เด้งสวป.-6ลูกน้อง ยำหนุ่มคากุญแจมือ


   


    เด้ง สวป.หลักสอง กับลูกน้องอีก 6 นาย รุมยำผู้ต้องหาเมายาอาละวาด ทั้งที่ใส่กุญแจมือ ถูกถ่ายคลิปแพร่สังคมโซเชียล วิจารณ์ขรมทำเกินกว่าเหตุ ผบช.น.เผยตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ยันตำรวจไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้ต้องหา หลักฐานชัดเจน ด้านสีกากีอารมณ์ร้อนอ้างถูกด่า ถ่มน้ำลายใส่จนสิ้นทน 
    เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ สังคมโซเชียลมีการแชร์คลิปตำรวจ 6-7 นายรุมซ้อมผู้ต้องหาข้าง สน.หลักสอง โดยผู้ต้องหาถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่ที่ท้ายรถกระบะ และถูกทำร้ายหลายครั้ง จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ
    พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.หลักสอง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีคนเมายาหรือสารเสพติดอาละวาดภายในวัดบุณยประดิษฐ์ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ตำรวจสายตรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับวิทยุขอกำลังสายตรวจมาสนับสนุนเข้าจับกุม ก่อนจะนำตัวชายคนดังกล่าวไปที่ สน.หลักสอง โดยขณะเข้าจับกุม ผู้ชายตามภาพในคลิปทราบชื่อนายคณาพจน์ อินทร์เรือน อายุ 33 ปี ได้ต่อสู้ขัดขืนการจับกุม อีกทั้งนายคณาพจน์เป็นคนรูปร่างใหญ่ ทำให้การจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก และในขณะที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถมายังสถานีตำรวจ ยังได้ด่าเจ้าหน้าที่และถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอดทาง กระทั่งถึงสถานีตำรวจ เจ้าที่จึงหมดความอดทน ทำให้เกิดเหตุตามคลิป
    พ.ต.อ.อรรถวุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นในส่วนผู้ต้องหา ได้ถูกดำเนินคดีมีสารเสพติดในร่างกาย ขณะเดียวกันได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายชายในคลิปว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างรอผลการสอบสวน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องลูกน้องเด็ดขาด
    ด้าน  พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 ได้ออกหนังสือคำสั่ง ที่ 126/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ให้ พ.ต.ท.สันติ ประทุมรัตน์ สวป.สน.หลักสอง, ร.ต.อ.วิชาญ ชุ่มช่วง รอง สวป., ร.ต.อ.ภิญโญ ทั่งถิน รอง สวป., ด.ต.สมชาย ด้วงมูล ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม, ส.ต.ท.กิตติธัช ปานันต๊ะ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม, ส.ต.ท.อนุชา วิชัยคำจร ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม และ ส.ต.ท.สัญญา ใจจันทร์ ผบ.หมู่งานจราจรปฏิบัติหน้าที่ ผบ.งานป้องกันปราบปราม รวม 7 นาย ไปช่วยราชการปฏิบัติหน้าที่ ศปก.บก.น.9 โดยขาดจากต้นสังกัดจนกว่าจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ให้ พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.น.9 เป็นประธาน 
    พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ขณะนี้ ผบก.น.9 มีคำสั่งย้ายตำรวจ 7 นายที่ปรากฏในคลิปออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขอยืนยันว่าตำรวจทั้ง 7 นายไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ถือว่าเป็นความผิด เนื่องจากไม่เป็นไปตามขั้นตอนการควบคุมตัว และภาพที่ปรากฏตามคลิปค่อนข้างชัดเจน โดยจะสอบสวนว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บระดับใด และตำรวจมีความผิดถึงขั้นใด เพราะจะมีผลต่อการแจ้งข้อหาทั้งทางอาญาและวินัย ยืนยันมีบทลงโทษแน่นอนและจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด 
    สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุคลุ้มคลั่งที่วัดบุณยประดิษฐ์ ย่านบางแค จากการตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงส่งตัวดำเนินคดี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และมีประวัติเคยถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติด แต่แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องหาก็จะให้ความเป็นธรรม โดยจะประสานไปยังเรือนจำ นำตัวไปตรวจร่างกาย ประกอบการสอบสวนวินัยร้ายแรงของตำรวจชุดนี้ต่อไป
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาเมายาอาละวาด เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อหยุดยั้งและระงับการกระทำของผู้ต้องหา ณ ขณะนั้น จึงมีการใช้กระบองยางที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตามหลักยุทธวิธีตำรวจ จะคำนึงถึงความปลอดภัย ระดับการใช้กำลัง ในขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่การจับกุม การตรวจค้น การควบคุมผู้ต้องหา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้ที่ถูกจับกุมหรือประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชนจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโปร่งใส ตอบคำถามสังคมได้ ผบก.น.9 จึงมีคำสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว. 


ช่วงไม่อยู่.....ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 

รัฐบาลปริ่มน้ำฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ
มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'