ไม่มีเวลาฮันนีมูน


   

        แว่บเดียวปี 2562 ก็ผ่านไปแล้ว 6 เดือน เรียกว่าไวเหมือนโกหก ซึ่งในช่วงนี้ก็ถือโอกาสตามฤดูกาล ที่มีจะการประเมินเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกันใหม่

      ซึ่งแน่นอนว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ไทยเราเองก็เจอปัญหารุมเร้าไม่ใช่น้อย ทั้งเรื่องความไม่ชัดเจนของการเลือกตั้ง ที่ยังไม่ได้ ครม.ชุดใหม่เสียที หรือปัจจัยภายนอกประเทศก็กดดันเสียเหลือเกิน กับการชวนทะเลาะของสหรัฐอเมริกา ทั้งจีน ทั้งอียู เรียกว่าใครเกินดุลข้า ข้าไม่ยอม จนทำให้ระบบการค้าของโลกปั่นป่วนไปหมด

      ด้วยปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้บรรดาสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจเกือบทุกสำนัก ต่างก็ลดเป้าหมายการเติบโตกันหมด เนื่องจากการส่งออกของไทย ที่แทบจะไม่เติบโตเลย  แต่ก็ยังเคราะห์ดีอยู่บ้างที่เศรษฐกิจของไทยเรายังมีการเติบโตอยู่บ้างที่ราวๆ 3%

      อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการบริหารงานเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องที่หินมาก แม้ดูเผินๆ จะเป็นทีมชุดเดิมกับที่เคยบริหารคราวก่อน แต่สำหรับรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค การทำงานก็คงจะไม่เป็นทองแผ่นเดียวกัน เหมือนอย่าง ครม.บิ๊กตู่ยุค คสช.แน่นอน

      เรียกว่า ครม.ชุดใหม่นี้ไม่มีเวลาข้าวใหม่ปลามัน แน่นอน เพราะมีปัญหาทางเศรษฐกิจที่ต้องลุยแก้ปัญหาทันที ... ย้ำว่า ทันที อีกเพียบ เพราะจากข้อมูลล่าสุดของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยดัชนีเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ที่ 43.1 ลดลงจากเดิม 43.7 ส่วนดัชนีรอบ 3 เดือน อยู่ที่ 44.9 ลดลงจากเดิม 45.7 เหตุกังวลค่าครองชีพสูง ไม่มั่นใจเรื่องรายได้ การมีงานทำ นี่คือความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนจริงๆ

      เอาแค่ระยะสั้น ตอนนี้ก็ต้องมาดูเรื่องค่าเงินบาทแข็ง เพราะเรื่องนี้จะส่งผลต่อการส่งออก และรายได้ที่หายไปของผู้ส่งออก ก็อย่างที่ทราบ สงครามการค้าส่งผลให้ไทยเราส่งออกได้อยากอยู่แล้ว มาเจอค่าเงินบาทแข็งอีกยิ่งกระทบไปสองเด้งเลยทีเดียว

      ล่าสุดทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ก็เตรียมจะร่างนโยบายรัฐบาลที่นายกฯ แถลงต่อรัฐสภา  ซึ่งในร่างนี้มีคีย์เวิร์ดสำคัญ นโยบายที่ออกมา "ต้องไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย และนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล"

      จากถ้อยคำที่กล่าว ก็ชัดเจนว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในเวลานี้ ที่ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปแก้ไข

      แต่ภาครัฐควรจะทำอะไรบ้างนั้น ก็มีมุมมองจากนักวิชาการหลายคน ที่นำเสนอความคิดเห็น อย่าง รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮมเทรนต์ ประเทศอังกฤษ ก็แนะนำถึง 4 นโยบายที่ต้อง คือ 1.การลงทุนภาครัฐ ในโครงการขนาดใหญ่และคมนาคม นอกจากช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการลงทุนและช่วยเพิ่มการหมุนเวียนเงินในระบบ

      2.การส่งออก แม้ในระยะยาวการขยายตัวการส่งออกอาจทำได้ไม่ง่ายนัก แต่ควรมองว่าการส่งออกคือการบริโภคของต่างประเทศ รัฐต้องหาวิธีที่จะยังคงการบริโภคเช่นนี้ไว้ 3.การท่องเที่ยวและบริการ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของการใส่เงินในกระเป๋าให้คนไปเที่ยวมากขึ้น แต่ต้องเร่งสร้างความสะดวกในการเดินทางการคมนาคม และ 4.นโยบายทางภาษี มีทั้งการเพิ่มและลดภาษี การลดภาษีบุคคลธรรมดาแนวนโยบายที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน

      คงต้องจับตาของรัฐบาลชุดใหม่ต่อจากนี้ ว่าจะจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างไร และจะมีมาตรการอะไรเด็ดๆ ออกมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัส

      บอกเลย ครม.บิ๊กตู่ 2 นี่ไม่มีเวลาสำหรับการฮันนีมูนแน่นอน.

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง


ช่วงไม่อยู่.....ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 

รัฐบาลปริ่มน้ำฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ
มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'