จ่อฟ้อง20ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ถือครองหุ้นสื่อ


   


    พปชร.เช็กบิลคืน! จ่อยื่น "ชวน" ส่งศาลรธน.ฟัน 20 ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ "ไพศาล" หวั่นวิกฤติการเมือง ถ้า 41 ส.ส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนกรณี "ธนาธร" เพื่อชาติบี้ "บิ๊กตู่" ยกเลิกคำสั่งคสช. เรียกคนเห็นต่างรายงานตัว
    เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและเพื่อน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอีกจำนวนหนึ่งกำลังรวบรวมข้อมูลการถือครองหุ้นของ ส.ส.ฝ่ายค้าน 7 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ และพรรคประชาชาติ ที่มีชื่อเป็นผู้ถือครองหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการประเภท หนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เพื่อทำคำร้องยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ห้ามผู้สมัคร ส.ส.เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยเบื้องต้นตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านแล้วพบว่าเข้าข่ายดังกล่าวประมาณ 20 คนขึ้นไป
    ส่วนที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ ส.ส. 41 คน ของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ตนเห็นว่าควรจะต้องตรวจสอบ ส.ส.ที่มีชื่อเป็นผู้ถือครองหุ้นในลักษณะเดียวกันให้ครบทุกพรรค เพื่อความชัดเจน และปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่เลือกตรวจสอบแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่ทำ เพราะหากดูจากรายชื่อ ส.ส.ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นตรวจสอบ ล้วนเป็น ส.ส.ในฝั่งของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ปรากฏชื่อ ส.ส.ของฝั่ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน 
    "อยากจะยกคำกล่าวของนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าที่เลขาธิการประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเคยบอกกับนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นมาเตือนสติอีกสักครั้งว่า ถ้าอยากเป็นส.ส.ที่ดี การตรวจสอบไม่ควรเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ คาดว่าจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดประกอบคำร้องและลงชื่อร่วมกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ครบ 50 คน และยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 41 ส.ส.ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายชวนได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีรายชื่อเป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐถึง 27 คน 
    ด้านนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "เรื่องเพิกถอน ส.ส. 41 คนฝ่ายรัฐบาล ประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยเป็นเรื่องหนึ่ง ประเด็นที่ให้หยุดการทำหน้าที่เมื่อศาลรับเรื่อง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าระทึกที่สุดก็คือเมื่อศาลรับเรื่องที่ประธานสภาฯ ส่งไปขอให้วินิจฉัยเพิกถอนแล้ว จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนกรณีนายธนาธรหรือไม่ และเหตุที่จะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งว่าเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ และไม่เกี่ยวกับช่องทางการยื่น ว่าเป็นการยื่นโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้ตรวจการ หรือประธานสภาฯ แต่อยู่ที่บรรทัดฐานการใช้มาตรการชั่วคราวก่อนตัดสิน ถ้าใช้มาตรฐานการไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหมือนคดีนายดอน ก็จะเกิดวิกฤติศรัทธา แต่ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกับนายธนาธร ก็จะเกิดวิกฤติทางการเมือง! หวยจะออกทางไหนล่ะครับ?"
    น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้คนมารายงานตัวว่า คสช.จะพ้นสภาพไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)พล.อ.ประยุทธ์ 2 เข้าบริหารประเทศ เหลือไว้แต่คนของ คสช.ที่แปลงกายไปเป็น ส.ว. และไปมีตำแหน่งใน ครม. แต่คำสั่ง คสช.ที่เคยประกาศไว้ยังมีผลอยู่  จึงขอเรียกร้องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้รีบยกเลิกคำสั่งการเรียกบุคคลมารายงานตัว เพราะคนเหล่านี้เป็นคนไทยผู้มีความรักชาติบ้านเมือง เคารพสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคตามหลักการประชาธิปไตย ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการใช้กำลังอำนาจในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เพื่อให้คนเหล่านั้น ซึ่งได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนโดยไม่มีความผิด ได้พบกับครอบครัวญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่เฝ้ารอด้วยความห่วงใยและคิดถึงกันมาเป็นเวลากว่า 5 ปี เพราะผู้คนเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร ซึ่งคนไทยกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะมาอ้างความรักชาติกว่าแล้วละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขับไล่เขาพ้นแผ่นดินไทยมิได้
    5 ปีที่ผ่านมา คสช.ได้ออกคำสั่งจำนวนมากที่ไม่เป็นธรรมละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและสื่อ โดยปราศจากการควบคุมตรวจสอบของฝ่ายใดๆ ในช่วงปลายของ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ยังใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งอีก ดังนั้นขอให้ พล.อ.ประยุทธ์รีบยกเลิกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัวโดยเร็ว เพราะถึงอย่างไรเสีย สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ในการที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่มารายงานตัว ไหนๆ พล.อ.ประยุทธ์อยากบอกสังคมโลกว่าเป็นนายกฯ มาจากการเลือกตั้งด้วยวิถีที่เป็นประชาธิปไตย ควรยกเลิกคำสั่งเพื่อแสดงความจริงใจกับสังคมโลก ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล อย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ควรแนะนำและสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ให้ยกเลิกคำสั่งนี้ มิฉะนั้นก็จะได้ชื่อว่า เป็นพวกนิยมชมชอบวิธีการใช้กำลังอำนาจแบบเผด็จการ ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนไทยผู้ที่มีความคิดต่างเช่นเดียวกับ คสช. และเป็นตราบาปสร้างปมด้อยให้กับพรรคตัวเองไปตลอด” น.ส.เกศปรียาระบุ.


นี่คือ............ ความพยายามสร้าง "หลักฐานเทียม" เพื่อนำไปเสริมวาทกรรม "ประยุทธ์ทำอะไรก็ไม่ผิด" ของฝ่ายค้าน

วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"