'เกียรติ'กระตุกสังคม!สลากลอตเตอรี่100ล้านใบ'ใครได้ใครเสีย'


   

27 มิ.ย.62 – นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก Kiat Sittheeamorn โดยมีเนื้อหาดังนี้

สลากลอตเตอรี่ 100 ล้านใบ : ใครได้ใครเสีย?

ผมได้ติดตามข่าวจากกองสลากในไทยรัฐ วันที่ 25 มิถุนายน 2562 ที่ระบุว่า ในระหว่างที่รอการอนุมัติการออกสลากออนไลน์ “ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว” จะเพิ่มการพิมพ์สลากอีก 10 ล้านฉบับรวมเป็น 100 ล้านฉบับ ฟังแล้วบอกตรงๆ ว่า “กังวลอย่างยิ่ง” จึงอยากขอเสนอมุมมองที่แตกต่าง และขอกระตุกแรงๆ ให้ทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะมีมติใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย

1 ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 67 ล้านคน พิมพ์สลากขายถึง 100 ล้านฉบับ เพื่ออะไร? อ้างมาโดยตลอดว่าเพื่อแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วมาโดยตลอดเช่นกันว่า วิธีนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้ ตราบใดที่การขายสลากเป็นการขายตัดตอน ไม่มีการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ จากกองสลากถึงผู้ซื้อที่เป็นประชาชน

2 ในช่วงสมัยรัฐบาลนายกชวน 2 มีการพิมพ์สลากประมาณ 14 ล้านฉบับเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเหมาะกับจำนวนประชากรของประเทศในขณะนั้นคือ 61 ล้านคน (ไม่รวมสลากการกุศลที่พิมพ์เพิ่มบางกรณี) ในสมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ก็มีการพิมพ์สลากอยู่ประมาณ 40 กว่าล้านฉบับ (ไม่รวมสลากการกุศล พิมพ์เพิ่มบางกรณี) ขณะนั้นผมก็ได้ท้วงติงไปว่า เทียบกับประชากรของประเทศ การพิมพ์สลากกว่า 40 ล้านฉบับนั้น สูงเกินไปมากและก็ได้มีการให้ทบทวนจำนวนสลาก และให้แนวทางในการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา โดยการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ แต่ก็ได้รับทราบในช่วงเวลาต่อมาหลังรัฐบาลหมดวาระแล้ว ว่ามิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามแนวทางที่ให้ไว้ ก็ต้องเข้าใจเองว่า คงไม่กล้าเพราะเกรงอิทธิพลของขาใหญ่และกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม ลองคิดดูครับว่าธุรกิจขายตรงที่มีเครือข่ายผู้ขายเป็นล้านคน ทำไมเขาควบคุมไม่ให้มีการขายเกินราคาได้ แล้วทำไมกองสลากทำไม่ได้?? น่าคิดนะครับ!! จริงๆต้องบอกว่าน่าอายนะครับ!!

3 ในแต่ละงวด มีผู้ซื้อลอตเตอรี่ทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านคน แต่มีผู้ได้รับเงินรางวัลประมาณ 20,000 ราย หรือ 0.1 % นั้น ซึ่งหมายความว่าในแต่ละงวดมีประชาชนผู้ซื้อที่ไม่ถูกรางวัลใดๆ เลย 19,980,000 คน หรือ 99.9 % ดังนั้นการเพิ่มจำนวนฉลากและรูปแบบการให้รางวัล มีแจ็กพอตสูงถึง 100 ล้านบาท ก็คือการผลักให้ประชาชนซื้อสลากมากขึ้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีคนถูกรางวัลเพียง 0.1 % ของผู้ซื้อทั้งหมด แล้วคนที่เสียเงินอีก 99.9 % ละครับ กองสลากจะอธิบายเขาเหล่านั้นอย่างไร? สำหรับผมนี่คือการมอมเมา และสร้างภาระให้ประชาชนเกือบ 20 ล้านคนทุกเดือน เดือนละ 2 รอบ!! ส่วนคนที่ได้มากขึ้นทุกงวดก็คือพ่อค้าคนกลางและกองสลากเองครับ!!

4 ถ้าใช้ระบบออนไลน์ แน่นอนครับขายเกินราคาไม่ได้แน่นอน ถ้าทำให้ถูกต้อง แต่ต้องตอบให้ได้ว่า กลุ่มผู้ขายที่ขายสลากเป็นอาชีพหลัก เช่น กลุ่มคนพิการ กลุ่มทหารผ่านศึก กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่มีทางเลือกในการทำมาหากิน จะอยู่กันอย่างไร?

5 ข้ออ้างที่ว่า การพิมพ์สลากเพิ่มและออกเลข 2 ตัว 3 ตัว จะลดปัญหาหวยใต้ดิน มีการนำกรณีศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นตัวอย่าง มีการประมาณการว่า จะลดการซื้อหวยใต้ดิน ในไทยได้ 100,000 ล้านบาท จากมูลค่าทั้งหมด 500,000 ล้านบาท หรือเพียง 20% ซึ่งถ้าทำกันจริงๆ ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าประมาณการณ์นี้จะถูกต้องหรือไม่? แต่ก่อนที่จะสรุปเช่นนี้ ขอให้ไปดูกรณีศึกษาในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และบางประเทศในยุโรป ทุกรายงานยืนยันตรงกันว่า วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถทำให้หวยใต้ดินหมดไปได้เลย และในหลายกรณี สร้างปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น ตัวเลขทางอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คนจนมากขึ้น ต้องเพิ่มกำลังตำรวจเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่ตามมา ผมก็ต้องสงสัยว่าทำไมไม่นำข้อมูลทางลบเหล่านี้มานำเสนอให้กรรมการกองสลากและสังคมรับรู้บ้างละครับ??

6 ขอให้ทบทวนคดีการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาว่าผิดวัตถุประสงค์ของกองสลากและกฎหมายที่มีอยู่ และมีข้อความตอนหนึ่งของคำพิพากษาระบุว่า “เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน”

ยอมรับเถอะครับ ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังพยายามจะทำกันนั้น จะทำให้เกิดผลกระทบกับสังคมไทยอย่างรุนแรง ไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลับเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนขาใหญ่บางกลุ่มที่มีแต่ได้กับได้ ขอร้องจริงๆครับ กรุณาทบทวนก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้ และขอให้รัฐบาลใหม่ทบทวนจำนวนสลากที่พิมพ์แต่ละงวดให้เหมาะสมกับจำนวนประชากรของประเทศด้วย และดูแลกลุ่มคนที่อยู่ได้ด้วยการขายลอตเตอรี่เพราะเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ในชีวิต ให้ดีกว่านี้ครับ!!


ที่ "อุบลราชธานี"....."กองทัพน้ำใจ" กับ "กองทัพน้ำท่วม" ขับเคี่ยวกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ ดูเหมือน "กองทัพน้ำ" กำลังอ่อนแรง 

'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร