อัยการโยนตำรวจเคลียร์ ปมสุภรณ์ล้มเวทีอาเซียน


   

 "บิ๊กตู่" ปัดช่วย "แรมโบ้อีสาน" หลุดคดีคนเสื้อแดงล้มเวทีอาเซียน ลั่นไม่ใช่ศาลตอบแทนใครไม่ได้ รองโฆษกอัยการร่ายยาว อ้างฟ้องไม่ทัน กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดขอความเป็นธรรมเลื่อนการส่งตัวฟ้อง "สุภรณ์" นอนรักษาตัวใน รพ. แจ้ง ตร.จับกุม ศาลออกหมายจับแล้วแต่ไม่มา เจ้าตัวโต้ณัฐวุฒิอย่าเอาเรื่องกฎหมายมาโยงการเมือง "เสี่ยเต้น" โวยทำไมไม่ใช้เทคนิคแบบเดียวกันจะได้ขาดอายุความไปด้วย

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลุดพ้นจากการดำเนินคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ที่พัทยา เนื่องจากคดีหมดอายุความ จนถูกวิจารณ์เป็นเพราะย้ายมาอยู่พรรค พปชร.ว่า มีการบอกแล้วว่าอัยการส่งฟ้องไม่ทัน ก็ต้องดูว่าส่งฟ้องกันเมื่อไหร่ แล้วทำให้คดีขาดอายุความ เรื่องนี้เกิดมาตั้งนานแล้ว สื่อมวลชนเพิ่งพาดหัวข่าวว่ามีการตอบแทนกัน เพราะความจริงตอบแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าตอบแทนคนบางคน แล้วตนจะอยู่ได้อย่างไร 
    “ผมตอบแทนให้ใครไม่ได้ ไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม หากบอกว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แล้วลดคดีให้ จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะผมไม่ใช่ศาล และคดีเหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวกับมาตรา 44 ด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อำนาจเหล่านี้เลย เรื่องนี้อัยการสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    วันเดียวกัน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงกรณีอัยการไม่สามารถนำตัวนายสุภรณ์มาฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาจนคดีขาดอายุความว่า ได้รับชี้แจงข้อมูลจากสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาว่า เดิมเหตุการณ์ในคดีเกิดเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 คดีนี้กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีนั้นมีอายุความ 10 ปี จะหมดอายุความในวันที่ 11 เม.ย.2562 พนักงานสอบสวนได้รวบรวมสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นพ.เหวง โตจิราการ, นายจักรภพ เพ็ญแข, นายอดิศร เพียงเกษ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 
    ในความผิดฐานร่วมกันโฆษณาหรือประกาศให้ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม, ร่วมกันโฆษณาหรือประกาศให้กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มาส่งอัยการในวันที่ 1 ส.ค.2560 ในส่วนของนายจักรภพ ผู้ต้องหาได้มีการหลบหนีออกนอกประเทศ จึงได้มีการขอศาลออกหมายจับตั้งแต่ต้น วันที่ 8 ก.พ.2562 ทางพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน 
    จากนั้นได้นัดให้ผู้ต้องหามาวันที่ 25 ก.พ.2562 เพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยา แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งหมดขอเลื่อนการส่งตัวฟ้อง อัยการก็อนุญาตให้เลื่อนเป็นวันที่ 19 มี.ค.2562 แต่ระหว่างที่จะถึงวันนัดฟังคำสั่ง วันที่ 15 มี.ค.2562 นายสุภรณ์ก็ได้มาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยอ้างเหตุติดปราศรัยเลือกตั้ง ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายจตุพร และ นพ.เหวง เดินทางมาตามนัดวันที่ 19 มี.ค. อัยการจึงยื่นฟ้องทั้งสี่เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดพัทยาในวันดังกล่าวจะขาดเพียงนายอดิศรและนายสุภรณ์ ซึ่งไม่ได้มา โดยอ้างเหตุติดหาเสียงเช่นเดียวกัน 
    "ทางอัยการจึงมีคำสั่งให้เลื่อนวันนัดฟังคำสั่งของสองผู้ต้องหาที่เหลือไปเป็นวันที่ 2 เม.ย.2562 พอถึงวันที่ 2 เม.ย. นายอดิศรมาตามนัด อัยการจึงนำตัวฟ้องศาลตามไปกับจำเลยทั้งสี่ที่ฟ้องไปก่อนหน้านี้ แต่ในส่วนของนายสุภรณ์ ก่อนที่จะถึงวันนัดวันที่ 2 เม.ย. 2562 นั้น ได้มีการส่งนายศุชัยวุฒิ ชาวสวนกล้วย ทนายความ มายื่นคำร้องขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง เนื่องจากตัวนายสุภรณ์มีอาการหายใจไม่ออก นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ทางอัยการพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อน"
    นายประยุทธกล่าวอีกว่า เมื่อถึงเวลานัดไม่มา อัยการจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึง ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ ผบช.ภ.2 ให้ดำเนินการจับกุมตัวนายสุภรณ์มาส่งอัยการฟ้องต่อศาลให้ได้ภายในวันที่ 5 เม.ย.2562 แต่ทางตำรวจแจ้งว่ายังไม่สามารถนำตัวมาได้ จึงดำเนินการขอศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับนายสุภรณ์วันที่ 4 เม.ย.2562 โดยหลังออกหมายจับ ทางอัยการยังได้มีหนังสือด่วนที่สุดออกมาอีกส่งถึง ผกก.สภ.พัทยา, ผบช.ภ.2, ผบก.ชลบุรี, นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการจับกุมตัวนายสุภรณ์มาให้อัยการฟ้องต่อศาลให้ได้ เนื่องจากคดีของนายสุภรณ์จะหมดอายุความในวันที่ 11 เม.ย.2562 โดยในหนังสือที่ส่งถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำเป็นอักษรดำเข้ม
    “เรื่องนี้ทางอัยการไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย จากที่ได้อธิบายเป็นขั้นตอนจะเห็นได้ว่า ในระหว่างดำเนินการที่เรารับสำนวนมาเป็นช่วงหลังเกิดเหตุถึง 8 ปีกว่า ซึ่งเราจะสั่งคดีเลยก็ไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม พอเราสั่งเด็ดขาดช่วง ก.พ. 2562 เราก็มีการเร่งรัดที่จะฟ้องมาตลอด อย่างกรณีนายณัฐวุฒิ, จตุพร ก็เลื่อนหลายครั้ง จนมาฟ้องชุดแรกได้ 15 มี.ค.2562 และชุดสองที่นายอดิศรวันที่ 2 เม.ย. ส่วนแรมโบ้ไม่มา เราก็ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างละเอียด เราไม่ได้ปล่อยปละละเลยแน่นอน คดีนี้ที่เราไม่ได้ตัวมาฟ้องจนหมดอายุความ ก็จะมีสุภรณ์กับจักรภพที่หนีไปต่างประเทศ การไปตามจับก็ไม่ใช่หน้าที่อัยการ แต่เราทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนเรื่องจะมีการตั้งสอบอัยการเจ้าของสำนวนหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานมา ซึ่งอัยการเจ้าของสำนวนก็ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่" นายประยุทธกล่าว
    ด้านนายสุภรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้พูดไปจะไปกระทบระบบราชการ ถือว่าไม่ดี พูดไปก็จะเสีย อัยการออกมาแถลงอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.วิพากษ์วิจารณ์นั้น ตนมองว่าก็เต้นไปทุกเรื่อง เต้นมานานแล้ว ยืนยันว่า เรื่องคดีไม่เกี่ยวกับเขาที่วิจารณ์ การที่คดีหมดอายุความก็คือหมดอายุ และทุกคนก็รู้ว่าคดีจะหมดอายุเมื่อไหร่ ไม่มีใครสามารถจะไปช่วยใครหรือหลบเลี่ยงได้ 
    “ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบสุขก็เพราะคนแบบนี้ เพราะเต้นไปเต้นมาไม่หยุด ซึ่งผมไม่อยากหรือรื้อฟื้น เนื่องจากเป็นกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ก็ต้องว่าไปตามนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์ชน แต่กลับมาเอาเรื่องของกฎหมายมาเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเมือง จนทำให้เกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่าไม่มีใครช่วยใครได้ในเรื่องของคดีได้” นายสุภรณ์กล่าว
    ขณะที่นายณัฐวุฒิโพสต์ข้อความว่า ไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่กรณีคดีขาดอายุความโดยผู้ต้องหาเพียงรายเดียวพ้นไปนั้น เป็นปัญหาหลักนิติธรรมที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำอธิบาย คดีนี้เริ่มดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัทยาไปขอหมายจับผมทั้งที่ยังไม่ได้ออกหมายเรียกตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2560 ศาลไต่สวนแล้วไม่อนุมัติ เพราะเห็นว่าผมมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีคดี จากนั้นวันที่ 4 เม.ย. ตำรวจไปขอหมายจับอีกครั้ง ซึ่งศาลยังคงไม่อนุมัติ จึงยอมออกหมายเรียกตามขั้นตอน เมื่อเรื่องมาถึงอัยการเราร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง จนมีคำสั่งฟ้อง โดยนัดผู้ต้องหามาพร้อมกันในวันที่ 19 มี.ค. พวกผมพยายามแจ้งเหตุจำเป็นขอเลื่อนอีกครั้งอัยการก็ยินยอมโดยขีดเส้นสุดท้ายวันที่ 28 มี.ค. ในที่สุดก็นำตัวส่งฟ้อง
    "ในส่วนคุณสุภรณ์ ที่อัยการอ้างว่าไม่ยอมให้เลื่อนจากวันที่ 2 และศาลออกหมายจับในวันที่ 4 เม.ย. แม้อายุความเหลือเพียง 1 สัปดาห์ แต่ก็เกินพอสำหรับยุคปัจจุบันที่จะตามจับกุมบุคคลซึ่งเคลื่อนไหวเปิดเผย ใช้อุปกรณ์สื่อสารตามปกติ ในวันที่ 4 ซึ่งหมายจับออกแล้ว คุณสุภรณ์ไปให้สัมภาษณ์รายการ คม ชัด ลึก ทางโทรทัศน์ช่อง 22 ออกอากาศเวลา 22.15 น. เจ้าหน้าที่ทั้งหลายเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่หรือถึงไม่รับทราบ อย่าถามผมเลยว่าทำไมไม่ใช้เทคนิคแบบเดียวกัน จะได้ขาดอายุความไปด้วย ผมไม่คิดว่าจะโชคดีเช่นนั้น คนอาจคิดว่าเล่นกันเป็นขบวนการหรือไม่ ความยุติธรรมสามัญสำนึกของแต่ละคนต่างหากจะเป็นตัวตัดสิน ต่อให้ยกข้อกฎหมายมาทั้งโลก แต่ถ้าหัวใจมนุษย์เห็นว่าอยุติธรรม ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับ เช่นเรื่องนี้ ถ้าจะบอกว่าชอบด้วยหลักนิติธรรมแล้วก็เชิญ แต่ผมไม่เชื่อ" นายณัฐวุฒิระบุ.


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'