OISHI ปลื้มธุรกิจโตดีพร้อมลุยต่อเต็มสูบ


   

 

18 มิ.ย.61 - นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มและธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ทั้งในด้านองค์กร และด้านผลประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 เนื่องจากภาพรวมตลาดเครื่องดื่มฟื้นตัว ประกอบกับการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ของรอบบัญชี (ม.ค. – มี.ค. 2562) บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่ม 1,684 ล้านบาท เติบโต 11.1% และรายได้จากธุรกิจอาหาร 1,798 ล้านบาท เติบโต 11.9% ขณะที่กำไรสุทธิรวม 397 ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น 62.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผลกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่ม 275 ล้านบาท เติบโต 48.6% และผลกำไรจากธุรกิจอาหาร 122 ล้านบาท เติบโต 106.8% ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรกตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท

ด้านธุรกิจเครื่องดื่มแบรนด์โออิชิยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 46.2% เป็นผลมาจากการร่วมมือในสามธุรกิจหลัก ทั้ง โออิชิ กรีนที, ร้านอาหารโออิชิ และ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ในการจัดซัมเมอร์โปรโมชั่นในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา รวมทั้งการกลับมาผลิตสายเครื่องดื่มยูเอชที ได้เต็มประสิทธิภาพหลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ ในปีนี้มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.เพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีอินโนเวชั่น สร้างสีสันให้กับตลาด 2. ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ยกระดับสินค้าให้มีความพรีเมี่ยม และ3. นำเสนอเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพ

ทั้งนี้ ล่าสุดได้ออกโออิชิ โกลด์ เก็นไมฉะ ตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพ จนขึ้นแท่นผู้นำชาพรีเมี่ยมในช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ ขณะที่ด้านการส่งออก โออิชิ กรีนทียังครองผู้นำในตลาดอาเซียน โดยเป็นอันดับ 1 ในลาวและกัมพูชา

นางนงนุช กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น มีผลงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มาจากการขยายสาขาร้านอาหารใหม่ ซึ่งปัจจุบันเรามีสาขาทั้งหมด 258 สาขาทั่วประเทศ ประกอบกับการเติบโตของยอดขายของสาขาเดิม รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงเมนูอาหาร และการพัฒนาระบบบริการเดลิเวอรี่โดยปีนี้ตั้งเป้าเปิด 15-20 สาขา และอีก 20 สาขาในปี 2563 โดยกระจายไปเจาะตลาดในจังหวัดเมืองรอง เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี กลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ในปี 2562 นี้ บริษัทฯ สร้างแบรนด์อาหารสำเร็จรูปโออิชิให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยการรีแบรนด์ดิ้งอาหารพร้อมทาน ให้เป็นแบรนด์เดียวคือโออิชิ อีทโตะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทันสมัย และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ มากขึ้น


๒๓ ตุลาคม เป็นวัน "ปิยมหาราชเจ้า" "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ สวรรคต

เห็นยัง 'บิ๊กแดง' เป็นแบบไหน
'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓