กกต.ปล่อย'เจ๊หน่อย'! 'เมียสันติ'รอดซื้อเสียง 


เพิ่มเพื่อน    


    กกต.ยกคำร้อง "เจ๊หน่อย" ปราศรัยหลอกลวง แค่กระทำโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ไม่มีเจตนาจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรค ส่วน "เมียสันติ" ได้เฮเหมือนกัน กกต.ยกคำร้องเพราะไม่มีหลักฐานว่าแจกเงิน แค่เล่าต่อๆ กันมา
    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเลย โดยก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 2, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย, นางศุกร์ไกล จันทร์สว่าง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และนายสันติภาพ เชื้อบุญมี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 จังหวัดเลย เป็นผู้ถูกร้องที่ 1-4 ตามลำดับ ได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) 
    จากกรณีกล่าวหาว่าคุณหญิงสุดารัตน์หลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ซึ่งต่อมาผู้ร้องได้ยื่นหนังสือขอถอนคำร้องสำหรับผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 4 แต่ กกต.ได้พิจารณาหนังสือขอถอนคำร้องแล้วเห็นว่า คำร้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์และระบุพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสืบสวนและไต่สวนต่อไปได้ จึงไม่อนุญาตให้ถอนคำร้อง
    ทั้งนี้ จากการพิจารณาข้อเท็จจริงจากรายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว เห็นว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2562 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ปราศรัยหาเสียงด้วยข้อความว่า “เขต 1 เลือก 1 ได้ 3 ได้นายกป๊อกเป็น ส.ส.เขต ได้ศุกร์ไกล เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และได้สุดารัตน์เป็นผู้รับใช้" 
    ซึ่งขณะปราศรัยหาเสียงดังกล่าว นางศุกร์ไกลได้ถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ทราบข้อเท็จจริง และเมื่อทราบข้อเท็จจริงก็ได้ชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปทราบ 
    ดังนั้น การกระทำของคุณหญิงสุดารัตน์จึงเป็นการกระทำโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสี่คนกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ตามคำร้องแต่อย่างใด กกต.จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
    นอกจากนั้นยังมีการเผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. เรื่อง การเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่ง กกต.ได้รับคำร้องและได้รับรายงานกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (ภรรยานายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง) ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1) 
    จากกรณีถูกกล่าวหาว่านางวันเพ็ญให้ทรัพย์สินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่ง กกต.ได้พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ แล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่านางวันเพ็ญได้กระทำการตามที่กล่าวหา 
    เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน พยานที่แจ้งเบาะแสไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง เพียงแต่ได้รับฟังมาจากการบอกเล่าของบุคคลอื่นว่ามีการแจกเงิน โดยไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่ามีการกระทำดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่านางวันเพ็ญกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด กกต.จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง.


ยุคก่อนๆ....... นายกฯ "ปกครองประชาชน" หมายถึงนายกฯ เป็นนาย ถึงยุค New Normal เปลี่ยนเป็น "ประชาชนปกครองนายกฯ" คือประชาชนเป็นนาย

นายกฯ ที่ 'ขอโทษ' ประชาชน
ทดสอบสถานการณ์ 'รอบ ๒'
บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า