'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'


เพิ่มเพื่อน    

               "เรือเหล็กลุงตู่" ออกจากท่า "เดินหน้า" เต็มสูบกันได้ซะที

                ต่อจากนี้ บ้านเมืองไปโลด!

                กับฝ่ายค้าน ไม่ต้องไปกลัวเขา แต่ต้องให้เกียรติเขา ในฐานะหุ้นส่วน "บริษัทรัฐสภา จำกัด"

                เศรษฐกิจดี การค้าคล่อง สินค้าเกษตร พืชไร่ ก็ขายได้ราคา

                อีกทั้งคนต่างด้าว ท้าวต่างแดน แห่แหนมาเที่ยว ชาวบ้านที่หน้าเหี่ยว กลับตึงสดใส ชีวิตคนรัฐบาลประชาธิปไตย...ดี๊ดี

                นี่ก็เพราะ......

                "รัฐบาลทำ-ฝ่ายค้านช่วยลงตะไบ" ทุกอย่างจึงออกมาเรี่ยมเร้-เรไร คิดกัน-มองกันให้ตก ในประเด็นนี้

                อย่าไปมองว่า อีกฝ่ายตั้งใจสร้าง แล้วอีกฝ่ายตั้งหน้า-ตั้งตาทำลาย

                ถ้ามองอย่างนั้น ผิดสเปกประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ว่าด้วยการตรวจสอบ-ถ่วงดุล

                ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ปี-สองปี............

                คนไทย "ฝังลูกนิมิต-ปิดทองประเทศ" ฉลอง GDP ความสุขประชาชาติไทย ให้มันเอิกเกริก อะร้าอร่าม เย้ยคนทั้งโลกให้เขาอิจฉาได้เลย

                เชื่อเถอะ ในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้

                เว้นแต่ "แตกสามัคคี"

                เพราะตามพื้นฐาน "สายเลือดไทย" แพ้ใครไม่เป็น เว้นตอนแตกกันเอง แล้วไป "ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน" ทำตัวเป็นแนวที่ ๕ คอยเปิดอ้าประตูเมืองให้ศัตรู

                อย่างที่ "ทักษิณ-ธนาธร" พยายามทำ!

                ชนิดที่ "แตกแล้ว-แตกเลย" ไม่มี มีแต่แตกแก้เซ็งประเดี๋ยว-ประด๋าว ก็กลับกันมา "รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย"

                แล้วไปชิง "เอาบ้าน-เอาเมือง" คืน!

                ที่ไทยรวมไทย ใครก็ยากตีแตก อ่านจากหนังสือ ตั้งแต่ยุคสุโขทัย จนถึงยุครัตนโกสินทร์ พบว่า ที่เป็นอย่างนั้นได้ เพราะคนไทยไม่เคยที่จะไม่มี "แก่นรวมใจ"

                คือ "สถาบันพระมหากษัตริย์"!

                เราเรียนประวัติศาสตร์ชาติตัวเองกันน้อยไป กับของชาติอื่นละก็ ขึ้นใจกันดีนัก

                อย่างวันที่ ๑๔ กรกฎาที่ผ่านมา ถามว่าเป็นวันอะไร?

                พวกกางเกงในเก่าอย่างปิยบุตร ผู้มี "หลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์" เป็นไอดอล ตอบได้ปุ๊บ

                บอน แฟต นาซิยอนาล....

                วันเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยของฝรั่งเศส

                พรรคเพื่อไทยอันมาจากรากฐานพรรคไทยรักไทยก็เหมือนกัน จำแม่นกับวันที่ ๑๔ กรกฎา

                เพราะเป็นวันที่ทักษิณ ใช้วันปฏิวัติฝรั่งเศส "ล้มสถาบันกษัตริย์" เมื่อ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๓๓๒

                เป็นวันตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เมื่อ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๑!

                แต่ถ้าถาม ๒๑ เมษายน เป็นวันอะไร?

                ทั้ง "กางเกงในเก่า-กางเกงในใหม่" มองหน้ากันเลิ่กลั่ก วันอะไรหว่า

                รู้แต่ วันที่ ๑ กับวันที่ ๑๖ ของทุกเดือน เป็นวันหวยออก!

                นี่เพราะอะไร เพราะผู้วางระบบการศึกษาเรา ไม่ปลูกฝังให้คนในชาติของเรา ได้ภูมิใจต่อการสร้างชาติบ้านเมืองตัวเอง

                แม้กระทั่งผู้แต่งหนังสือ "แบบเรียนภาษาไทย" มีให้คนไทยได้เรียน-เขียน-อ่าน เป็นเล่มแรก เป็นผู้-เป็นคนกันมาทุกวันนี้

                แล้วเคยคิด-เคยสอนกันบ้างมั้ยว่า ผู้มีพระคุณล้ำเลิศท่านนั้น คือใคร?

                ก็จำกันไว้บ้าง.......

                 ๒๑ เมษา คือวัน "ยกเสาหลักเมือง" แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

                "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" ทรงประกอบพิธี เมื่อ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕

                หลังจาก "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ทรงกอบกู้ชาติ ขับไล่พม่าเตลิดไปจากกรุงศรีอยุธยา แล้วสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแทนกรุงศรีฯ ที่แหลกสลาย

                ต่อมา เมื่อ "สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก" ทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์ สืบต่อจาก "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                ทรงพระนาม "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" แล้ว

                ก็ทรงย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีมาฝั่งพระนคร สร้างกรุงเทพฯ เป็นราชธานีใหม่ ตราบทุกวันนี้นี่แหละ

                ประวัติศาสตร์บ้านเมืองเรา จำกันไว้บ้าง ต่อจากนี้ ต่างชาติ-ต่างภาษา จะหลั่งไหลกันมาแดนธรรม-แดนทองของเรากันมากขั้น เราก็จะได้เล่าให้เขาฟังถูก

                ก็อยากแทรกเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เริ่มตกสะเก็ดหมดความหมายหายไปจากการเมืองไทย

                คือเรื่องทักษิณใช้ ๑๔ กรกฎาเป็นฤกษ์ตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อ ๒๐ ปีก่อน

                ผมจำได้ว่า "อาจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์" แห่ง ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ท่านเคยให้สัมภาษณ์ "แทบลอยด์" ไทยโพสต์ไว้ เมื่อปี ๒๕๔๘

                ในประเด็น ทำไมต้องถือฤกษ์ ๑๔ กรกฎาเป็นวันสถาปนาพรรค อาจารย์ธีรภัทร์เล่าไว้ ว่า

                ".........ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ว่าจะตั้งพรรคชื่ออะไร ก็มีการประชุมกัน คุณทักษิณก็ทำตัวเป็นนักประชาธิปไตย เพื่อให้ทุกคนเสนอชื่อ

                วันนั้น 'คุณหญิงอ้อ' ประชุมด้วย คุณหญิงอ้อเป็นคนเสนอชื่อไทยรักไทย โหวตกันที่ประชุม โหวตลับด้วยนะ

                ก็ปรากฏว่าชื่อ 'ไทยรักไทย' มีผู้สนับสนุนมากที่สุด

                แต่คุณทักษิณก็ยังแสดงความเป็นนักประชาธิปไตย เพื่อต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อพรรค

                ก็เอาชื่อพรรคที่ได้รับเสียงโหวตมากๆ ๔-๕ ชื่อ ให้ประชาชนทำประชาพิจารณ์

                นี่คือที่มา ที่ประกาศลงหนังสือพิมพ์แล้วให้ประชาชนโหวต

                แต่ผมก็คิดในใจว่า 'ทำเป็นพิธีไปอย่างนั้นแหละ' ในที่สุดก็คงต้องเอาไทยรักไทย..นี่คือที่มาของชื่อไทยรักไทย

                ชื่อได้แล้ว นโยบายพรรคเสร็จแล้ว ก็มาผู้ก่อตั้ง ซึ่งกฎหมายบอกว่า ต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ คน

                ตรงนี้ จุดนี้ คนที่จะเริ่มเข้ามามากขึ้น ก็มีพลเอกธรรมรักษ์ อาจารย์คณิต ณ นคร ไปทาบทามมา

                ในที่สุด ถึงวันที่จะไปจดทะเบียน ก็มีการประชุมว่า ควรจะไปจดทะเบียนวันไหน

                คุณทักษิณก็กำหนดวันที่ ๑๔ กรกฎา

                ผมไม่ได้แย้ง แต่บอกข้อมูลว่า วันที่ ๑๔ กรกฎาเป็นวันชาติฝรั่งเศส เป็นวันปฏิวัติฝรั่งเศส

                ก็หมายถึงวันที่ประชาชนลุกฮือกันโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ ยกเลิกระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

                ก็ต้องระมัดระวังว่า คนอาจจะคิดไปในทิศทางนั้นได้ ท่านก็บอกว่า ข้อมูลนี้ผมจะต้องไปคิดดูใหม่

                ก็ประมาณสัปดาห์หนึ่ง กลับมาท่านก็บอกว่า 'ดีแล้วละ' เขายืนยันว่าวันนี้ดีแล้ว

                'ดูหมอมา'?

                 'ท่านไม่ได้บอกว่าไปดูหมอนะ แต่ท่านบอกว่า ท่านคิดว่าวันนี้ดีแล้ว ก็คงอย่างที่คุณคิดๆ กัน' "

                ครับ.....

                นี่จากปากคำอาจารย์ธีรภัทร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกับทักษิณแต่เริ่มแรก

                และท่านก็เป็นคนแรกที่ "รู้เช่นเห็นชาติ" ทักษิณ จึงโดดออกมาก่อน ตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง!

                โลกนี้สัณฐานกลม ทุกวันนี้ ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์คนไหนแย้ง

                เพราะอย่างนั้น ในความกลมของโลก วัฏฏะสู่ศตวรรษใหม่ คือศตวรรษที่ ๒๑

                สังคมโลก จากที่ไปสูงสุดหวุดหวิดหลุดขอบจักรวาล วงรอบสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ก็คือ ลีลาวงรอบขาลงสู่จุดตั้งต้น คือที่แรกๆ เดิมๆ

                ก่อนจะค่อยๆ เวียนกลับ สูงขึ้น..สูงขึ้น ไปในรอบใหม่เรื่อยๆ ในความเป็นวัฏฏะ

                คนจะโหยหาอดีต หมายถึงมุ่งสู่วิถีธรรมชาติดั้งเดิม เข้าถึงจิตนิยมเป็นสุข แทนยึดวัตถุนิยมเป็นสุข

                อังกฤษส่อแววแล้ว ๒-๓ วันก่อน แบงก์ชาติอังกฤษประกาศ ให้ Alan Turing นักคณิตศาสตร์ ๑  ในผู้บุกเบิกทฤษฎีการคำนวณ และผู้มีส่วนในการถอดรหัสเครื่องเข้ารหัส Enigma ของเยอรมัน

                เป็นภาพบนธนบัตร ๕๐ ปอนด์รุ่นต่อไป ที่จะเริ่มออกใช้ในอีก ๒ ปีข้างหน้า!

                จิตวิญญาณมนุษย์ "สูงสุดคืนสู่สามัญ" คือความรู้จักคุณคน กตัญญูแล้วรู้ที่จะกตเวที คือกระทำเป็นตอบแทนคุณ

                ไทยเราไม่หนีวงรอบวัฏฏะนี้หรอก..........

                ๑๒ สิงหานี้ ด้วยฤกษ์ "วันแม่" หลังจากวันนั้นไป จะทำให้คนไทยกลับมาสมัครสมาน รักใคร่คืนดี เป็นพี่-เป็นน้องเหมือนเดิม

                บ้านเมืองเรา กำลังจะมีสิ่งดีใหม่ๆ ขอให้ทุกคนสบายใจ และตั้งทัศนคติในการมองคนไทยด้วยกันไว้

                และมองประเทศไทย ผ่านรัฐบาล-ฝ่ายค้าน โดยแปลงทัศนคติปฏิปักษ์ไปสู่การสร้างสรรค์ร่วมกันไว้เถิด

                ไทยเรากำลังบรรเจิดเลิศหล้าแล้ว และกำลังจะเห็น ซึ่งมิใช่เพื่อใคร

                หากแต่พวกเรา...คนไทย "ทุกสี-ทุกคน". 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"