'นิมิตไทยไม่ทิ้งแผ่นดิน'


   

             อย่าตกเป็นเหยื่อ "ข่าวโซเชียล" กันให้มากนักนะ

                เรื่อง "เก้าอี้รัฐมนตรี" นั่นน่ะ!

                มันเป็นช่วง "แมวไม่อยู่-หนูร่าเริง" ธรรมดาๆ คือนายกฯ ไปประชุม G20 ที่ญี่ปุ่น

                อยู่ทางนี้ ทั้ง "หวังดี-หวังร้าย" ก็ปั่นข่าว-ปั้นกระแส "เช็กประสาท" ชาวบ้าน-ชาวเมืองไปเรื่อยๆ

                สังคมประเทศไทยเรา........

                ปล่อยให้นอนก้นไม่ได้หรอก ต้องเขย่าให้มันตื่นตัว อย่างนี้แหละ!

                "ตื่นตัว" เป็นเรื่องดี เพราะหมายถึง "ชีวิต-เลือดเนื้อ" เต้นตลอด ๒๔ ชั่วโมง

                และผมก็จับสัญญาณตรงนี้ได้ค่อนข้างชัดเจน จนอยากบอกเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายว่า

                สบายใจ หายห่วงได้......

                "ชาติ-บ้านเมืองไทย" ของเรา "รอด-ปลอดภัย" แน่ เพราะมีคนคอยเฝ้ารักษา ชนิดที่เรียก "หวงแหน" เท่าชีวิต อยู่ทุกที่ ทุกทาง

                จะยกมาให้เห็นซัก ๒-๓ เหตุการณ์แล้วท่านจะร้อง...เออ จริงด้วย!

                อย่างตอน "ระบอบทักษิณ" ปรากฏโฉมใหม่ใต้หน้ากาก "ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"

                ประกาศ "สานต่ออำนาจคณะราษฎร" ที่ยึดอำนาจสถาบันกษัตริย์ไป แล้วบอกเป็น "ประชาธิปไตย" เมื่อปี ๒๔๗๕

                ก่อนหน้า ปิยบุตรเดินสาย ยกวาทะนักปฏิวัติฝรั่งเศส พูดจาโน้มน้าวเชิงเปรียบเปรยถึง "สถาบันกษัตริย์" ของไทย กับหมู่คนและนิสิต-นักศึกษาประจำ

                ใครๆ ก็เฉย ถือว่าธุระไม่ใช่

                เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็ออกตัว "ไม่มีใครมาแจ้งความ"!?

                ในสังคม "ธุระไม่ใช่"......

                พลันปรากฏคนคนหนึ่ง ตะโกน "ใช่ ...มันเป็นธุระของฉัน เพราะฉันเป็นคนไทย ฉันรักสถาบันกษัตริย์ของไทย"

                คนนั้นคือ คุณอุ๊ "หฤทัย ม่วงบุญศรี" โดยเธอโพสต์ ว่า

                "ยอมรับเลยว่า ช่วงหลัง ไม่ค่อยสนใจข่าวการเมืองมากนัก แต่เมื่อ ๒ วันก่อนเดินเข้าไปในห้องนอนคุณพ่อ เห็นคุณพ่อดูข่าวการเมือง

                ได้เห็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล บรรยายแนวความคิดที่รุนแรงเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ อุ๊ตกใจมาก และคิดว่า การวิพากษ์ที่บิดเบือนรุนแรงนี้ เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างมาก

                อุ๊ อยากให้สังคมมีความกระตือรือร้น จับตามอง แนวความคิดที่เป็นภัยต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่ากลัวที่จะต่อสู้กับไอ้คนเนรคุณต่อประเทศชาติ

                หมายเหตุ ถ้ามึงรังเกียจประเทศไทยขนาดนี้มึงอย่าอยู่เลย หนักแผ่นดิน"

                และตามรัวๆ อีกหลายโพสต์ รวมถึงโพสต์ที่ว่า

                "ปิยบุตร​ มึงอยู่ไหน? กูขอท้ามึงออกมาพูดกับกู มึงจะได้รู้ว่า นรกมีจริงในการดีเบต"

                พลันคุณอุ๊ตะโกน ลูกตาหลายล้านคู่ ที่ซุกจ้องอยู่ตามมุมมืด พลันปรากฏตัว

                คุณอุ๊ สู้..สู้!

                คุณอุ๊ไม่ได้สู้อยู่ในเฟซเท่านั้น ยังเป็นเจ้าทุกข์ไปแจ้งความเอาผิดปิยบุตรต่อตำรวจกองปราบฯ ด้วย!

                นี่หนึ่งตัวอย่าง บ่งบอกว่า สังคมไทยวันนี้ พ้นยุค "ไทยเฉย" สู่ยุค "คนไทยเอาธุระ" ในเรื่อง "ชาติ-สถาบัน" ให้เห็นชัดแล้ว

                ต่อมา ในเรื่อง "นางสาวพรรณิการ์ วานิช" ต่างกรรม-ต่างวาระ ภาพและทวีตข้อความหมิ่นเหม่ต่อสถาบันของเธอ ถูกเปิดเผย โดยมีผู้นำแพร่ทางโซเชียลมีเดีย

                เป็นเรื่องทันที สังคมไม่พอใจ "ทัศนคติปฏิปักษ์" ต่อสถาบัน ที่พรรณิการ์แสดงออกมา

                ในความเวิ้งว้างว่า แล้วใครล่ะจะเป็นธุระ ตำรวจเองก็บอกว่า "ไม่มีเจ้าทุกข์"?

                พลันปรากฏ "ต่างคน-ต่างที่" แต่ไม่ต่างใจในความผูกพันชาติและสถาบัน

                ในเมื่อตำรวจบอก "ไม่มีเจ้าทุกข์"...........

                "นายเตชะ ทับทอง" และ "น.ส.ซินเธีย เอี่ยมสะอาด" ออกจากบ้าน ไปกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ทันที

                ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี น.ส.พรรณิการ์

                ว่าด้วยภาพที่เธอแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับ "พระบรมฉายาลักษณ์" เมื่อปี ๒๕๕๓

                นี่อีกนิมิตหมาย "คนไทยไม่ทอดธุระ" ที่สร้างความระอุอุ่นใจไปทั่ว

                ด้วยพฤติกรรม "พรรณิการ์" อีกนั่นแหละ การประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๒-๒๓ มิ.ย.เธอโพสต์ในหัวข้อ

                Pannika Chor Wanich

                อาเซียนซัมมิท ทำไมต้องจัดที่พลาซา แอทธินี?

                ข้อความตอนหนึ่งในโพสต์ มีว่า........

                "........การแสดงท่าทีรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยใช้เก้าอี้กระดาษรีไซเคิลในที่ประชุม จนนักสิ่งแวดล้อมตั้งคำถามว่า จะใช้เก้าอี้กระดาษให้เกิดขยะเพิ่มทำไม ในเมื่อโรงแรมมีเก้าอี้เพียงพออยู่แล้ว ไปจนถึงข้อกังขาเรื่องการเลือกสถานที่จัดการประชุม

                โรงแรมพลาซา แอทธินี ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมอาเซียน ซัมมิทครั้งที่ 34 ดูเผินๆ เหมือนไม่มีเรื่องควรสงสัย เพราะใครๆ ก็ทราบดีว่านี่เป็นโรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของไทย และตั้งอยู่บนย่านสถานทูตอย่างถนนวิทยุ

                และใครๆ ก็ทราบดีว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของมหาเศรษฐีอันดับต้นของไทย ผู้ซึ่งเคยซื้อที่ดินของครอบครัวของพลเอกประยุทธ์ด้วยราคาสูงกว่าราคาตลาดลิบลิ่ว ไม่นานหลังการรัฐประหาร พฤษภา 57  และก็เป็นมหาเศรษฐีคนเดียวกับที่บริษัทของเขาเพิ่งได้ต่อสัญญาการเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่ผ่านการประมูล ไม่ต้องประกวดแข่งขันราคากับใคร

                คำถามที่รัฐบาลควรตอบ ก็คือเหตุใดการประชุมจึงจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้ กระบวนการคัดเลือกคืออะไร ตัดสินใจจากเหตุผลใด ทำไมจึงไม่ใช้กระทรวงต่างประเทศเป็นสถานที่จัดประชุม .....ฯลฯ...."

                พลันปรากฏ........

                "ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม" ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนศึกษา อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ  ท่านโพสต์ด้วยข้อความตอบเป็นวิทยาทานทันที

                ขึ้นต้นก็เพียบพร้อมทั้งภาษาและเมตตาธรรม คงอ่านและซาบซึ้งกันทั่วแล้ว ขอยกสาธกนิดเดียว

                Piti Srisangnam

                ไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นความผิดนะครับ

                แต่ไม่รู้เรื่อง แล้วไม่หาข้อมูล แต่ออกมาแสดงความคิดเห็น แบบไม่รับผิดชอบแบบนี้

                ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็น ส.ส. ผมว่านี่เป็นความผิดครับ

                อยากให้คนพรรค​#อนาคตใหม่ เป็นนักการเมืองน้ำดีพิจารณาทบทวนก่อนให้สัมภาษณ์ครับ ไม่รู้เรื่องก็ไปหาข้อมูลก่อน ไม่ต้องรีบออกมาครองพื้นที่สื่อก็ได้ครับ

                และเมื่อวาน (๒๘ มิ.ย.๖๒) อาจารย์ปิติโพสต์อีกครั้งด้วยข้อความ ดังนี้

                Piti Srisangnam

                สืบเนื่องจากที่ผมเคยเขียนอธิบายข้อสงสัยของคุณ #ช่อ เรื่องการใช้สถานที่ของโรงแรม Athenee  ในการจัดการ #ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

                แล้วก็มีกองทัพ IO ของ #อนาคตใหม่ จำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็น (ล้วนๆ แบบไม่มีข้อมูลใดๆ) ว่าเรื่อง #GreenMeeting และคุณสมบัติ 5 ข้อที่ผมอธิบาย ก็ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่า ต้องเป็นการจัดที่โรงแรมนี้

                เลยมาขอขยายความครับ

                ในฐานะที่ทำงานด้านอาเซียน และเคยเขียนงานวิจัยและบรรยายให้กับ #สสปน #TCEB

                ประเทศไทยโดย TCEB นำระบบ ISO20121 มาใช้เป็นประเทศที่ 2 ในโลกต่อจากอังกฤษครับ

                และโรงแรม #Athenee กรุงเทพ เป็นโรงแรมแรกในโลกครับที่ได้รับมาตรฐาน #ISO20121 ที่ว่าด้วยระบบการบริหารจัดการงานอีเว้นท์เพื่อความยั่งยืน Sustainability Event Management System

                และเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงแรมในอาเซียนที่ผ่านมาตรฐานนี้

                คือถ้าจะจัด green meeting แล้วไม่จัดที่นี่ จะไปจัดที่ไหนครับ

                ประเทศไทยเรามีของดีในเรื่องอุตสาหกรรม #MICE

                M - Meetings

                I – Incentives

                C – Conventions

                E – Exhibitions & Events

                ส่วนเรื่อง #เก้าอี้กระดาษ

                จริงๆ แล้วแต่ละโรงแรมมีเก้าอี้เป็นจำนวนมากครับ แต่คงไม่ถึงขนาดเป็นพันๆ ตัว ที่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมจะใช้งานในระดับนานาชาติได้พร้อมกัน

                ส่วนใหญ่วิธีการในอดีตคือ เช่าเก้าอี้ (ซึ่งอย่างที่แจ้งใช้รถหลายคัน ขนส่งหลายรอบ เปลืองทรัพยากร) และ/หรือ ใช้เก้าอี้ที่แตกต่างกัน แล้วคลุมผ้า

                ซึ่งผ้าคลุมเก้าอี้ ต้องมีการซัก เพื่อให้ไม่มีคราบ ต้องมีการใช้สารเคมีจำนวนมาก ที่จะปล่อยปนเปื้อน แย่กว่านั้นคืออาจจะต้องซื้อใหม่ทั้งเก้าอี้ ทั้งผ้าคลุมเก้าอี้

                เพื่อแก้ปัญหานี้ อยากให้หาข้อมูลเรื่อง #CircularEconomy ครับ แล้วจะเข้าใจว่า เก้าอี้กระดาษ มันคือการปฏิบัติตาม

                1.ที่เริ่มผลิตจาก เยื่อกระดาษรีไซเคิล

                2.สร้างนวัตกรรมให้กระดาษสามารถรับน้ำหนักได้ และนั่งแล้วรู้สึกสบาย

                3.ขนส่งได้ง่าย ต้นทุนต่ำ

                4.ใช้งานได้จริง

                5.นำกลับมาใช้ในการประชุมใหม่

                6.ใช้เสร็จก็บริจาคต่อ

                7.ในที่สุดก็เอากลับมารีไซเคิลได้อีก เป็นเยื่อกระดาษใหม่

                ที่สำคัญ เราได้รับการสนับสนุนจากเอกชน ไม่ต้องลงทุนเอง เที่ยวนี้ #SCG ให้การสนับสนุนครับ

                เราจัดงานประชุมอาเซียนประสบความสำเร็จ ได้รับชื่นชมมากมายจากทั่วโลก.

                เห็นมั้ย....

                ยามบ้านเมืองมีภัย คนไทยไม่ทอดธุระ เอาบ่าเข้าแบกล้อ แล้วเฆี่ยนควายให้เดินทันที

                และนี่อีกหนึ่งโพสต์ที่ "ย้ำชัด" คนไทยวันนี้ ไม่นิ่งเฉย

                ปารีณา ไกรคุปต์ is at สน. ทองหล่อ

                June 27, 2019 at 10:00 PM Bangkok

                ทนไม่ได้ คุกคะ

                คืนนี้ มาแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีกับ นายโกวิทย์ วงศ์สุรวัฒน์ (คุณพ่อจอห์นวิญญู) ข้อหาดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

                ฟังดีๆ นะจ๊ะ...ท่านเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ คำสั่ง มติ หรือคำพิพากษาศาลถือเป็นอันสิ้นสุด หยุดนิสัยไม่ดี พูดจาเสียดสี บิดเบือนให้คนเข้าใจผิด เพราะท่านเองก็ใกล้จะถูกดิฉันแจ้งความ

                ครับ...แสนจะดีใจ...........

                บ้านเมืองพ้นยุค "ธุระไม่ใช่" ประเทศไทย "ไม่มีวันตาย" แน่นอนแล้วเว้ย.

 

 

 


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?