ยื่นกกต.เบรกพรรคทรงกลด ฟันคฑาเทพส่อผิดจริยธรรม


   

  ควันหลงเลือกตั้งยังป่วน! 69 สมาชิกพรรคพลังชาติไทยร้อง กกต.สอบ "ทรงกลด" พร้อมระงับการประชุมใหญ่ เหตุ กก.บห.ขับออกจากพรรคมิชอบหลังระดมผู้สมัครขอชดเชยค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง  ขณะที่อดีตผู้สมัครพลังไทยรักไทยจี้ กกต.เอาผิด "คฑาเทพ" ปูดติดสินบน 1 ล้านแลกพรรคได้ร่วมรัฐบาล ซ้ำหนีไม่จ่ายค่าหาเสียงเลือกตั้งตามสัญญา

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 17 มิถุนายน นายพรพิพัฒ พรหมชนะ อดีตนายทะเบียนและกรรมการบริหารพรรคพลังชาติไทย รวมทั้งตัวแทนสมาชิกพรรค เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อให้ตรวจสอบ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค  และให้มีคำสั่งด่วนที่สุด ระงับการประชุมใหญ่ของพรรคที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิ.ย. ที่โรงแรมเวสท์เกต  เรสซิเดนท์ เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคได้มีมติไล่ตนเองและสมาชิกรวมจำนวน 69 คนออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับพรรคข้อที่ 63 (4) ที่เห็นว่าพวกตนก่อการเป็นเหตุให้พรรคเสียหาย ทั้งที่เราไม่ได้ทำความผิด และจะเห็นว่าเป็นการไล่ออกทั้งที่ไม่ผิด   
    ทั้งนี้ต้องการให้ กกต.ระงับการประชุมดังกล่าว และจะต้องไม่ให้พวกตนพ้นจากสมาชิกภาพ เนื่องจากไม่ได้ทำผิดใดๆ เพราะผลจากการที่พรรคให้พวกตนออกทำให้ไม่สามารถโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้   
    นายพรพิพัฒกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่พรรคไม่ได้รับการเลือกตั้งตามเป้าที่ประกาศไว้ ตนในฐานะกรรมการบริหารพรรคก็แสดงสปิริตลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และได้มีการพูดคุยกับผู้สมัคร ส.ส.ในเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อขอรับการเยียวยาจากพรรค แต่พรรคกลับมีหนังสือแจ้งให้พ้นสมาชิกภาพทั้ง 69 คน โดยอ้างว่าก่อความวุ่นวายทำให้พรรคได้รับความเสียหาย จากการไปรวบรวมผู้สมัครมาเรียกร้องค่าเยียวยาจากพรรค เป็นการปลุกระดมทั้งที่ไม่มีการทำหนังสือแจ้งความผิดและทำการสอบสวนก่อน ซึ่งมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ ทำให้สมาชิกไม่สามารถเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ได้  
    วันเดียวกัน นายวินัย ไชยบุตร เลขาธิการพรรคพลังไทยรักไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค  ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ทวงถามความคืบหน้า กรณีก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอให้ กกต.ถอดถอนนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย เนื่องจากกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
    โดยนายวินัยกล่าวว่า พรรคพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่านายคฑาเทพกระทำผิดจริง โดยนายคฑาเทพได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตนเองลงวันที่ 29 ม.ค.ถึงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีชื่อเสียง โดยมีเนื้อหาเสนอว่า " จะสนับสนุนเงินให้ 1 ล้านบาทในนามพรรคพลังไทยรักไทย หากพรรคได้ร่วมรัฐบาล และหากมีตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคยินดีมอบตำแหน่งดังกล่าวให้" ซึ่งประเด็นนี้กรรมการบริหารพรรคไม่เคยรู้เห็นด้วยมาก่อน เพราะไม่เคยมีการนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคว่านายคฑาเทพได้ไปสัญญาอะไรกับใครไว้
     "เมื่อกรรมการบริหารพรรคพบจดหมายฉบับดังกล่าว เห็นว่าเป็นการทำผิดจริยธรรมและอาจผิดกฎหมายด้วยจึงมายื่นขอให้ กกต.ดำเนินการ แต่ผ่านมานานแล้ว กกต.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงได้มาทวงถามและยื่นหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เร่งดำเนินการถอดถอนนายคฑาเทพออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังไทยรักไทย"
    นอกจากนี้ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังไทยรักไทยยังได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอความเป็นธรรม กรณีที่นายคฑาเทพให้คำสัญญากับผู้สมัครของพรรคว่าจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง  เพราะเมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จและนายคฑาเทพได้เป็น ส.ส.ก็เงียบหายไปติดต่อไม่ได้ ทั้งที่ผู้สมัครเชื่อคำพูดนายคฑาเทพและนำเงินส่วนตัวเฉลี่ยคนละ 2-4 แสนบาทจ่ายค่าหาเสียงเลือกตั้งไปก่อนแล้ว 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ได้มีหนังสือชี้แจงไปถึงหัวหน้าพรรคไทรักธรรม เรื่องการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า ตามที่ได้มีหนังสือขอให้ทบทวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) ที่ลงวันที่ 28 พ.ค.62 นั้น กกต.ขอแจ้งให้ทราบว่าการประกาศผลการรวมคะแนน ส.ส. กกต.ประจำเขตเลือกตั้งจะต้องนำผลคะแนนจากรายงานผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งปกติรายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง และรายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักรรวมกันเพื่อประกาศผลการรวมคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
    สำหรับผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปที่ได้ประกาศผลเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 กกต.พบว่าเมื่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งบางแห่งไม่ได้นำผลคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักรมารวมผลคะแนนด้วย จึงได้สั่งการให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนอีกครั้ง เมื่อ กกต.ได้รับข้อมูลผลการรวมคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่มีการตรวจสอบความถูกต้องครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว จึงได้เสนอ กกต.เพื่อคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อภายหลังประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 349 เขต ตามมาตรา 129 ประกอบมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมที่ใช้ในการคำนวณ 3,957,620 คะแนน ซึ่ง กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 1) ตามผลการคำนวณจำนวน 26 พรรคการเมือง 149 คน โดยพรรคไทรักธรรมได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 1 คน
    ต่อมาเมื่อได้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 ใหม่ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. กกต.ก็ได้คำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 เขต ตามมาตรา 128 ประกอบมาตรา 129 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 61 พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมที่ใช้ในการคำนวณ 3,959,358 คะแนน ซึ่งมีผลให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ตามผลการคำนวณจำนวน 25 พรรค 150 คน โดยพรรคไทรักธรรมไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในการประกาศการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว และทำให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทรักธรรมพ้นจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของกฎหมาย.


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?