เมื่อ "เปรมชัย" ขึ้นภูดูกัดกัน


   

    "เสือดำ VS ศรีวราห์"
    กลายเป็นโปรแกรมใหญ่ที่ "โซเชียลมีเดีย" จัดขึ้นเร้าใจแต่ต้นปี
    ความจริงที่ควรเป็น.....
    เรื่อง "เปรมชัย" ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่น่าเกิดมลพิษทางสังคมเลย
    ที่เกิดขณะนี้ ด้วยเหตุผลเดียว คือ
    ทั้งโซเชียลมีเดีย และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ "ถือดี" ในความปรารถนาดีต่อคดี จนต่างฝ่ายเกิด "อัสสมิมานะ" กันขึ้น
    ก็อยากให้ใช้ "สติคุมอารมณ์" กันนิด 
    ฝ่ายโซเชียลมีเดีย ก่อนโพสต์-ก่อนแชร์ พินิจ-พิเคราะห์การทำคดีของตำรวจแบบเข้าใจกฎหมาย และใจกลางๆ ด้วยเหตุผลก่อน
    ดู-อ่าน-ฟัง-ตรองตาม ให้ถ่องแท้ในประเด็นก่อน.....
    ค่อยพิทักษ์ป่า-หัวหน้าวิเชียร-เสือดำ ผ่านโลก "โซเชียลมีเดีย" แบบสมาร์ท
    จะได้ลบครหาที่เขาค่อนว่า.....
    พวกโซเชียลมีเดีย เอาแต่ "มัน-สะใจ" ไม่เอาความรับผิดชอบ ใช้แค่ "ความรู้สึก" ตัดสินคนอื่น 
    พล.ต.อ.ศรีวราห์เช่นกัน ด้วยชนชั้นท่านกับเปรมชัย ถ้าบอก "ไม่รู้จักกัน" นั่นถึงจะแปลก
    คดีนี้ ผมเชื่อว่าท่าน "จริงใจ" ไม่เอาเปรมชัย เท่ากับไม่ประจบสังคม
    แต่ทีนี้ ท่านติดบุคลิกตำรวจยุค "ระเบิดภูเขา-เผากระท่อม" มากไป แทนที่จะค่อยพูด-ค่อยชี้แจง
    กลับถือดีในถูกที่ทำ โผงผางกระถางแตกด้วยคำ "ไม่แคร์มึง" ออกไป เนื้อหาที่พูดน่ะ "ไม่ผิด"
    แต่คำพูด "มันผิด" ใจ
    สังคมยุค "ประชาชน-กูจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว" ก็เลยถือดี-ตีโต้บ้าง 
    "หยิบอารมณ์ในคำพูดท่านเข้าจับประเด็นที่กำลังเคลียร์ทางสำนวน ไปขมวดความตามโซเชียล แบบ "รวมความ"
    "ขนมจีนผสมน้ำยา" พอกัน!
    ประเด็น "ติดสินบน" กับประเด็น "ทารุณกรรมสัตว์" ที่ตัดทิ้งไป และประเด็น ลงโทษ "ภาคทัณฑ์" ร้อยเวรเจ้าของคดี ฐานรับแจ้ง "ข้อหาส่งเดช" นั้น
    มันจะไม่กลายเป็นศึก "เสือดำ VS ศรีวราห์" เลย 
    ถ้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ อดทนนิด ใจเย็นหน่อย ค่อยทำความเข้าใจกับสังคม
    แต่นี่ กลับเล่นบท "ศรีวราห์คำราม"..........
    "มันผิดฐานกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือเปล่า ใส่ความผู้อื่นหรือเปล่า ไปดูเสีย ผิด-ก็ผิด, ไม่ผิด-ก็ไม่ผิด ถ้าผิดก็ดำเนินการไป ไม่ใช่ไม่มี 
    ข้อหามันไม่มี.....
    ข้อหาไปทารุณสัตว์ป่ามีที่ไหน ก็สัตว์ป่าเขายังไม่ออกประกาศเลยว่ามีอะไรบ้าง แล้วคุณไปแจ้งความเขาได้อย่างไร ผมดูแล้วยังตลกดี 
    ก็สื่อไปใช้คำว่าหลุดข้อหานี้...ข้อหามันไม่มี...ไปใช้คำว่าหลุดได้ยังไง ตำรวจทำสำนวนฟ้องศาลสถิตยุติธรรมนะ 
    ส่วนกระแสสังคม จะไปฟ้องศาลพระภูมิ นั่นก็เรื่องของกระแสสังคมนะครับ 
    พนักงานเขาสอบสวนฟ้องศาลสถิตยุติธรรม กระแสสังคมไม่มีในกฎหมายครับ"
    เนี่ย "ลีลา-อารมณ์-วาทะ" อย่างนี้ ถ้าใช้ถูกที่-ถูกทาง เช่น เข้าไปบรรเลงในสภา รับรอง ท่านศรีวราห์ "เปรี้ยง" ไม่ข้ามชั่วโมง
    อยากยุให้ท่านไปเป็น "ดาวสภา" จังเลย!
    ที่ท่านพูด ไม่ยึดอารมณ์ ยึดเนื้อความ ก็เป็นตามนั้น
    ผม "เห็นต่าง" กับท่านนิดเดียว
    คือที่ลงโทษร้อยเวร หาว่ารับแจ้งความ "ข้อหาทารุณกรรมสัตว์" ไปได้อย่างไร เพราะในกฎหมายไม่มี นั่นน่ะ
    ก็จริง เพราะแจ้งข้อหาไม่ตรงประเด็นตาม พ.ร.บ.....
    แต่ตามหลักปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใครมาแจ้งความ ก็ต้องรับเรื่องไว้ก่อน
    การไม่รับคดี เมื่อมีคนมาแจ้ง นั่นตะหาก ที่ร้อยเวรผิด 
    การรับแจ้งไว้ก่อน แล้วตรวจสอบ-พิจารณา ข้อหาเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่? 
    มี ก็ดำเนินการไป 
    ถ้าไม่มี ก็ระงับการดำเนินคดีในข้อหานั้นไป
    ก็เท่านี้......
    ไม่มีความจำเป็นที่ท่านศรีวราห์ ต้องไประบายอารมณ์ด้วยการลงโทษร้อยเวร 
    เป็นจุดให้สังคมตีขลุม นั่น...มันพวก "เปรมชัย"!
    ทั้งข้อเท็จจริง ตำรวจไม่ใช่ฝ่าย "ตัดข้อหา" ทารุณกรรมสัตว์ทิ้ง 
    หากแต่ "ด่านกักกันสัตว์กาญจนบุรี"
    แจ้งเอาผิดนายเปรมชัยตาม "พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.๒๕๕๗"
    เขามาถอนแจ้งความออกไปเอง เพราะตรวจสอบแล้ว พบว่า "เสือดำ" ในป่าทุ่งใหญ่นั้น 
    คนละนิยาม "สัตว์" ตาม พ.ร.บ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์ ๒๕๕๗ ที่บอกว่า.....
    "สัตว์" หมายความว่า สัตว์ที่โดยปกติเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด 
    ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด"
    ข้อหา "ติดสินบน" ที่ตัดทิ้งไป นั่นก็เช่นกัน 
    เป็นที่เข้าใจได้....... 
    ผมเอง ยังคิดแต่แรก ข้อหานี้ค่อนข้าง "เค้นประเด็น" ไปนิด
    ที่ตัดออกไป พล.ต.อ.ศรีวราห์ หรือร้อยเวรเจ้าของคดี ไม่เกี่ยว     
    ตัดด้วยเหตุผล ตามที่ "พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์" จาก ปปป.บอก พยานหลักฐานข้อหา "ติดสินบนเจ้าหน้าที่"
    ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ........    
    คือคลิปเสียงที่ปรากฏ ไม่ใช่เสียง "นายเปรมชัย" 
    เนื้อหาก็เป็นการสนทนาทั่วไป 
    โดย "นายยงค์ โดดเครือ" หนึ่งในผู้ต้องหา สนทนากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 
    "นายปิยะพงษ์ สืบเสน" เจ้าหน้าที่ บันทึกเสียงไว้ เป็นการสนทนา หลังถูกจับ เมื่อ ๕ กุมภา.!
    และที่เป็น "กระแสโซเชียล" ต่อเนื่อง ว่า......
    "หัวหน้าวิเชียร" แทนที่จะมีความดี-ความชอบ ที่จับเปรมชัยและคณะล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ฯ
    แต่กลับถูก พล.ต.อ.ศรีวราห์ ไล่ล่า จะเอาเป็น "ผู้ต้องหา" นั้น
    ฟังที่ท่านศรีวราห์พูด ไม่ใช่อย่างนั้น
    แต่ทีนี้ บางคนหยิบตรงนั้นคำ-ตรงนี้คำ ยำรวมออกมาเป็นจะจับหัวหน้าวิเชียรซะงั้น
    พล.ต.อ.ศรีวราห์ พูดว่า......
    "...........หลังจากนี้ จะเรียก "นายวิเชียร ชิณวงษ์" หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก มาให้ปากคำ ในวันที่ ๕ มีนา. 
    ในกรณี ที่ส่งหลักฐานเพิ่มเป็นกระดูก ๒ ชิ้น และถุงบรรจุซากสัตว์ เพื่อตรวจสอบว่า จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่
    นอกจากนี้ ที่นัดนายเปรมชัย ให้มารายงานตัว วันที่ ๕ มีนา. หากไม่มา จะส่งเรื่องศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิจารณา "ออกหมายเรียก" 
    หากไม่มาอีก จะส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาออกหมายจับเพิ่มในข้อหา "ขัดคำสั่งศาล"
    ก็ชัดนะ ถ้าไม่จับแพะมาชนแกะ!
    คือ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เมื่อหัวหน้าวิเชียรส่งหลักฐานเพิ่มเติม ก็ต้องเรียกมาให้ปากคำ 
    ในฐานะ พยานหรือเจ้าทุกข์ ผู้ส่งหลักฐาน
    ดังนั้น อย่าแปลงความไปว่า การเรียกนั้น หมายถึงเรียกหัวหน้าวิเชียร ในฐานะผู้ต้องหา 
    ที่เรียกมาวันที่ ๕ มีนา. ในฐานะผู้ต้องหาคือ "นายเปรมชัย"
    ถ้าไม่มาวันนั้น ตำรวจจะขอศาลออก "หมายเรียก-หมายจับ" ตามลำดับ!
    ในทัศนคติผม ถ้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ หรือใคร จะบิดคดีเพื่อช่วยเปรมชัย
    เรียกได้ว่า ควาย ๕ ตัวรวมกัน ยังไม่เท่ามันคนนั้น ๑ คน!
    ใครต้องการเป็นศัตรูกับคนทั้งประเทศ....ก็ลอง
    ไม่ต้องกลัวเปรมชัยและคณะจะรอดหรอก ข้อหาที่ตั้งไว้ ๙ ข้อหา ถึงหลุด ๒-๓-๔ ข้อหา ก็ยังเหลือตั้ง ๕-๖ ข้อหา
    ข้อหาทั้ง ๙ ก็มี.......
    ๑.ร่วมกันล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.๓๖, ๕๓ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
    ๒.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ม.๑๖, ๔๗ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
    ๓.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ม.๑๙, ๔๗ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
    ๔.นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อหา ๑ (๑) กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับบที่ ๗ (พ.ศ.๒๕๓๘) ออกตามความ ม.๓๗ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
    ๕.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนฯ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.๑๔ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ พ.ศ.๒๕๐๗
    ๖.ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ ให้พนักงานสอบสวน แจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิด
    ๗.นำอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
    ๘.ซ่อนเร้น อำพราง รับไว้ซึ่งซากสัตว์ซึ่งได้มาโดยผิดกฎหมาย
    ๙.พ.ร.บ.อาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน
    เห็นมั้ย......
    จะจะแจ้งๆ ในข้อหาเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า, ล่าสัตว์คุ้มครอง, มีซากสัตว์, มีเครื่องมือล่าสัตว์
    มีอาวุธปืน นำอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    แถมพิสูจน์แล้ว ปืนเปรมชัย เป็นปืนเถื่อนหลายกระบอก และงาช้างแอฟริกาในบ้าน ก็ผิด ฐานครอบครองซากสัตว์ป่า
    ต้องเข้าใจนะครับ.....
    คดีนี้ นายเปรมชัยกับแก๊ง "ปฏิเสธ" ข้อหา
    จึงจำเป็น ที่ตำรวจต้องสอบสวน "ทุกคน" ที่เกี่ยวข้อง และค้นหาพยานหลักฐาน เพื่อยืนยันความผิดจริงในทุกข้อหา
    ในศาล สู้กันด้วยพยานหลักฐาน
    ใช้แค่ความรู้สึก ด้วยเข้าใจว่า "หลักฐานคาตา" ขนาดนี้แล้ว ยังจะเอาอะไรอีกละก็
    "หลุดหมด"!
    จึงอยากให้เข้าใจกระบวนการและขั้นตอน ไม่ใช่แค่ตำรวจต้องเก็บหลักฐาน สอบสวน ละเอียดยิบฝ่ายเดียวนะ
    ฝ่ายทนายเปรมชัย ป่านนี้ก็ "ยิบ" เหมือนกัน เพื่อเอาไปหักล้าง สู้กันในศาล
    ฉะนั้น ชนชาวโซเชียล อย่าไปเขม่นท่านศรีวราห์ 
    และท่านศรีวราห์.......
    ก็อย่าเหม็น "ชนชาวโซเชียล" นักเลย.
    
 


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?