51จว.รับพายุมูน ขึ้นฝั่งหอบฝนถล่ม


   


    ดีเปรสชันในอ่าวตังเกี๋ยทวีกำลังแรงเป็นพายุโซนร้อน "มูน" ขึ้นฝั่งเวียดนามคืนวันพุธ ส่งผลภาคเหนือ อีสาน กลางและตะวันออกของไทยมีฝนหนักถึงหนักมาก 51 จังหวัดเตรียมรับมือ "บิ๊กแดง" สั่งตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "พายุ มูน (Mun) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562)" ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 03 กรกฎาคม 2562 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 พายุโซนร้อน มูน (Mun) บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ประมาณ 290 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 19.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในคืนวันเดียวกัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย
    โดยจะมีฝนตกหนักตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
    ในช่วงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด 
     อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก
    พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าถึงเที่ยงวันที่ 4 ก.ค. ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง 
    ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 
    ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา กรณีพายุโซนร้อน “มูน” (Mun) ที่จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ร่วมกับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวม 51 จังหวัด อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 3-5 กรกฎาคมนี้      
    พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอำนวยการช่วยเหลือประชาชน โดยใช้กลไกของหน่วยทหารของกองทัพบกทุกพื้นที่ รวมถึงมณฑลทหารบกในการเตรียมความพร้อมดูแลประชาชนทุกด้าน รวมทั้งให้หน่วยทหารจัดตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชนส่วนหน้าให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง ควบคู่ไปกับการประสานการช่วยเหลือร่วมกับทุกภาคส่วนและประชาชนจิตอาสา เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นโดยทันที 
    ขณะที่นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ขอให้พี่น้องชาวนาบริเวณที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนมูน ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และอาจเกิดความเสียหายกับนาข้าวได้ กรมการข้าวจึงได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ ดูแลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาได้อย่างทันท่วงที
    ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ ที่จังหวัดนครพนม ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นวันที่ 2 แม้ระดับน้ำโขงยังรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ห่างจากจุดวิกฤติ 10 เมตร แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอติดกับแม่น้ำโขง ได้แก่ บ้านแพง ท่าอุเทน เมือง และธาตุพนม เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำลงสู่น้ำโขง ขณะที่ชาวนาเริ่มประสบปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าว หากยังมีฝนตกติดต่อกันอีก 1 สัปดาห์ คาดว่าพื้นที่นาปีหลายอำเภอจะได้รับความเสียหาย
    ขอนแก่น ทั่วทั้งจังหวัดมีพายุฝนอย่างหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ค.จนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ระดับน้ำเริ่มท่วมผิวถนนบ้าง แต่ยังคงไม่มากนัก ขณะที่แรงลมทำให้กิ่งไม้และป้ายโฆษณาบางจุดหักตกลงมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้ง อปพร.เทศบาลนครขอนแกน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือและการระบายน้ำ รวมไปถึงป้ายแจ้งเตือนต่างๆ นพื้นที่จุดเสี่ยง และเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้พร้อม
    ชลบุรี เกิดฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันอังคาร จนถึงวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะ อ.พนัสนิคม ที่หมู่ 4 ต.บ้านช้าง หมู่ 5 ต.นามะตูม ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนบ้านเรือนถูกพายุพัดหลังคาปลิวกว่า 60 หลัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่น จนทางอำเภอประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน นอกจากนี้หลังคาโรงงานผลิตธูป ถล่มลงมา คนงานที่กำลังทำงานอยู่ ได้รับบาดเจ็บหลายคน นายภัทรธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี สั่งการให้สำนัก ปภ.ชลบุรี พร้อมด้วยเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี และจิตอาสา เข้าไปดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ พล.ต.ยุทธชัย เทียรทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี ส่งกำลังทหารเข้าไปร่วมกับชาวบ้านซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนกลับสู่ภาวะปกติ.  


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต