รู้แล้ว..หมั่นเตือนตัวเอง


   

        
    ด้วยวัยที่มากขึ้น ร่างกายก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แม้ว่าใครจะฟิตเปรี๊ยะ!! หรือมีกิจกรรมลั้ลลาทำได้ไม่แตกต่างจากเดิมก่อนวัย 60 ก็ตาม แต่เชื่อว่า ทุกคนสามารถสังเกตเห็นได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเองเสื่อมถอยลงไม่มากก็น้อย
    "หู" จากที่เคยได้ยินเสียงลูกน้องหรือเพื่อนๆ แอบเมาธ์เราในห้องกาแฟ ปรากฏว่าความสามารถในการเป็นสปายหมดลง นั่นเพราะอายุที่มากขึ้น การเสื่อมของอวัยวะในหูชั้นในมีมากขึ้น นอกจากนั้นเสียงพูดก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะกล้ามเนื้อกล่องเสียงและสายเสียงบางลง ระดับเสียงสูงจะได้ยินน้อยกว่าระดับเสียงต่ำ 
    เรื่องแบบนี้มีข้อมูลวิจัยระบุว่า การสูญเสียการได้ยินในผู้สูงอายุจะเสียเสียงสูงก่อน นอกจากนี้ยังอาจเกิดอาการเวียนศีรษะและเคลื่อนไหวไม่คล่อง เนื่องจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นในมีภาวะแข็งตัว
    จริงเท็จแค่ไหน?? สามารถประเมินได้ว่า เวลาใครพูดอะไร เราก็มักจะถามว่า อะไรนะ?? หรือบางทีเขาถามเรื่องกินข้าวหรือยัง เราก็ตอบว่า ไปตลาดมา 555 เข้าทำนองถามช้างตอบม้า
    "ตา" การมองเห็นไม่ดีเหมือนเคย อันนี้ดูเหมือนว่าชัดเจนที่สุด เพราะเวลาจัดงานเลี้ยงรวมพลคนเกษียณ มักจะมีคำขอร้องว่า จัดกลางวันได้ไหม เพราะกลางคืนขับรถ ตาสู้แสงไม่ไหว 
    นั่นเพราะอายุที่มากขึ้น รูม่านตาเล็กลงและตอบสนองต่อแสงลดลง หนังตาตก แก้วตาเริ่มขุ่นมัว เกิดต้อกระจก ลานสายตาแคบ กล้ามเนื้อลูกตาเสื่อม ความไวในการมองภาพลดลง สายตายาว เวลามืดหรือกลางคืนการมองเห็นจะไม่ดี ตาแห้งและเยื่อบุตาระคายเคืองง่าย
    "จมูก" การดมกลิ่นไม่ดีเหมือนเดิม เนื่องจากเยื่อบุโพรงจมูกเสื่อม ต่อมรับรสทำหน้าที่ลดลง การรับรสของลิ้นเสียไป อาจเกิดภาวะเบื่ออาหาร โดยรสหวานจะเสียก่อนรสเปรี้ยว รสขม และรสเค็ม
    สำหรับเรื่องฟันนั้นน่าจะเรียกว่าเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุด หากเราดูแลรักษามันดีตั้งแต่เยาว์วัย มันก็จะอยู่กับเราโดยไม่อ่อนล้าง่ายๆ และที่โชคดีคือ นวัตกรรมในการทำให้ฟันอยู่คู่กับปากเราได้นานๆ นั้น นับวันมันก็ทันสมัยและง่ายขึ้น (ในวงเล็บ) ขอแค่มีเงินจะจ่ายหมอทำฟันนะจ๊ะ
    ฉะนั้น ใครที่รู้ตัวว่าแก่ ก็พึงต้องเตือนตัวเองเรื่องความเสื่อมเหล่านี้ไว้บ้าง มิเช่นนั้น เราอาจจะหงุดหงิด และกลายเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ พลอยทำให้สภาพแวดล้อมรอบตัว รอบบ้านกลายเป็นมลพิษทางอารมณ์ความรู้สึกไปด้วย เพราะลูกหลานโตกันแล้ว พวกเขาสามารถเดินหนี เดินจากคนแก่ในบ้านไปได้ตลอดเวลา หากคนแก่ไร้ซึ่งเหตุผล 
    โดยเฉพาะคนแก่ในยุคต่อจากนี้ไป เดาได้เลยว่า คุณภาพชีวิตจะไม่เหมือนคนแก่ในยุคนี้หรือย้อนหลังไปสัก 10-20 ปี เพราะการเป็นครอบครัวใหญ่ทำให้สมาชิกสามารถผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ามาช่วยกันดูแลปู่ย่าตายายได้ แต่ยุคนี้ ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวเล็ก เหลือแค่พ่อแม่ลูก มันไม่ใช่ง่ายเลยที่เราจะโยนภาระทั้งหมดให้กับลูกหรือหลานเพียงคนเดียว เพื่อการดูแลคนแก่ 2 คน..จริงไหมคะ.                
"ป้าเอง" 


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'