ฆ่าสาวตีกรามหัก หมกศพในพงหญ้า


   


    ฆาตกรรมสยองหญิงสาว ถูกตีกรามซ้ายหัก ถูกแทงชายโครงและลิ้นปี่ แหวน-สร้อยข้อมือทองคำคนร้ายไม่แตะ ได้เบาะแสข้อเท้าผู้ตายสักอักษร "KOY" ศพถูกทิ้งไว้ในป่าหญ้ากลางซอยย่านคลองหนึ่ง โชเฟอร์วิน จยย.ไปพบหลังขี่ผ่านแล้วผู้โดยสารได้กลิ่นเหม็น คาดเสียชีวิตมากเกือบเดือน สันนิษฐานถูกฆ่าจากที่อื่น
    เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุฆาตกรรม พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง จึงนำกำลังตำรวจ แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบเหตุ พบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ภายในป่าหญ้าริมถนนกลางซอยเทพกุญชร 21 หมู่ที่ 11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ตายอายุประมาณ 20-30 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาลมีระบายที่ปลายแขนทั้งสองข้าง ซึ่งถูกถอดไว้ด้านหลัง ยกทรงสีครีมถูกปลดตะขอด้านหลังออก 1 อัน กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ เข็มขัดหนังสีดำ 
    จากการชันสูตรเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งจนกรามซ้ายหัก มีรอยถูกของมีคมแทงบริเวณชายโครงซ้ายและกลางลิ้นปี่ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 สัปดาห์ ไม่พบเอกสารของทางราชการ ที่นิ้วกลางมือซ้ายสวมแหวนทอง 1 วง ข้อมือซ้ายสวมสร้อยข้อมือทองคำลายโซ่น้ำหนักประมาณ 2 สลึง ที่ข้อเท้าซ้ายสักอักษรภาษาอังกฤษ KOY และเพนต์เล็บแฟนซีลายมิกกี้เมาส์
    นายวีระวัต แก้วแก่น อายุ 44 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้างหน้าวัดทวีการะอนันต์  ผู้พบศพ ให้การว่า รับผู้โดยสารมาจากวิทยาลัยบุญถาวร จะไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผ่านจุดเกิดเหตุ ผู้โดยสารได้กลิ่นเหม็นคล้ายศพ แต่ตนเองไม่ได้จอด กระทั่งไปส่งผู้โดยสารเสร็จแล้วจึงวนรถกลับมาดู ก็พบศพผู้หญิงอยู่ในป่าหญ้า จึงรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ไม่มีชาวบ้านย่านนี้แจ้งความคนหาย คาดว่าจะเป็นคนนอกพื้นที่มากกว่า
    พ.ต.อ.เติมเผ่าเปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และสอบปากคำพยานที่พบศพ พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ได้มากที่สุด หาข้อมูลว่าผู้ตายเป็นใคร ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีการรับแจ้งบุคคลหายกี่ราย เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อชีวิต เพราะทรัพย์สินมีค่าที่เป็นทองรูปพรรณยังอยู่ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง 
    ตำรวจได้มอบศพให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.