'อีสาน-เหนือ' เผชิญภัยแล้ง ฝนจ่อถล่มใต้


   


    นายกฯ ห่วงภัยแล้ง สั่งผู้ว่าฯ ทำงานเชิงรุกช่วยประชาชน วอนเกษตรกรชะลอเพาะปลูก รอฝนตกหลัง ก.ย. กรมชลฯ รับอ่างเก็บน้ำได้น้อย ย้ำทุกแห่งวางแผนใช้ประหยัด น้ำโขงแล้งสุดในรอบ 10 ปี! อุตุฯ เตือนหางพายุดานัสถล่มไทยถึง 19 ก.ค.
    เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางพื้นที่เริ่มมีฝนทิ้งช่วง ทำให้ประชาชนและเกษตรกรขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่รัฐ และจิตอาสา ไปติดตามความเดือดร้อนของประชาชนและให้ความช่วยเหลือเป็นรายพื้นที่
     “นายกฯ ทราบว่าบางจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จึงกำชับให้ลงไปตรวจสอบปัญหาและแก้ไขโดยเร่งด่วน ส่วนพื้นที่ใดมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วงนี้ ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งทำงานเชิงรุก อย่าปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน” พล.ท.วีรชนระบุ
    นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากไปถึงเกษตรกรว่าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เช่น กักเก็บน้ำไว้ใช้ในแหล่งน้ำของตัวเอง ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้เพาะปลูก ขอให้ชะลอการปลูกออกไปก่อน จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ที่มีฝนตกตามปกติ ซึ่งคาดว่าน่าจะหลังเดือน ก.ย.ไปแล้ว พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ การสูบน้ำ การแจกจ่ายน้ำ ทั้งพลเรือนและทหาร จัดสรรน้ำและสร้างการรับรู้ถึงข้อควรปฏิบัติให้ประชาชนและเกษตรกรทราบอย่างต่อเนื่องด้วย
    ทางด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากฝนที่ตกในพื้นที่ทางตอนบนอยู่ในเกณฑ์น้อยต่ำกว่าค่าปกติ ส่งผลให้มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำน้อยตามไปด้วย ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 36,613 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้คงเหลือประมาณ 12,698 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้กว่า 39,400 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ รวมกัน โดยกรมชลประทานเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำต้นทุนต่างๆ โดยให้เก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมกับวางแผนการใช้น้ำในพื้นที่อย่างรัดกุม
    ที่ จ.เลย นายอดุลย์ ผลคำ ผู้ใหญ่บ้านน้อย หมู่ 4 ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน เปิดเผยว่า สภาพของแม่น้ำโขงขณะนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็วช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกือบ 2 เมตรแล้ว ปกติเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม น้ำโขงจะเต็มตลิ่ง แต่ปีนี้เชื่อว่าน้ำแห้งสุดในรอบ 10 ปี ไม่สามารถสูบขึ้นมาเพื่อใช้ในการเกษตร และเห็นสันดอนทรายโผล่กลางแม่น้ำ ตั้งแต่ช่วงอำเภอเชียงคานถึงอำเภอปากชม น้ำโขงปกติจะขึ้นเร็วลงเร็ว แต่ครั้งนี้ลดลงอย่างเดียวไม่มีขึ้น  
    "ส่วนเรื่องเกษตร ชาวบ้านในอำเภอเชียงคานยังไม่มีใครปักดำนาได้ หว่านข้าวไว้ก็แห้งตายไปหมด เพราะไม่มีน้ำ ปีนี้ถือว่าแล้งสุดๆ น้ำโขงแห้งมาก สูบขึ้นมาไม่ได้ ลดลงทุกวันจนน่าตกใจ เห็นหาดทรายเป็นทางยาวจนถึงอำเภอปากชมแล้ว ปีนี้เพิ่งได้เห็นแก่งคุดคู้และหาดทรายอีกครั้ง หลังไม่เคยเห็นมากว่า 10 ปี" ผู้ใหญ่บ้านน้อยกล่าว
    วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรง (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ก.ค.2562)" ฉบับที่ 3 ในช่วงวันที่ 16-19 ก.ค. 2562 บริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
    สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ก.ค. โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
    ในวันที่ 16 ก.ค. ภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส, ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
    ในช่วงวันที่ 17-19 ก.ค. ภาคกลาง มีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส, ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
    ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ดานัส” แล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านตอนบนของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 17-18 ก.ค.2562 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา h ttp://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับความเดือดร้อนในช่วงหน้าฝน จึงได้สั่งการให้หน่วยทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจและฝ่ายปกครอง ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาฝนตกหนัก อันอาจเป็นเหตุทำให้น้ำท่วมขัง มีน้ำหลาก หรือมีดินโคนถล่ม รวมถึงส่งผลกระทบต่อชาวประมงในการเดินเรือในช่วงนี้ได้ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก 
    โดยให้มีการปรับแผนเตรียมความพร้อม ทั้งการป้องกันและการแก้ไขในพื้นที่เสี่ยง ต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ทันเหตุการณ์ เพื่อลดความเสียหายและอันตรายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ครอบคลุมทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้ประสานสาธารณสุขพื้นที่ร่วมระวังป้องกันโรคระบาดที่มากับน้ำ
    สำหรับพื้นที่ กทม. ขอให้ กทม.และฝ่ายปกครองลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนในทุกเขต เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงกำหนดมาตรการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และการสัญจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้างตามเส้นทาง โดยเฉพาะระบบการระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำและการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อลดปัญหาการจราจรที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในเขตเมือง พร้อมสั่งย้ำให้ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองในทุกพื้นที่ มีการซักซ้อมแผนให้พร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว