“อีสานเขียว...เที่ยวหน้าฝน”


   

 ในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีการวางแผนท่องเที่ยวน้อยที่สุด เพราะมีความกังวลว่าจะได้รับความไม่สะดวก ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ทุกสิ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าฤดูหนาว ฤดูร้อน หรือฤดูฝน ต่างก็มีความงดงามเฉพาะตัว และแต่ละพื้นที่ก็มีกิจกรรมให้เลือกทำอย่างสอดคล้องกับเวลาได้ตลอดทั้งปี

ล่าสุด นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เปิดเผยว่า พื้นที่ภาคอีสานได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้แคมเปญ “อีสานเขียว...เที่ยวหน้าฝน” เพื่อเชิญให้นักท่องเที่ยวมาร่วมค้นหาประสบการณ์ใหม่ และชมความงดงามของธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ได้สัมผัสสายฝนและไอหมอก ผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “amazing ไทยเท่” ของ ททท.



น้ำตกถ้ำโสดา อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวต่อว่า นับเป็นมิติใหม่และมุมมองใหม่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภาคอีสานในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามของภูมิทัศน์ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในอีกมิติหนึ่ง เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป และยามฝนพรำในพื้นที่อีสานซึ่งเป็นดินแดนที่ราบสูง จะได้เห็นทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตา แต่ถ้าฝนตกยามเย็นเมื่อใด ความชื้นจะก่อตัวให้เห็นทะเลหมอกในยามเช้า แม้อีสานไม่มีทะเลน้ำเค็ม แต่ก็มีทะเลหมอกเย็นๆ ให้ได้สัมผัสก่อนใคร 


ทะเลหมอกในภาคอีสาน

 สำหรับจุดที่ขึ้นชื่อในเรื่องทะเลหมอกมีหลายแห่ง ได้แก่ ทะเลหมอกภูทอก ทะเลหมอกภูเรือ จังหวัดเลย,    ทะเลหมอกภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย หรือทะเลหมอกหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ฯลฯ


ผาหมอกมิวาย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

 

นอกจากนี้ ในช่วงที่มีฝน น้ำตกจะมีความสวยงาม เพราะมีน้ำมาก ในภาคอีสานมีน้ำตกที่ขึ้นชื่อหลายแห่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกเจ็ดสี น้ำตกถ้ำพระ จังหวัดบึงกาฬ, น้ำตกห้วยหลวง น้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกลงรู จังหวัดอุบลราชธานี, น้ำตกตาดโดน  จังหวัดชัยภูมิ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ทุ่งดอกกระเจียว ในจังหวัดชัยภูมิ ผลิดอกบานอวดสีสันยาวนานเป็นเวลา 3-4 เดือนอีกด้วย


จุดชมวิวหินช้างสี

ในช่วงฤดูฝนของภาคอีสานยังเป็นช่วงที่มีความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบซึ่งนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารท้องถิ่น ชวนติดตามไปชิมถึงถิ่นแบบ COOL Gastronomy โดย ททท. ได้ร่วมกับชุมชนท่องเที่ยว จัดอาหารพาแลงมื้อสุดพิเศษ หรือกิจกรรม Find Dining ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าร่วม อาทิ Isan Farmer Dining Experience ตอน : ลุยฝน ลงทุ่ง เลาะ บ้านเฮา สกลนคร (Rainy Season in Sakon Nakhon),กิจกรรมอีสานมีกิน @ ขอนแก่น ฯลฯ


พระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

                นอกจากนี้ พื้นที่ 20 จังหวัดของภาคอีสาน ยังร่ำรวยด้วยวัฒนธรรม มีชุมชนท่องเที่ยวต่างๆ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเกือบทุกพื้นที่ เช่น สวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ชุมชนบ้านบุ่งสิบสี่ อำเภอเกษตรสมบูรณ์, สวนส้มโอของชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีส้มโอให้รับประทานตลอดทั้งปี, ชุมชนแซตอม ออร์แกนิคฟาร์ม : เรียนรู้แหล่งข้าวอินทรีย์ และเลือกซื้อกลับบ้านได้


วนอุทยานภูแฝก อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์

                “ไม่มีอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยวในหน้าฝน เนื่องจากถนนที่เป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวในภาคอีสานจัดอยู่ในมาตรฐานที่ดีมาก และสายฝนจะเป็นเสมือนน้ำมนต์ทำให้ดินแดนแห่งนี้เย็นสบาย ภูมิทัศน์ แหล่งท่องเที่ยวเขียวขจีสดชื่นแจ่มใสไปทั่วทั้งแผ่นดิน...เหมาะแก่การท่องเที่ยวในภาคอีสานยิ่งนัก  ททท.จึงขอชวนท่านออกไปเที่ยวค้นหาความสุขในหน้าฝน กับแคมเปญ “อีสานเขียว...เที่ยวหน้าฝน” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนางสาวศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของ ททท. สำนักงานขอนแก่น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชมสายหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมพระอาทิตย์ตกได้หลายจุด เริ่มที่ ผาหมอกมิวาย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ในพื้นที่บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ เป็นผืนป่าอนุรักษ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายในเขตภาคอีสาน และน้ำตกถ้ำโสดาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีความสูงประมาณ 50 เมตร ถือเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในจังหวัดร้อยเอ็ด

                ถัดมา สะพานไม้แกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม สะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดมหาสารคามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และเที่ยวชม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความเป็นวิถีชุมชนผ่านสะพานที่ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดตากว่า 1 กิโลเมตร


สะพานไม้แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม

                ต่อด้วย วนอุทยานภูแฝก อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ หรือแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก เป็นแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และพลาดไม่ได้กับอุทยานแห่งชาติน้ำพอง มีพื้นที่ทั้งสิ้น ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ อำเภออุบลรัตน์ ภูเวียง บ้านฝาง มัญจาคีรี และโคกโพธิ์ชัย และอีกสองอำเภอในจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ อำเภอบ้านแท่น และอำเภอแก้งคร้อ ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำของลำน้ำชี ลำน้ำพอง และแหล่งสมุนไพร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง

ภายในอุทยานยังมีจุดชมวิวอยู่หลายแห่ง ได้แก่  จุดชมวิวหินช้างสี จากจุดนี้มองเห็นทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ และเมืองขอนแก่น, จุดชมวิวพลาญชาด เป็นลานหินที่มีต้นชาดขึ้นอยู่ และจุดชมวิวผาสวรรค์ เป็นหน้าผาบนเทือกเขาป่าโสกแต้อยู่บริเวณบ้านโนนสวรรค์ อำเภออุบลรัตน์ 

นอกจากไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไปร่วมได้ อาทิ หอการค้าแฟร์ (TCC Fair) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 7 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE), กิจกรรม ร้อยเอ็ด 7 ย่านอาร์ต ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2562 บริเวณ บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด, เทศกาลอาหารทะเล@ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2562 ลานข้าวเหนียว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น, งานบุญพวงมาลัยในประเพณีบุญข้าวประดับดิน บ้านกุดหว้าและประเพณีบุญข้าวสาก บ้านกุดหว้า ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2562 และ วันที่ 12-13 กันยายน 2562 วัดกกต้องกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

                ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ w ww.เที่ยวอีสาน.com

                                สรณะ รายงาน 

แกลลอรี่


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?