นั่งตุ๊กตุ๊กเที่ยวชุมชนเกาะรัตนโกสินทร์


   

(นั่งตุ๊กตุ๊กทัวร์เกาะรัตนโกสินทร์)

    “เกาะรัตนโกสินทร์” เป็นศูนย์รวมของประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นย่านที่มีความชิค มีคาเฟ่ ร้านค้าเกิดขึ้นอยู่ทั่วทุกมุม ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเป็นเวลานาน แต่การท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ยังคงกระจุกตัวอยู่เพียงบางแห่งเท่านั้น ชุมชนหลายแห่งที่อยู่รอบๆ เกิดขึ้นและเติบโตมาพร้อมกับการสถาปนากรุงเทพฯ มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย แล้วแต่รากที่มาของคนที่อยู่อาศัยในชุมชน ซึ่งกลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน และไม่รู้จะเดินทางไปอย่างไร
    เมื่อวันก่อน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือว่า NIA ได้โชว์ความสำเร็จในการส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่าง Trawell PASS (ทราเวล พาส) แพลตฟอร์มนำเที่ยววิถีชุมชน ที่ช่วยแนะนำย่านชุมชน ร้านค้าสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวได้ด้วยตนเอง และยังได้นำเสนอ MuV รถตุ๊กตุ๊กคนเมืองพลังงานไฟฟ้าควบคู่กัน
    ทราเวล พาส ที่พูดถึงนี้เป็น "แช้ตบอท" ก็คือซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊ก สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนช่วยเหลือ เช่น เราส่งข้อความไปจองร้านอาหาร โดยระบบจะจัดการให้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานเข้ามายุ่ง ตัวนี้เชื่อมกับเฟซบุ๊กแมสเซนเจอร์ที่นักท่องเที่ยวใช้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวมักมองว่าไม่คุ้มค่าที่จะโหลดเพียงเพื่อใช้ทริปที่มาเพียงครั้งเดียว
    ข้อมูลในแพลตฟอร์มดังกล่าวนักพัฒนาได้ร่วมมือกับคนท้องถิ่นเพื่อแนะนำการท่องเที่ยววันเดียว โดยจะบอกเล่าถึงกิจกรรม สินค้าชุมชนที่น่าสนใจ และการเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นได้สะดวกมากขึ้น

(วัดพระแก้ว ยามใกล้ค่ำ)

    โดย Trawell pass เริ่มต้นแนะนำกรุงเทพฯ และโฟกัสในเขตพระนคร หรือย่านเกาะรัตนโกสินทร์ก่อน ในปัจจุบันทำงานร่วมกับ 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนป้อมมหากาฬ, ชุมชนบ้านบาตร, ชุมชนวังกรม และชุมชนนางเลิ้ง ส่วน MuV รถตุ๊กตุ๊กคนเมืองพลังงานไฟฟ้า เป็นนวัตกรรรมรถตุ๊กตุ๊กระบบไฟฟ้า ที่ “กฤษดา กฤตยากีรณ” กรรมการผู้จัดการบริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี้ เทค จำกัด คิดค้นขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานน้ำมัน มีทั้งหมด 15 คัน
    เอาล่ะ! หลังจากฟังความเป็นมาของ 2 นวัตกรรม ทั้งแพลตฟอร์มนำเที่ยวชุมชน แล้วก็รถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้าเพื่อสังคมแล้ว ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจชุมชนย่านรัตนโกสินทร์ โดยนั่งเจ้าตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้านี่ล่ะ

(วังกรมพระสมมติอมรพันธ์)

    สถานที่แรกที่ลงพื้นที่คือ “ชุมชนวังกรมพระสมมตอมรพันธ์” อยู่ในซอยสำราญราษฎร์ ใกล้กับร้านข้าวต้มเป็ดนายอ้วน หรือเข้าทางฝั่งถนนบำรุงเมืองมาตามทางเดินติดกับร้านรัตนตรัย เป็นหนึ่งในชุมชนที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จัก ภายในชุมชนเป็นชุมชนเล็กๆ เงียบสงบ ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ว่าเป็นที่ตั้งของวังกรมพระสมมติอมรพันธ์ เป็นตำหนักหม่อมเจ้ามงคลประวัติ สวัสดิกุล ซึ่งเป็นทายาทของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมตอมรพันธ์ ซึ่งทรงเป็นพระราชโอรสในเจ้าจอมมารดาหุ่นในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันคงเหลือให้เราได้เห็นเพียงตำหนักสีขาวก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น เพียงหลังเดียวเท่านั้น แต่แม้จะเหลือเพียงตัวตำหนัก แต่รอบๆ ตำหนักยังมีบ้านเรือนชุมชนเก่าแก่อยู่อาศัย และชุมชนแห่งนี้ยังคงถูกเรียกว่า ชุมชนวังกรมพระสมมติอมรพันธ์ คุณน้าคุณป้าชาวชุมชนส่วนใหญ่ยังคงทำอาชีพเย็บผ้าเหลืองส่งให้ร้านสังฆภัณฑ์บนถนนบำรุงเมือง ซึ่งเป็นอาชีพสืบทอดมาหลายชั่วคน ยังปรากฏให้เห็น

(สำรวจสินค้าของเก่า ย่านคลองถม)

    ลัดเลาะตามตรอกซอกซอยสำรวจชุมชนสักพักก็กลับไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้านี้ ซึ่งมีการออกแบบโครงสร้างที่แตกต่างจากตุ๊กตุ๊กทั่วไป ตั้งแต่พื้นที่ต่ำกว่าเพื่อให้ลงสะดวก เวลาก้าวขึ้น-ลง หลังคาที่ยกสูงเพื่อให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ง่ายๆ ไม่ต้องก้มดูเหมือนตุ๊กตุ๊กแบบเดิม
    รถพามาจอดที่ย่านคลองถม ย่านที่คึกคักไปด้วยผู้คน หากมองเผินๆ ย่านนี้คงไม่ได้ต่างจากตลาดขายของทั่วไปนัก แต่หากสำรวจดีๆ จะพบว่าที่นี่คือแหล่งรวมสินค้าของเก่า ตั้งแต่อุปกรณ์ไฟฟ้า ของใช้ ซีดี ตุ๊กตาเก่าๆ ที่ปัจจุบันน่าจะหาซื้อไม่ได้แล้ว คนที่โหยหาความทรงจำวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว สามารถหาของเหล่านี้ได้ แถมราคายังไม่แพงด้วย
    อย่างที่บอกว่ามองด้วยภาพอาจเห็นคลองถมเป็นเพียงตลาดขายสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ย่านนี้มีเรื่องราวมากกว่านั้น เพราะเป็นต้นกำเนิดของตลาดกลางคืน คนกรุงเทพฯ เรียกว่า ตลาดมืดคลองถม หรือว่าตลาดไฟฉาย ถือเป็นตลาดนัดขายของเก่า ของมือสองที่มีสีสันที่สุดในกรุงเทพฯ สมัยก่อนบรรยากาศการค้าขายของตลาดมืดคลองถมไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เพราะยังไม่มีแสงไฟนีออนตามท้องถนน ส่วนพ่อค้าแม่ค้ามีแค่หนังสือพิมพ์ปูรองวางของขาย ปักเทียนเล่มหนึ่งในแก้ว ส่งแสงวับๆ แวมๆ คนซื้อก็ต้องพกไฟฉายมาส่องดูสินค้าของที่สนใจเอาเอง แต่ปัจจุบันคลองถมมีไฟนีออนสว่างไสว ทำให้อะไรๆ ก็ดูเปลี่ยนไปบ้าง
    และน่าเสียดายมากยิ่งขึ้นเมื่อมีการสั่งให้จัดระเบียบคลองถม ตลาดนัดมือสองเก่าแก่ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานหลายสิบปีก็เปลี่ยนรูปแบบไป ไม่เหลือเสน่ห์เค้าเดิมให้เห็น การค้าขายย้ายจากแบกะดินมาเป็นการขายในอาคาร ทำให้วันที่ไปเยือนคลองถมออกจะดูเงียบเหงา แต่ทางผู้ดูแลบอกว่ากำลังวางแผนให้พ่อค้าแม่ขายปรับตัวกับการส่งสินค้าในลักษณะเดียวกับการค้าขายออนไลน์ และกำลังวางแผนจะนำสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำให้ที่แห่งนี้คึกคักกลับมา ในรูปแบบที่มีระเบียบมากขึ้น เพื่อไม่ให้เสน่ห์ดั้งเดิมของคลองถมหายไป

(ร้านอาหารโภชน์สภาคาร ร้านอาหารต้นตำรับชาววัง)

    ทัวร์คลองถมเสร็จ ตุ๊กตุ๊กพาแล่นไปที่แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ถ.ตะนาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ร้านอาหารโภชน์สภาคาร” หรือ “ร้านกุ๊กสมเด็จ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่ความเป็นมาของร้านนี้ไม่เล็กเลย เพราะเป็นร้านอาหารตำรับของพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ จากรุ่นสู่รุ่น ที่ได้สืบทอดวิธีการทำอาหารตำรับชาววังยาวนานถึง 88 ปี

(อาหารเมนูแนะนำ ร้านอาหารโภชน์สภาคาร)

    ตามประวัติบอกเล่ากันว่า รุ่นแรกนั้นที่เคยเป็นห้องเครื่องในวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์มาก่อน จึงได้เรียนรู้การทำอาหารแบบฉบับไทยแท้ที่มีความกลมกล่อมครบรสจากในรั้วในวัง ปัจจุบันร้านนี้ดำเนินกิจการมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว เมนูที่ต้องสั่งลิ้มรสให้ได้นั้นเลยคือ ‘หมี่กรอบโบราณ’ เพราะสูตรเด็ดของที่นี่อยู่ที่เส้นหมี่ทอดกรอบคลุกเคล้ากับน้ำซอสรสเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอมของผิวส้มซ่า อีกเมนูที่รสชาติหวานนิดๆ มีความมันกลมกล่อม คือ ‘พงศ์วารีทีละคำ’ เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านเลยล่ะ เป็นปลากะพงทอด โรยด้วยใบคะน้าทอดกรอบแล้วหยอดด้วยสลัดครีมกับมะนาวเข้ากันสุดๆ และอีกเมนูที่หาทานยากก็คือ ‘แกงจืดลูกกรอก’ เป็นแกงจืดธรรมดาๆ แต่ที่ไม่ธรรมดาเพราะลูกกรอกคือไข่ ใส่ลงไปในไส้หมูแล้วนำไปต้ม เมื่อสุกแล้วก็จะเหมือนไส้กรอกไข่ นอกจากเป็นอาหารโบราณที่หาทานได้ยากแล้ว รสชาติยังอร่อยมาก

(ร้านดัง “ณัฐพรไอศกรีม” สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2)

    ไม่ไกลจากร้านอาหาร เดินเข้ามาตรงแพร่งภูธรจะเห็นอาคารสีครีมออกเหลืองๆ ตัดกับหน้าต่างสีเขียวทอดยาวตามถนน สองฝั่งข้างๆ กัน ตรงมุมของสามแยกมองเห็นร้านเก่าๆ อยู่ร้านหนึ่ง หากมองจากไกลๆ มองเห็นไม่ชัดนักว่าร้านอะไร เพราะหน้าร้านมีลูกค้ายืนเรียงรายอยู่ พอเข้ามาดูข้างในถึงรู้ว่าเป็นร้าน “ณัฐพรไอศกรีม” ชื่อดังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดมา 70 กว่าปี ร้านนี้เป็นร้านไอศกรีมไทยโบราณที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี เน้นเนื้อรสชาติไทยๆ อย่างกะทิสด นมสด ช็อกโกแลต ชาไทย กาแฟ มะพร้าว พร้อมด้วยท็อปปิ้งแบบไทยๆ อย่างถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่งลิสง ลูกชิด ข้าวโพด ลูกเดือย มันเชื่อม และเมนูยอดฮิตคือรสมะม่วงมหาชนก ที่ใช้มะม่วงพันธุ์มหาชนกรสหวานแปรรูปเป็นไอศกรีมเนื้อเนียนละเอียด เมื่อทานกับข้าวเหนียวมูนจะช่วยเพิ่มความอร่อยเป็นสองเท่า ร้านนี้การันตีความอร่อยผ่านผนังของร้าน มีสื่อหลายสำนักมารีวิวนับไม่ถ้วน รวมทั้งสื่อต่างประเทศด้วย เจ๊เจ้าของร้านบอกว่ามีคนต่างชาติชอบแวะมาอุดหนุน แล้วชอบ บ้างก็มีคนซื้อไปขายต่อ เอกลักษณ์ของร้านอยู่ที่ความเก่าของร้าน และรสดั้งเดิมของไอศกรีมที่เน้นเนื้อและรสจริงๆ ไม่ใส่อะไรผสม เคยมีคนแนะนำให้ปรับปรุงร้านแต่ไม่เอาด้วย เพราะชอบแบบนี้

(ชิมขนมหวาน ซ่าหริ่ม “ชูถิ่น”)

    หากยังทานของหวานไม่อิ่ม มีอีกหนึ่งร้านขนมที่มีสูตรโบราณเหมือนกัน รถตุ๊กตุ๊กพาไปร้านซ่าหริ่ม “ชูถิ่น” ร้านขายวัตถุดิบสำหรับทำขนมไทย และร้านขายขนมไทยเล็กๆ แต่ชื่อเสียงไม่เล็กเลยสักนิด ด้วยมีประวัติสืบย้อนหลังกลับไปได้กว่า 70 ปีเช่นกัน "ชูถิ่น" คือชื่อที่การันตีได้ถึงวัตถุดิบสำหรับขนมไทยชั้นเยี่ยม ผู้รักการทำขนม ไม่มีใครไม่รู้จักร้านชูถิ่นแห่ง ถ.ตะนาวแห่งนี้ เพียงเปิดประตูเข้ามาในร้านก็ได้พบกับสารพัดแป้งชนิดต่างๆ สำหรับทำขนมไทย ที่วางเรียงรายละลานตาอยู่บนชั้นให้เลือกหยิบได้ตามความต้องการ เป็นแป้งที่ทางร้านทำเองด้วยการโม่แบบโบราณ อบกลิ่นหอมของดอกไม้ธรรมชาติด้วยหน่อยๆ ทำกันทุกวันที่หลังร้าน ด้วยฝีมือของคนในครอบครัวกับลูกจ้างอีกไม่กี่คน เช่นเดียวกับขนมขึ้นชื่อของร้านอย่าง ‘ซ่าหริ่ม’ ที่ในแต่ละวันมีคนเดินทางมาถึงร้าน เพียงเพื่อรับประทานขนมหวานไทย

(เสาชิงช้า หนึ่งในแลนมาร์คย่านเกาะรัตนโกสินทร์)

    นอกเหนือจากสถานที่ที่กล่าวมาแล้ว ย่านรัตนโกสินทร์ยังมีอะไรให้แวะเที่ยวชมอีกเพียบ อย่างวัดพระแก้ว เสาชิงช้า วัดวาอารามต่างๆ คงไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะเป็นสถานที่ยอดนิยมมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว การนั่งตุ๊กตุ๊กเที่ยวถือเป็นการซึมซับความเป็นไทยอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์คู่ไทยมามากกว่า 60 ปีแล้ว เพราะจากรีวิวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำกันว่าจะต้องมานั่งตุ๊กตุ๊กให้ได้ นอกจากตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า muvmi แล้ว ตอนนี้ยังมีให้บริการ Tuk Tuk Hop ให้บริการรอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า และสถานที่ต่างๆ กว่า 60 จุด ด้วยตุ๊กตุ๊ก 60 คัน ทั้งแบบธรรมดาและแบบไฟฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถเรียกไปรับจุดไหนก็ได้ และมีราคาที่ชัดเจน หรืออาจจะเหมาตลอดทั้งวันเที่ยวชมรอบเกาะ หากสนใจนั่งตุ๊กตุ๊กชมเมือง สามารถใช้บริการได้ที่ แอปพลิเคชั่น muvmi และ Tuk Tuk Hop แล้วก็สามารถติดตามแพลตฟอร์มเที่ยวได้ที่ http://trawellthailand.com และเฟซบุ๊ก Trawell Thailand.


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'