ชาวระยองเฮ! ศาลปค.สั่งโรงงานปุ๋ยห้ามทิ้งน้ำเสียลงคลอง


   

10 ก.ค. 62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ศาลปกครองระยองได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนร่วมกับชาวบ้าน ต.มะขามคู่ จ.ระยอง ได้ยื่นฟ้องอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมะขามคู่กับพวกต่อศาลเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2562 โดยขณะนี้ศาลปกครองระยองได้มีคำสั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ใช้อำนาจตาม ม.42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน 2535 บังคับให้โรงงานปุ๋ยของเอกชนที่ปล่อยน้ำเสียสู่คลองบางไผ่ กระทำการระงับยับยั้งมิให้มีน้ำเสียรั่วซึมออกนอกโรงงานลงสู่คลองบางไผ่อีก แต่หากผู้ประกอบการโรงงานไม่ดำเนินการให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยให้คิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด พร้อมค่าปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อวัน ตาม ม.63/21 และ ม.63/22 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับที่ 3 พ.ศ.2562

นอกจากนั้นศาลยังสั่งให้นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมะขามคู่ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 ดำเนินการตรวจสอบจุดรั่วซึมที่น้ำเสียไหลออกมาจากโรงงานและตรวจสอบสภาพน้ำในคลองบางไผ่รายงานพร้อมภาพถ่ายต่อศาลทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2562 นี้เป็นต้นไป และสั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อเก็บกักน้ำเสียของโรงงาน และตัวอย่างน้ำในคลองบางไผ่เพื่อตรวจวิเคราะห์และรายงานผลต่อศาลทุก 2 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2562 นี้เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นด้วย

"กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะใช้เป็นตัวอย่างนำร่องในการไล่ตรวจสอบและฟ้องโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทในจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทราที่รัฐบาลประกาศให้เป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่เริ่มมีโรงงานสกปรกเข้ามาประกอบการโดยไม่สนใจคุณภาพชีวิตของประชาชน คนงาน และสิ่งแวดล้อม เพราะหวังเพียงสร้างผลกำไรให้กับตนเอง แล้วทิ้งปัญหาไว้ให้คนไทยรับเคราะห์กรรมเยี่ยงโรงงานปุ๋ยแห่งนี้" นายศรีสุวรรณ ระบุ.


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'