5:4รับคำร้อง'ธนาธร-ปิยบุตร'ล้มล้างปกครอง


   


      ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้อง "ธนาธร-อนาคตใหม่" ล้มล้างการปกครอง ให้ยื่นคำชี้แจงใน 15 วัน ขณะที่ "ศรีสุวรรณ" ยื่นอัยการส่งศาลรธน.วินิจฉัย "ธนาธร-คุณช่อ" เดินสายล้มล้างอีกกระทง ลั่นเป็นตัวอย่างไม่ให้นักการเมืองคนอื่นชักศึกเข้าบ้าน ด้าน "พ่อฟ้า" กลับมาแล้ว โต้ไม่ได้ขายชาติ ท้าชนเผด็จการ ไม่หนีไปไหน
      เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมปรึกษาพิจารณา กรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1), นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ถูกร้องที่ 2), นายปิยบุตร แสงกนกกุล (ผู้ถูกร้องที่ 3) และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 4) เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่นั้น 
    ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เห็นว่า ผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการภายใน 35 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ กรณีดังกล่าวจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้งสี่ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
    ด้านนายณฐพรเผยว่า ไปยื่นร้องเรื่องนี้เงียบๆ ประเด็นที่ร้องมีหลายประเด็น ทั้งพฤติกรรมการกระทำของหัวหน้าและแกนนำพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ที่มีการเขียนในลักษณะไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด และทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยเตรียมที่จะยื่นเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเบื้องหลังหรือไปรับงานใครมา รวมทั้งตนก็ไม่ได้ทำเพราะโกรธแค้นหรือมีปัญหาอะไรกับนายธนาธร นายปิยบุตรมาก่อน เพราะไม่เคยรู้จัก เพียงตนเห็นว่าการกระทำของแกนนำและพรรคอนาคตใหม่มีลักษณะเอาระบอบประชาธิปไตยมาอ้าง แต่แท้จริงแล้วมีเจตนาที่ไม่ดีกับสถาบันเบื้องสูง
    "ก่อนหน้านี้ผมเป็นที่ปรึกษาหลายองค์กร ก็ลาออกจากทุกตำแหน่งมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย ถ้าได้อ่านสำนวนที่ผมทำเต็มๆ จะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องประชาธิปไตยโดยตรง ผมไม่ต้องการให้ใครแอบแฝงเอาประชาธิปไตยมาอ้าง ผมเก็บข้อมูลของเขาตั้งแต่พฤติการณ์เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงข้อบังคับพรรคบอกได้เลยว่ามันเป็นอันตรายกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"  นายณฐพรกล่าว
    ทั้งนี้ นายณฐพรเคยเป็นอดีตทนายความของนายวีระ สมความคิด อดีตทนายความเครือข่ายหัวใจคนไทยรักชาติมาก่อน 
"ศรีสุวรรณ"ทำงาน
    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งการให้บุคคลเลิกการกระทำอันมีลักษณะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีนายธนาธร  และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ โดยมีนายกุญช์ฐาน์ ทัดทูน อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
    นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีที่นายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา ไปพูด บรรยาย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งในคำให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรหลายครั้ง ส่อขัดหรือแย้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 (กระทำการเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป), 127 (กระทำการเพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก) เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะการระบุให้อเมริกาเข้ามาช่วยฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย และพูดหลายครั้งว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ยังคงอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ คสช. ซึ่งเป็นการให้ถ้อยคำในลักษณะการเอาประเทศไทยไปขายต่อต่างประเทศ ทำให้ชื่อเสียงไทยเสื่อมเสีย ทั้งที่ไทยเราผ่านการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐธรรมนูญถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของนายธนาธรอาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองมิได้
    “เรื่องนี้ผมไม่อยากให้เกิดเป็นกรณีตัวอย่างให้กับนักการเมืองอื่นๆ ที่อาจจะใช้ช่องทางนี้หรือวิธีการแบบเดียวกับที่คุณธนาธรดำเนินการไปใส่ร้ายป้ายสี เหมือนสาวไส้ให้กากิน หรือชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การที่คุณธนาธรเป็น ส.ส. แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาได้ แต่ก็ยังมีสถานะเป็น ส.ส. ยังกินเงินเดือนของประชาชน ดังนั้นการจะทำการใดๆ การจะพูดคำใดๆ ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ประเทศเป็นที่ตั้งด้วย ไม่ใช่พูดเอามัน หรือพูดไปเพื่อให้เกิดสิ่งที่ตนเองต้องการ หรือสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ประสบผลสำเร็จ หรือยังไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการก็ออกมาพูดไส้ไคล้ใส่ร้ายป้ายสีประเทศชาติ ซึ่งเรื่องอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” 
    นายศรีสุวรรณกล่าวต่อไปว่า หากเสนออัยการแล้ว อัยการสูงสุดมีอำนาจเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งให้นายธนาธรเลิกกระทำดังกล่าวเสีย ไม่ว่าจะกลับมาแล้วหรือจะไปอีกในอนาคตข้างหน้า หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบด้วยสามารถสั่งให้นายธนาธรกับพวกหยุดกระทำการดังกล่าวเสีย
"ธนาธร"โต้ขายชาติ
    ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรแถลงสรุปภารกิจการเยือนสหรัฐและหลายประเทศในยุโรป ว่า สรุปการเดินทางทั้งหมดนั้น ได้พบกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย 7 องค์กร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ 4 ประเทศ และอียู 1 แห่ง รวม 5 แห่ง พบ กมธ.การต่างประเทศ 6 ท่าน และบรรยายสาธารณะการทำงาน "ก้าวต่อไปของ อนค." ที่ LSE รวมเดินทางไปทั้งหมด 5 เมืองคือ บรัสเซลส์ เบอร์ลิน ลอนดอน นิวยอร์ก และวอชิงตัน สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงสะท้อนความห่วงใยสถานการณ์เมืองไทย ที่หลายประเทศตระหนักและอยากเห็นไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย ยึดถือหลักนิติรัฐ สิทธิสากล ทุกองค์กรตัวแทนอยากเห็นประเทศไทยมีบทบาทนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    "ข้อกล่าวหาว่าผมหลบหนีนั้น ขอเรียนว่า ตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อปีที่แล้ว เรารู้ว่าการเมืองไทยกำลังต่อสู้กับโจทย์ใหญ่ว่า อำนาจเป็นของใคร ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน การต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตย ต้องชนกับเผด็จการ ที่แปลงร่างเป็นเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว การเล่นงานผ่านคดีความจะต้องเกิดขึ้น ผมเตรียมใจมาแล้ว ไม่มีการหลบหนีเด็ดขาด ผมยืนยัน นี่เป็นเพียงข้อความใช้โจมตีอนาคตใหม่" 
    "ส่วนข้อกล่าวหาว่าผมขายชาติ ก็ขอเรียนว่า นิยามคำว่าชาติของอนาคตใหม่คือประชาชน ชาติไม่ใช่รัฐบาล ชาติไม่ใช่ความมั่นคงของ คสช. ชาติไม่ใช่ความมั่นคงของคุณประยุทธ์ ข้อหารือกับนานาชาติ ในเจตนาของเราไม่ได้มีความคิดทำลายชาติเลย คนที่กล่าวหาเราคือคนรับใช้เผด็จการ คนรับใช้เผด็จการต่างหากที่ขายชาติ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว
    ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวกรณีนายศรีสุวรรณถูก กกต.เชิญไปให้ข้อมูลกรณีรูปภาพที่เหมาะสมว่า ส่วนตัวไม่มีความกังวล หาก กกต.จะเชิญไปสอบ ก็พร้อมจะไป ขอให้เรื่องดังกล่าวดำเนินไปตามกระบวนการ
สหรัฐเดินหน้าจีบไทย
    วันเดียวกันนี้ นายเดวิด อาร์ สตีลเวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกคนใหม่ เข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นภารกิจแรกของนายดิสทัต ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
    จากนั้น นายสตีลเวลล์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทย และดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง ตนเคยมาประเทศไทยเมื่อปี 2516 ขณะนั้นตนมีอายุ 11 ขวบ  ตอนนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับปี 2562 ถือเป็นปีที่สำคัญของประเทศไทย นอกเหนือจากการที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนแล้ว ยังถือเป็นปีมหามงคล มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงขอแสดงความยินดีและความปรารถนาดีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน สำหรับการที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน ตนมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    “ผมมีความยินดีที่ประเทศไทยได้กลับมามีการปกครองโดยพลเรือนอีกครั้ง ซึ่งเราได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และรอคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย" นายสตีลเวลล์ระบุ
    ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การพบกับเลขาธิการนายกฯ ได้มีการหารือกันถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ แม้ตนมีเวลา 3 สัปดาห์ในการมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ แต่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพูดคุยกัน และรู้สึกดีใจที่ประเทศไทยจะมีโอกาสได้จัดการประชุมอินโด-แปซิฟิกฟอรั่มในเดือน พ.ย.นี้  
    “สหรัฐเห็นว่าความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับประเทศไทยและกลุ่มอาเซียน ถือเป็นเป้าหมายแห่งแรกในการลงทุนของสหรัฐ และสหรัฐมีการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมมูลค่ากว่าล้านล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าความสัมพันธ์ไทยสหรัฐที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี เรามีส่วนร่วมทั้งเรื่องความมั่นคง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศทั้งสองมีความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลดีต่อภูมิภาคนี้ด้วย และได้มีการพัฒนาหุ้นส่วนในหลายๆ ด้าน”
    เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งของประเทศไทย สหรัฐให้ความสนใจหรือกังวลในเรื่องใดบ้างสำหรับการเมืองในไทย นายสตีลเวลล์กล่าวว่า เรามีความยินดีและดีใจที่เห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทย และรอคอยที่จะเห็นประเทศไทยกลับมามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง.


จะยุบสภา ลาออก หรืออยู่ต่อ มีให้ลุ้นกันรายวันจริงๆ การเมืองยุคนี้ จะบอกว่าอ่อนหัดก็ไม่ได้ เก๋าก็ไม่เชิง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน มันมีความเทาๆ แทรกอยู่ในทุกแง่ทุกมุม

เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ