จับขายกัญชา อ้างช่วยผู้ป่วย


เพิ่มเพื่อน    


    นายอำเภอนำตำรวจบุกตรวจค้นร้านขายต้นไม้ พบกัญชานับร้อยต้น มีตั้งแต่ต้นอ่อนไปจนสูงกว่าเมตร หลังสืบทราบลอบขายน้ำมันกัญชาและใบกัญชาอบแห้ง เจ้าของอ้างมุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความต้องการสูง และยื่นขอขึ้นทะเบียน สธ.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต ถูกดำเนินคดีฐานมียาเสพติดประเภท 5
    เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นายชนาธิป เสมแย้ม นายอำเภอปัว ร่วมกับ พ.ต.อ.เจริญ สุริยงค์ ผกก.สภ.ปัว นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบร้านขายพันธุ์ไม้และปุ๋ยของนายเปลี่ยน ดีน้อย อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 324 หมู่ 3 ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน หลังขยายผลจากผู้เข้ารับการรักษาตัวตามโรงพยาบาลด้วยอาการช็อกจากน้ำมันกัญชา จนทราบว่ามีการซื้อและขายน้ำมันกัญชา และใบกัญชาอบแห้งจากร้านดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบต้นกัญชาสด อายุตั้งแต่ 1-3 เดือน สูงมากกว่า 1 เมตร จำนวน 131 ต้น ต้นกล้ากัญชาเพาะในกระบะอีกจำนวน 6 กระบะ และเพาะในถุงเพาะชำอีก 65 ต้น ใบกัญชาแห้งแยกบรรจุใส่ซองสำหรับชงดื่ม และตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ 1 ตู้ 
    จากการสอบสวน นายเปลี่ยน เจ้าของร้าน ยอมรับว่าสนใจและศึกษาการใช้ใบกัญชาเพื่อรักษาโรค และปลูกไว้ศึกษา โดยจะจำหน่ายให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการใช้เพื่อรักษาโรคเท่านั้น และมีคนมาขอซื้ออยู่ตลอดเวลา จึงได้เร่งเพาะชำ ซึ่งตนเองไม่ได้หวังผลกำไร อยากให้เป็นทางเลือกในการรักษา และแม้การที่ตนเองกระทำอยู่นี้ยังไม่ถูกกฎหมาย แต่ที่ทำไปเพราะความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการรักษา ไม่สามารถรอเวลาได้ โดยได้ขอขึ้นทะเบียนต่อสาธารณสุขแล้ว แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต
    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้บันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางต้นกัญชาและอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"