ด้วย 'มาตรฐานวินิจฉัย' ๔๑ สส.


   

         "เมื่อกูอยู่ไม่สุข มึงก็ต้องไม่สุขด้วย"

                ด้วยทุภาษิต "จองเวร" นี้.....

                "สถาบันรัฐสภา" จึงถึงวาระ "คลีนนิงเดย์" ไปในตัว

                มองในมุมนี้ ก็ถือว่า "ดี" ที่ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ต่างยื่นตรวจสอบคุณสมบัติซึ่งกันและกัน

                ผลที่ได้ "สภาหมดจดสดใส"!

                ต้องขอบคุณ "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เพราะคุณคนเดียวแท้ๆ

                ทำให้ ส.ส.เกือบครึ่ง-ค่อนสภา พลอยถูกตรวจสอบคุณบัติ "หุ้นสื่อ" เป็นไฟไหม้สำเพ็งตามไปด้วย

                ธนาธรไม่เหงาแน่......

                ในจำนวนเป็นร้อย ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบ ก็ต้องมีซักคน-สองคนแหละ ที่อาจได้ตามไปเป็นเพื่อนธนาธร!

                ที่พรรคอนาคตใหม่ "เอาคืน" ด้วยการฟ้องบ้าง โดยส่งคำร้องผ่านประธานสภาฯ ถึงศาลรัฐธรรมนูญไปวันก่อน ที่ให้วินิจฉัย ว่า.....

                ๔๑ ส.ส. "ฝ่ายรัฐบาล" ที่ถือหุ้นบริษัท "ขาดคุณสมบัติ" ในประเด็น "หุ้นสื่อ" เหมือนธนาธรด้วยหรือไม่นั้น

                เมื่อวาน (๒๖ มิ.ย.๖๒) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า

                ศาลฯ มีมติ "ไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย" ๙ ส.ส.คือยกคำร้องไป ก็มี

                -นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต ๑

                -นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว เขต ๓

                -น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต ๓

                -น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต ๓ 

                -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

                -นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. เขต ๓๐

                -นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ

                -นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบฯ เขต ๓

                -นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต ๔

                สรุปจากคำวินิจฉัยถึงเหตุที่ยกคำร้องได้ว่า......

                ตรวจสอบจากเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้องแล้ว ปรากฏว่า

                หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งออกให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทของ ส.ส.ทั้ง ๙ คนนี้

                มีข้อความระบุรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ไว้ทำนองเดียวกันว่า

                "ประกอบกิจการค้า กระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์หนังสือ อุปกรณ์การเรียนการสอน  อุปกรณ์การถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคำนวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์  ตู้เก็บเอกสาร เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ของสินค้าดังกล่าว"

                ซึ่งเป็นวัตถุที่ประสงค์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ที่จะเป็นลักษณะเข้าข่ายอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.ทั้ง ๙ คน ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ

                จึงมีคำสั่ง "ไม่รับคำร้อง" ในส่วนของ ๙  ส.ส.ที่ถูกร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

                ครับ..ก็หมดจดสดใสไป ๙ ราย

                โดยเฉพาะ "ส.ส.ปารีณา" ทำฟาร์มเลี้ยงไก่ แต่ถูกอนาคตใหม่มองขี้ไก่เป็นสื่อ ถูกตรวจสอบไปด้วยนี้

                ส.ส.พรรณิการ์ น่าจะมอบดอกไม้ปลอบใจเพื่อนรักหักเหลี่ยมช่อซัก "ดอกโตๆ" นะ

                ที่เหลืออีก ๓๒ ส.ส.ศาลมีคำสั่ง "รับคำร้อง" ไว้พิจารณาวินิจฉัย

                และให้ ๓๒ ส.ส.ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน ๑๕ วัน

                แต่....
                ศาลฯ ไม่ได้มีคำสั่งให้ ๓๒ ส.ส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลมีคำวินิจฉัยในประเด็นนี้ว่า

                "เนื่องจากเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒ วรรคสอง กำหนดเงื่อนไว้ว่า

                'ต้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง'

                สำหรับคำขอให้ผู้ถูกร้องทั้ง ๓๒ คนหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น รัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒ วรรคสอง บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าจะต้อง

                'ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง'

                แต่ในคดีนี้.......

                ผู้ร้องไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง คงมีเอกสารประกอบคำร้องเพียงหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุรายละเอียดที่ประสงค์กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น

                ไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทฯ (แบบ สสช.๑) และแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด

                กรณีจึงยังไม่มีความชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจใด ซึ่งศาลจะต้องดำเนินการไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้ยุติต่อไป

                เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรต้องสงสัยว่า ผู้ถูกร้องจำนวน ๓๒ คน มีกรณีตามที่ถูกร้อง

                ในชั้นนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง ๓๒ คน หยุดปฏิบัติหน้าที่

                อนึ่ง คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า

                สมาชิกภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง สิ้นสุดลง ได้ผ่านการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

                โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง เช่น แบบ สสช.๑ ระบุสินค้าหรือบริการที่ประกอบการว่า

                ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย

                ประกอบกับแบบนำส่งงบการเงินที่บริษัทของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ๒๕๕๔-๒๕๕๘ ระบุไว้ชัดเจนว่า

                มีรายได้จากการขายนิตยสาร และรายได้จากการให้บริการโฆษณา

                กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา  ๘๒ วรรคสอง

                ครับ...

                ก็ชัดเจนยิ่งกว่าฟ้าแจ้งจางปาง คงไม่มีดอกเตอร์ทางกฎหมายคนไหนใช้ "ตรรกะตะแบง" ว่าต้องพักการปฏิบัติหน้าที่เหมือนธนาธรอีก

                สำหรับ ๓๒ ส.ส.ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยก็ประกอบด้วย

                พรรคพลังประชารัฐ ๒๑ คน

                ๑.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ๒.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๓.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๔.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๕.นางกุลวลี นพอมรบดี ๖.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ๗.นายฐานิสร์ เทียนทอง ๘.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ

                ๙.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ๑๐.นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ๑๑.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๑๒.นายปฐมพงศ์  สูญจันทร์ ๑๓.นายภิญโญ นิโรจน์ ๑๔.นายวีระกร คำประกอบ

                ๑๕.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ๑๖.นายสมเกียรติ วอนเพียร ๑๗.นายสัมพันธ์ มะซูโซ๊ะ

                ๑๘.นายสิระ เจนจาคะ ๑๙.นายสุชาติ ชมกลิ่น ๒๐.นายอนุชา น้อยวงศ์ ๒๑.น.ส.ภาดา วรกานนท์

                พรรคประชาธิปัตย์ ๗ คน

                ๑.น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร ๒.นายอัศวิน วิภูศิริ ๓.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๔.นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ๕.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ๖.นายสมชาติ ประดิษฐ์พร ๗.นายสาธิต ปิตุเตชะ

                พรรครวมพลังประชาชาติไทย ๑ คน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล พรรคชาติพัฒนา ๑ คน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

                พรรคประชาภิวัฒน์ ๑ คน นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ และพรรคภูมิใจไทย ๑ คน นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร

                วันนี้ พูดจาด้วยภาษา "หนังสือทางราชการ" หน่อย ก็เพื่อให้เป็นหลัก-เป็นฐานด้วยคำวินิจฉัยของศาล

                ไว้พรุ่งนี้ ค่อยคุยแตกดอก-ออกช่อ ดูไปดูมา ผมว่าชักสนุกแฮะ

                เพราะเห็นทางฝ่ายพลังประชารัฐเขาจะยื่น "เอาคืน" กับทางฝ่ายค้านบ้างตั้ง ๕๐ กว่าคน

                ดูคร่าวๆ แล้ว "อนาคตใหม่" จะตามพ่อของฟ้าไปมากกว่าเพื่อน. 


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"