รวมฮีโร่คืนถ้ำหลวง รำลึก1ปีช่วย‘หมูป่า’


   


    ฮีโร่มาครบ! คนเรือนหมื่นร่วมกิจกรรม "วิ่ง-ปั่นรำลึก 1 ปีช่วยชีวิต 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง "ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์" หนุนควรจัดทุกปีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์แห่งความสามัคคีและเสียสละเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก
    เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในเปิดกิจกรรม “วิ่ง-ปั่น ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมู่ป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คน ที่เคยประสบเหตุติดอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน-10 กรกฎาคม 2561
    โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และอดีตผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยถ้ำหลวง, พล.ต.บัญชา ดุริยะพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, นางวลีพร กุนัน ภรรยาของนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากนับหมื่นคน
    ในกิจกรรมมีการวิ่งเพื่อสุขภาพมินิมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตร วิ่งแบบฟันรันระยะทาง 6 กิโลเมตร และการจัดปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ 2 ประเภท ระยะทาง 54 กิโลเมตร และ 24 กิโลเมตร โดยเส้นทางวิ่งผ่านจุดประวัติศาสตร์เหตุการณ์สำคัญๆ ในปฏิบัติการช่วยเหลือ เช่น จุดสูบน้ำบริเวณปากถ้ำ หนองน้ำพุ แหล่งพักแรมของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครฝ่ายต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ วัดและชุมชนบ้านจ้องที่เป็นจุดพักแหล่งใหญ่ จุดจอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อติดตามค้นหาและนำทีมหมูป่าส่งโรงพยาบาล และสระน้ำมรกตภายในขุนน้ำนางนอน
    จากนั้นเวลา 08.30 น. ประธานในพิธีเปิดได้ปล่อยตัวนักปั่นจักรยานระยะทาง 54 กิโลเมตร และ 20 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางปั่นออกจากถ้ำหลวงมุ่งหน้าขึ้นไปทางถนนพหลโยธิน และขึ้นสู่ทิศเหนือไปยังหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ตรงสะพานมิตรภาพข้ามลำน้ำสายไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และวกกลับไปยังหมู่บ้านห้วยไคร้ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย และปั่นกลับย้อนกลับไปยังบ้านจ้อง-ขุนน้ำนองนอน และเข้าสู่ถ้ำหลวง
    นอกจากนี้ยังมีกลุ่มขี่ม้า โดย พ.ต.ท.คมกฤช ไชยสาร สวป.สภ.แม่สาย ประธานชมรมคนขี่ม้าแม่สาย ชมรมขี่ม้าแม่สายนำม้ามาวิ่งสร้างสีสันนำม้าจำนวน 23 ตัว เข้าร่วมในวันเปิดพิธี โดยวิ่งปิดท้ายขบวนเพื่อเป็นการสร้างสีสันในขบวนวิ่งปั่นในครั้งนี้ด้วย
    ทั้งนี้ เนื่องจากไม่มีการแข่งขัน แต่จะมีถ้วยรางวัลประเภทรางวัลต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมแทน เช่น ทีมที่สมัครและมาร่วมกันในงานจำนวนมากที่สุด ทีมหรือผู้ที่เดินทางมาไกลที่สุด ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุด ฯลฯ และทุกคนจะได้รับเหรียญที่ระลึกออกแบบโดยอาจารย์ทรงเดช ทองทิพย์ จากสมาคมขัวศิลปะ ทำให้มีผู้ที่แต่งกายด้วยชุดแปลกตาหรือเดินทางมาจากที่ไกลๆ ไปร่วมงานกันอย่างคึกคัก
    ก่อนเริ่มกิจกรรมทุกคนจะไปกราบไหว้เจ้าแม่นางนอนบริเวณหน้าถ้ำ และอนุสาวรีย์จ่าแซมที่ตั้งอยู่หน้าศาลาอนุสรณ์ สถานที่ที่ภายในบรรจุภาพวาดโดยศิลปินชาวเชียงราย สร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย
    พล.ท.ฉลองชัยกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงถึงความเสียสละและความสามัคคีของผู้คนอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งนี้คือการสร้างความมั่นคงให้กับคนในชาติ และเมื่อครบรอบ 1 ปีแล้ว ทุกคนได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ จึงเห็นว่าน่าจะมีกิจกรรมในลักษณะนี้เป็นประจำทุกปีโดยปี 2563 ก็น่าจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
    พล.ท.บัญชากล่าวว่า เหตุการณ์ถ้ำหลวงเป็นความสวยงามจากคนที่รู้จักกันแต่หน้า ร่วมกันทำงานกว่า 18 วัน บางคนเพิ่งมารู้สึกจักชื่อของคนที่ได้อยู่ร่วมกันในเหตุการณ์จากปฏิบัติการ ทำให้รู้ว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ในถ้ำหลวงได้เห็นความรัก สามัคคี พวกเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ในเหตุการณ์ในวันนั้นพวกเราได้เรียนรู้ เรามีความหวัง ไม่หมดหวัง การเป็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ การช่วยเหลือกันของคนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศและต่างประเทศทั่วโลก แม้เราจะเสียน้องแซม ซึ่งฝากผู้เกี่ยวข้องทบทวนระลึกถึง
    นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ความรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงวันเดียว และผู้คนที่เคยทำงานร่วมกันอย่างหนักตลอดระยะเวลา 18 วันของเหตุการณ์ได้กลับมาพบกัน โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าวพบกับเหตุการณ์ต่างๆ โดยวันที่เลวร้ายที่สุดคือช่วงเวลา 5 วันที่เกิดเหตุการณ์น้ำในถ้ำมีปริมาณมากที่ไล่พวกเราที่กำลังตามหาเด็กๆ ไปถึงตรงสามแยกในถ้ำแล้วให้หนีกระเจิงออกมานอกถ้ำ ทำให้อุปกรณ์ภายในถูกน้ำท่วมหมดจึงต้องระดมกำลังและจัดหาอุปกรณ์ทั้งไฟฟ้า สายไฟ ท่อน้ำ ฯลฯ กันใหม่ และอีก 7 วันต่อมาสถานการณ์จึงดีขึ้นในที่สุด
    “ผมจึงเห็นว่าควรจะจัดกิจกรรมรำลึกนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์แห่งความสามัคคีและเสียสละดังกล่าว รวมทั้งทำให้ทั่วโลกได้ทราบว่าถ้าคนไทยสามัคคีกันไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ เราก็สามารถผ่านพ้นไปได้เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลกดังกล่าว” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
    ด้านนายเวิร์น อันส์เวิร์ด กล่าวว่า ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสำรวจถ้ำ หลังปฏิบัติเก็บกู้เครื่องมือ และพร้อมให้ความช่วยเหลือหน่วยงานหากต้องการได้ตลอด ซึ่งในปีนี้ก็ได้มีกิจกรรมวิ่ง ปั่น ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมมีความสุข แต่พื้นที่อุทยานยังสามารถมีกิจกรรมต่างๆ เช่น เดินป่า ปีนเขา และกิจกรรมผจญภัยต่างๆ หากหน่วยงานต้องการให้ตนเข้ามาร่วมก็ยินดี แต่ในปีนี้ได้ประกาศปิดถ้ำไปตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปิดเร็วกว่าทุกปีไปหนึ่งเดือนที่จะปิด 1 ก.ค. เนื่องจากมีเหตุการณ์ แต่ปีนี้ฝนไม่ตก ตอนนี้ในถ้ำไม่มีน้ำ แต่การสำรวจคงดำเนินต่อในปีหน้า
    นอกจากนี้ บริเวณหน้าถ้ำหลวงวันครบรอบ 1 ปี ได้มีการจัดนิทรรศการของกองทัพ และที่อาคารอำนวยการเหตุการณ์ที่จัดแถลงข่าว ได้ถูกปรับปรุงเป็นอาคารบันทึกเหตุการณ์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว 23 June 2019 แสดงอุปกรณ์ที่ใช้ช่วยเหลือ 13 หมูป่า และภาพบันทึกเหตุการณ์และบุคคลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ และในงานได้มีการมอบภาพพิมพ์รูปวาดหมูป่าให้กับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นที่ระลึกเหตุการณ์.


เห็น "ธนาธร-พรรณิการ์" เดินเร่ขายชาติไปทั่วยุโรป, สหรัฐแล้ว บอกตรงๆ.......... ทำให้นึกถึงคำว่า "ผัวหาบ-เมียคอน" ขึ้นมาติดหมัด!

'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?