละ 27.31 ระบุว่าเป็นบุคคลที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน (เช่น คนที่มีธุรกิจหรือมีคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง ทำธุรกิจเกี่ยวพันกับกระทรวงที่จะเข้าไปดูแล), อันดับ 4 ร้อยละ 24.92 ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าพ่อ มาเฟีย ผู้มีอิทธิพล, อันดับ 5 ร้อยละ 16.72 ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าสนใจแต่ผลประโยชน์ของจังหวัดของตนเองมากกว่าของทั้งประเทศ, อันดับ 6 ร้อยละ 13.38 ระบุว่าเป็นบุคคลที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแต่ไม่มีผลงานอะไรเลย,  อันดับ 7 ร้อยละ 5.65 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ, อันดับ 8 ร้อยละ 3.74 ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ และอันดับ 9 ร้อยละ 0.24 ระบุอื่นๆ ได้แก่ บุคคลที่หมิ่น/โจมตีสถาบัน และบุคคลที่เข้าข้างพวกพ้องตนเองมากกว่าส่วนรวม
    วันเดียวกันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,226 คน ระหว่างวันที่ 12-15 มิ.ย.2562 เกี่ยวกับเรื่อง “ประชาชนกับความหวังต่อรัฐบาลใหม่” 
    ผลสำรวจพบว่า จากข้อถามที่ว่า ประชาชนคิดอย่างไรกับการแบ่งกระทรวงให้กับพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล ณ วันนี้ โดยประชาชน 61.45% ระบุว่ามีการแก่งแย่งตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์, 20.77% มองว่าควรเลือกให้เหมาะกับงาน ทำงานได้จริง
    เมื่อถามว่า จุดเด่นของการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ที่ประชาชน “พึงพอใจ” พบว่า 42.86% ระบุว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง, 40.00% มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี, 23.85% ระบุว่าได้หลายพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาล
    เมื่อถามถึงจุดอ่อนของการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ที่ประชาชนยังไม่พอใจ ซึ่งพบว่าประชาชน 56.08% ระบุว่าที่มาไม่สง่างาม สืบทอดอำอาจ, 36.17% เห็นว่าจัดสรรตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ และ 20.24% เห็นว่าไม่มีเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ
    ผลสำรวจพบว่า เมื่อถามถึงเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการมากที่สุด พบว่าต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด คิดเป็น 64.52% ตามด้วย อยากให้ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน 52.78% อีก 48.81% อยากให้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และอีก 18.67% ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ เป็นประชาธิปไตย ส่วนความต้องการพัฒนาการคมนาคม ระบบขนส่ง มาเป็นอันดับสุดท้าย คิดเป็น 16.90% นอกจากนี้ เมื่อถามว่าเรื่องใดบ้างที่ประชาชนคิดว่าจะ "สมหวัง" "ผิดหวัง" กับรัฐบาลใหม่ โดยเรื่องที่คิดว่าจะสมหวัง มีผู้ตอบแบบสอบถาม 41.78% คือได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจากการเลือกตั้ง, 35.50% ทำงานได้ต่อเนื่องจากชุดเดิม และ 28.40% บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
    ส่วนที่ตอบเรื่องที่ผิดหวัง สัดส่วน 50.37% คือได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ ไม่เห็นการเปลี่ยน, 35.16% แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ และ 25.81% ไม่สามารถทำตามที่หาเสียงไว้ และคำถามสุดท้ายคือประชาชนอยากฝากบอกอะไรกับรัฐบาลใหม่ ณ วันนี้ โดยฝากบอกนายกรัฐมนตรี 54.06% อยากให้พัฒนาบ้านเมือง ทำเพื่อส่วนร่วม, 40.52% เป็นผู้นำที่ดี ฟังเสียงประชาชน และ 27.61% ทำตามสัญญา ตามนโยบายที่หาเสียง ส่วนฝากบอกคณะรัฐมนตรี 56.31% อยากฝากบอกให้ช่วยกันทำงาน เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ, 42.80% ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน โปร่งใส และ 31.59% ไม่ถูกครอบงำ ทำงานเป็นอิสระ.


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?