ทำบุญ...เอาที่สบายใจ


   

    เทศกาลเข้าพรรษา ..หลายคนมักจะตั้งใจตั้งจิตอธิษฐานว่า ภายใน 3 เดือนของช่วงเข้าพรรษาจะทำสิ่งใดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา ตลอดจนเพื่อใช้เป็นหลักยึดในการทำคุณความดี หรืออาจจะเรียกว่า "ทำบุญ" ก็ได้ไม่ถือว่าผิดเลย เพราะเมื่อเราทำความดี จิตใจผ่องใส สติก็มาปัญญาก็จะเกิด ที่สำคัญคือ ไม่เป็นเหตุก่อเกิดปัญหาเบียดเบียนผู้อื่น หรือทำบาปนั่นเอง

    แม้จะมีคำถามกันมากมายทำนองว่า ..ใครเป็นคนต้นคิดว่าอยากจะขึ้นสวรรค์ต้องทำบุญเยอะๆ แล้วไอ้การทำบุญเพราะอยากไปสวรรค์เนี่ย มันไม่เรียกว่าคุณมีกิเลสหรือ

ทั้งหมดก็อยู่ที่การตีความ "ทำบุญ" ของแต่ละคนว่าคืออะไร ??

    การตั้งใจเลิกเหล้าเข้าพรรษา ก็ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งได้เหมือนกัน และยังเป็นการทำบุญที่ไม่เปลืองสตางค์ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร

    ดังนั้น ทำบุญ ความหมายของคำนี้แต่ละคนมันไม่เหมือนกันนะ คนทำบุญก็ทำไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน ก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน

    บางคนชอบสร้างวัด สร้างพระ สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ บางคนชอบปล่อยนกปล่อยปลา บางคนชอบทำโรงทานเลี้ยงผู้ไปทำบุญ หรือตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นั่นก็เพราะเขาก็ทำตามความคิดของเขา ทำแล้วเขาสบายใจ เขามีความสุข เป็นพลังความดีที่สะสมไป เพื่อในชาติต่อไปจะได้ มีบารมีติดตัวไป

    จากคำเทศนาของพระไพศาล วิสาโล ในหนังสือ "ฉลาดทำบุญ" ก็ระบุไว้ว่า

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า “บุญเป็นชื่อของความสุข” ความสุขนี้เป็นผลจากการทำความดี ไม่ใช่จากการเสพวัตถุ อย่างไรก็ตาม คนจำนวนไม่น้อยเวลาทำบุญกลับอยากได้สิ่งอื่นมากกว่า เช่น อยากได้ความมั่งมี อยากมีชื่อเสียงเกียรติยศ อยากมีความสำเร็จในการทำงาน พุทธศาสนานั้นไม่ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ แต่เห็นว่าเป็นแค่ความสุขชั้นต้น หรือประโยชน์ปัจจุบัน เรียกอีกอย่างว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะ เช่น ทรัพย์ สุขภาพ การงาน มิตรภาพ ความสุขชนิดนี้ถือเป็นความสุขแบบโลกย์ๆ ซึ่งใครก็ปรารถนา หลายคนทำบุญแล้วก็ต้องการความสุขชนิดนี้ เราจึงอยากให้พระอวยพร ว่า อายุ วัณโณ สุขัง พลัง

    จุดหมายที่สำคัญของการทำบุญก็คือการลดละความเห็นแก่ตัว เริ่มจากการลดละความยึดติดในทรัพย์สินเงินทอง ถ้าหากเรายังยึดติดในทรัพย์สินเงินทอง ทำบุญก็หวังรวย อยากไปเกิดในสวรรค์ ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำบุญที่ฉลาด ไม่ใช่การทำบุญแบบบัณฑิต พระสารีบุตรเคยกล่าวว่า “บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ให้ทานเพราะเห็นแก่อุปธิสุข (โลกียสุข) ย่อมไม่ให้ทานเพื่อภพใหม่ แต่บัณฑิตเหล่านั้นย่อมให้ทานเพื่อกำจัดกิเลส เพื่อไม่ก่อภพต่อไป (คือนิพพาน)”

จึงอยู่ที่ว่าสบายใจทำบุญแบบไหน ก็ได้อย่างนั้นนะคะ...สาธุ.

"ป้าเอง"


ผมก็เป็น "นกไซบีเรีย"........... บินหนีหนาวไปซะ ๒-๓ วัน พออุ่นๆ ก็บินกลับรัง แต่พอได้ยิน "นายปิยบุตร" พล่าม ที่อุ่น อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ร้อนจรดส้นเท้าเลย!

ปฐมบทยุบอนาคตใหม่
'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"