การดำเนินการจัดทำกฎหมายด้านการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


   

ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาด้านการศึกษาเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งปัญหาหนึ่งของประเทศไทย การที่ประเทศจะสามารถพัฒนาไปได้มากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของคนในชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลจึงมีนโยบายในการปรับปรุงพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศ เพื่อให้สามารถพัฒนาคนอันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชาติในอนาคต

 

ปีที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการร่างกฎหมายให้แก่รัฐบาล ส่วนราชการ และหน่วยอื่น ๆ ของรัฐ ได้มีส่วนในการผลักดันและจัดทำพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการศึกษาของชาติหลายฉบับ เป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายประเทศไทย 4.0 นั่นก็คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2562 เพื่อรวมหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานที่เกี่ยวกับการอุดมศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานทางด้านการวิจัย มาอยู่ภายใต้กระทรวงใหม่ เพื่อให้มีการบูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นเข้าด้วยกัน และให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยในทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผน และนโยบายในการพัฒนาประเทศ 

 

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้การจัดตั้งกระทรวงใหม่นี้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้แก่ พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อจัดตั้งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติให้ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนด้านการอุดมศึกษา และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีเอกภาพและเป็นระบบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณและการประเมินผลการปฏิบัติให้เป็นไปโดยเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อให้การจัดการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรของประเทศเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานทัดเทียมนานาอารยประเทศ ให้สถาบันอุดมศึกษามีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นอิสระทางวิชาการ ตลอดจนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงใหม่ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกฎหมายทั้งสามฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562  

 

การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้มีการบูรณาการการเรียน การสอน การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญของประเทศ ก่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยในทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมและเสริมสร้างความสามารถของคนในชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะจัดทำร่างกฎหมายทุกฉบับให้มีคุณภาพสามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและบริหารประเทศให้มีความเจริญมั่นคงอย่างยั่งยืนสืบไป


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?