'อุตตม'ท้าเปิด'ซักฟอก' ขู่ฟ้องบิดเบือนกู้กรุงไทย 


   


          ตั้งเวทีถล่ม "อุตตม" เอี่ยวคดีปล่อยกู้กรุงไทย ถามหาหลักฐานคัดค้านการปล่อยกู้ "ชัยเกษม" อ้างเป็นคดีกึ่งๆ การเมือง โยนให้ประชาชนตัดสิน ด้าน รมว.คลังขู่ลั่น! ใครเอาไปบิดเบือนจะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่หนักใจหากถูกซักฟอกในสภา
          เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสภาที่ 3 จัดเวทีสาธารณะสภาที่ 3 (The Third Council Speak) “คดี อุตตม สาวนายน ใครถูก ใครผิด ประชาชนพิพากษา” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
          นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า ที่มีการตั้งข้อครหาว่านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร คณะกรรมการญาติวีรชนฯ จึงได้จัดเวทีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
          ขณะที่นายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ กล่าวว่า คดีมหากาพย์กรุงไทยเกิดขึ้นมานาน ช่วงปี 37-46 บริษัท โกลเด้นฯ กลุ่มกฤษดามหานคร เป็นลูกหนี้รายใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ มีหนี้สินรวม 1.3 หมื่นล้าน ช่วงปี 46 ธนาคารกรุงไทยเข้ามาแก้ปัญหา กลุ่มกฤษดาฯ มาขอยื่นกู้เงินธนาคารกรุงไทยเพื่อใช้คืนธนาคารกรุงเทพ กรรมการบริหารธนาคารกรุงไทยขณะนั้นมีนายสุชาย เชาว์วิศิษฐ, นายวิโรจน์ นวลแข, นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์, นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา และนายอุตตม สาวนายน เป็นกรรมการบริหาร ผู้มีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.46
          เขาบอกว่า บริษัทในเครือกฤษดามหานครมีการขอสินเชื่อ 3 วงเงิน 1.ใช้คืนหนี้ธนาคารกรุงเทพ วงเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท 2.ซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ล้านบาท และ 3.พัฒนาสาธารณูปโภค วงเงิน 1,400 ล้านบาท รวมวงเงิน 9,900 ล้านบาท วันที่ 17 ธ.ค.46 มีการประชุมและรับรองรายงานการประชุมวันที่ 9 ธ.ค. 18 ธ.ค. โดยที่นายอุตตมไม่ได้เข้าร่วมประชุม
        นายวันชัยกล่าวว่า หลังจากนั้น บริษัท โกลเด้นฯ ได้เบิกเงินกู้วงเงินรีไฟแนนซ์ 8,000 ล้านบาท ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาปิ่นเกล้า มีการแยกเช็คเป็น 11 ฉบับ มีการชำระหนี้คืนธนาคารกรุงเทพ 4,400 ล้านบาท ที่เหลือนำไปใช้วัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีคุณภาพและสร้างความเสียหายให้กับธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อติดตามการปล่อยสินเชื่อ ก็ไม่ปรากฏว่ามีการคัดค้าน หรือท้วงติงการปล่อยกู้ครั้งนี้แต่อย่างใด
        ทนายความผู้นี้ตั้งคำถามนายอุตตมว่า แสดงอาการไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติสินเชื่อนี้เมื่อใด ในเมื่อท่านอยู่ในคณะกรรมการผู้มีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อครั้งนี้
         ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีการประชุมเกี่ยวกับการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ตามหลักฐานรายงานการประชุม ต้องถือว่านายอุตตมไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ที่จะคัดค้านการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ และมีการรับรองรายงานการประชุมโดยถูกต้อง ซึ่งนายอุตตมต้องแสดงหลักฐานที่มีการยืนยันชัดเจนว่าได้คัดค้านหรือมีการทักท้วงการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้
          "แม้ภายหลังคุณอุตตมจะเป็นพยานให้ศาลอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ให้การว่าได้คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ แต่หลักฐานในการประชุมชัดเจนว่าคุณอุตตมไม่ได้คัดค้าน ถือว่าฟังได้ยากว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"
     นายชัยเกษมกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีกึ่งๆ การเมือง ที่มีความชัดเจนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามีความไม่ซื่อสัตย์ อาจจะไปเกี่ยวข้องกับบิ๊กบอสหรือไม่ ประชาชนต้องเป็นผู้พิจารณาตัดสิน
          พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และอดีตเลขาธิการ ศอ.บต. ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องร่วมกันช่วยตรวจสอบ เพราะตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบด้วย ซึ่งในคดีนี้ศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2558 แม้นายอุตตมจะไม่ได้ถูกฟ้องครั้งนี้ แต่ในคำพิพากษาเขียนครอบคลุมกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทยทั้ง 5 คน ว่ามีส่วนช่วยเหลือให้จำเลย คือกลุ่มกฤษดามหานครให้ได้รับสินเชื่อ จำนวน 9,900 ล้านบาท โดยไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้ธนาคารกรุงไทยแต่อย่างใด
        เขากล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าเรื่องนี้ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต ก็สามารถยื่นตรวจสอบกับ ป.ป.ช.ได้ โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้มีความไม่ต้องถูกต้อง ก็ต้องตั้งเรื่องขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง
             ขณะที่นายอุตตม กล่าวถึงกรณีเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านเตรียมรับน้องใหม่อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีว่า ที่ผ่านมาเคยชี้แจงเรื่องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยไปแล้วว่าเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางยุติธรรมในชั้นศาล ตนผ่านมาทุกขั้นตอนแล้ว โดยชี้ชัดเจนว่าไม่ได้กระทำความผิด ดังนั้นถือว่าเรื่องนี้ผ่านขั้นตอนมาหมดแล้ว และตนมีความบริสุทธิ์ การซักถามทั้งหลายตนเข้าใจ และก็ได้ชี้แจง แต่หากถึงขั้นนำไปบิดเบือนมากไปจนทำให้เกิดความเสียหาย
         “ผมก็จะพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากจะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางในสภา ผมก็พร้อมตอบ เพราะถือเป็นหน้าที่ และพร้อมชี้แจงเช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน และไม่ได้รู้สึกหนักใจ” นายอุตตมกล่าว
    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมทีมกฎหมายต่อสู้คดี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน ถูกศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องตีความปมถือหุ้นสื่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเอกสารจากกระทรวงพาณิชย์และเอกสารจาก กสทช. ในการสอบถามรายละเอียดว่า ส.ส.ทั้ง 7 คนมีการดำเนินการกิจการสื่อตามที่ถูกร้องหรือไม่ ซึ่งหลังได้รับเอกสาร จะยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งจะครบกำหนดในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม แต่ตรงกับวันหยุดเข้าพรรค จึงต้องส่งเอกสารในวันที่ 18 กรกฎาคม ครบตามกำหนด 15 วัน ทั้งนี้ อยากให้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด พร้อมยืนยัน ส.ส.ที่ถูกร้องปมถือหุ้น แตกต่างจากคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เพราะ กกต.มีคำวินิจฉัยมาแล้ว ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด.


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?