
"เซปิง" ส่งทนายฟ้อง "บิ๊กโจ๊ก-หนุ่มกรรชัย" เรียกค่าเสียหายรายละ 50 ล้าน อ้างใส่ความเป็นคนผิดถูกศาลออกหมายจับหลอกลวงทำโครงการ "เฟซออฟ" จนลูกค้าถอนตัว ชื่อเสียงเสียหายไม่สามารถสมัคร ส.ส.
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.เซปิง ไชยศาสน์ หรือ ดร.เซปิง ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ นำเอกสารหลักฐานสำคัญมายื่นฟ้องดำเนินคดี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการแถลงข่าวดำเนินคดี ดร.เซปิง เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนอีกสำนวนยื่นฟ้อง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 HD 28 พร้อมพวกรวม 7 คน กรณีเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่นำผู้เสียหายมาออกรายการโดยไม่มีการสอบถามข้อมูล หรือสืบหาข้อเท็จจริงก่อน ทำให้ได้รับความเสียหาย
นายจำนง ไชยมงคล ทนายความของ ดร.เซปิง เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ก.ค.62 คดีจะหมดอายุความ ซึ่งได้ทบทวนอยู่เป็นเวลานานก่อนจะตัดสินใจมายื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีที่เกิดขึ้น โดยการมาฟ้องในวันนี้ไม่ได้เห็นว่าเป็นช่วงขาลงของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แต่ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์ของ ดร.เซปิง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้รับการประสานจากหนุ่ม-กรรชัย ให้ไปออกรายการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แต่เมื่อติดต่อกลับก็ยังไม่สามารถติดต่อได้
ด้าน ดร.เซปิงกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่อยากให้ไปทำลายความหวังของผู้หญิงที่อยากสวย อยากให้เข้าใจผู้หญิงที่อยากจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ ดร.เซปิงถูกดำเนินคดีนั้น พ.ต.ท.สมชาย อรภักดี รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงยังต้องรอเอกสารที่ส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบส่งกลับมา โดยขณะนี้มีการสอบปากคำผู้เสียหายไป 18 ปาก ยังเหลือการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก และมีการประสานข้อมูลบางส่วนกับ สน.ลุมพินี ในการทำสำนวน โดยยังไม่มีกำหนดส่งสำนวนให้อัยการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำฟ้องทั้งสองสำนวน โจทก์เรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยสำนวนละ 50 ล้านบาท โดยสำนวนฟ้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กับ พ.ต.ท.นพดล ปิ่นพงศ์พันธ์ รอง ผกก.สน.ลุมพินี พนักงานสอบสวนคดีเฟซออฟ ศาลรับไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.1692/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 19 ส.ค.62 โดยระบุกรณีเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2562 จำเลยทั้งสองตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงทำนองว่าโจทก์หลอกลวงประชาชน พร้อมแผนผังเชื่อมโยงโจทก์กับนาย บ. เพื่อฉ้อโกงประชาชน และข้อความต่างๆ ระหว่างแถลงข่าวได้เชิญนายอาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มาแถลงสนับสนุน และแถลงว่าการที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแสดงว่ามีหลักฐานเพียงพอ เป็นการย้ำว่าโจทก์กระทำความผิด เพื่อให้เห็นว่าโจทก์เป็นคนผิดไปแล้วถูกดูหมิ่นเกลียดชัง นอกจากนี้ การกระทำของจำเลยยังเป็นการละเมิด ทำให้ถูกมองอย่างเหยียดหยาม
ส่วนสำนวนฟ้อง หนุ่ม-กรรชัย กับพวกรวม 7 คน ศาลรับไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.1693/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 9 ก.ย.2562 โดยระบุกรณีเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2562 ทางรายการ “โหนกระแส” สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 มีนายกรรชัยเป็นพิธีกร เชิญจำเลยอื่นๆ มาร่วมรายการลักษณะพูดถามกันไปมา มีการวางแผนใส่ความโจทก์ แม้ไม่ระบุชื่อโจทก์ แต่ใช้เทคนิคตั้งชื่อหัวข้อรายการเพื่อเชื่อมโยงให้เข้าใจว่าเป็นโจทก์ กับยังเอาข่าวที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แถลงมาอ้างอิง โดยมีเจตนาให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท อีกทั้งเมื่อมีข่าวและมีการออกอากาศรายการออกไป ทำให้แทบไม่มีคนมีใช้บริการโครงการของโจทก์หรือถูกยกเลิกนัดทั้งหมด ที่โจทก์วางแผนชีวิตทำธุรกิจ และจะลงสมัคร ส.ส. แต่ชื่อเสียงต้องมาจบสิ้น.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |