พลังงานพัฒนาศก.ฐานราก


   

    หลังเดินทางเข้าที่ทำงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ประเดิมงานแรก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการดำเนินงาน ในการเข้าไปส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผ่านโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (พาราโบลาโดม) ปี 2561 ซึ่งดำเนินการโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. ที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรวัยหวาน หมู่บ้านหนองเขื่อน ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 
    ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่รับเงินสนับสนุนการสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์กล้วยตากจากกล้วยหอมทองซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรในการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง
    สำหรับรูปแบบของการดำเนินการก่อสร้างระบบอบแห้งมาตรฐานแห่งนี้ เป็นแบบ พพ.3 ขนาด 8x20.8 ตารางเมตร บนพื้นที่ในแนวราบ 166.4 ตารางเมตร ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขการสนับสนุนการติดตั้งไม่เกิน 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด หรือคิดเป็นเงินสนับสนุน 2,430 บาทต่อตารางเมตร  รวมเป็นเงิน 404,352 บาท
    ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ พพ. ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันผ่านการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในการช่วยเหลือเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ในการใช้ระบบอบแห้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ เช่น แอลพีจี พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น รวมถึงเป็นการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนให้มีมาตรฐาน ปลอดสารเคมี เป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
    “โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เห็นได้จากจำนวนชุมชน และวิสาหกิจชุมชน ที่ขอรับการส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่ปี 2554-2561 รวมทั้งสิ้น 254 ระบบ หรือคิดเป็น 30,202.30 ตารางเมตร ใช้วงเงินสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 101.6 ล้านบาท ซึ่งนำไปลงทุนก่อสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบลาโดมตามแบบมาตรฐานที่ พพ.กำหนด โดย พพ.ยังมีเป้าหมายที่จะขยายการสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้สนใจติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (พาราโบลาโดม) ต่อเนื่องทุกปีจนถึงปี 2569 รวมพื้นที่ 75,000 ตารางเมตร
    หลังการตรวจเยี่ยม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ก็ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า "ทิศทางนโยบายพลังงานให้ความสำคัญกับการทำให้พลังงานเข้ามามีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการใช้กลไกด้านพลังงานที่มีอยู่พัฒนาสู่ชุมชน ต้องทำให้ชุมชนมีองค์ประกอบของการสร้างรายได้เพื่อดำรงชีวิต หรือไปช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน จะต้องเป็นทิศทางที่พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์"
    อย่างไรก็ตาม ยังมีงานเร่งด่วนที่ยังรอให้ รมว.สนธิรัตน์พิสูจน์ฝีไม้ลายมือในด้านพลังงานนั้นยังมีอีกหลายๆ เรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ อย่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2018 นั้น จะทำอย่างไร จะทบทวนตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุว่า รัฐต้องเข้าไปถือหุ้นในโรงไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 51% ของกำลังการผลิตที่มีอยู่ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 56 วรรค 2 หรือไม่ 
    และยังมีการประมูลการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันต่อปีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ขณะนี้เดินหน้าไปกว่าครึ่ง และได้ตัวผู้เสนอราคาต่ำสุดคือปิโตรนาส แอลเอ็นจี จากมาเลเซีย โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ราคาที่ต้องมีส่วนลดสูงสุดเมื่อเทียบกับราคานำเข้าของสัญญาระยะยาวทุกสัญญาที่ประเทศไทย 
    ทั้ง 2 เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ รมว.สนธิรัตน์ จะต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน เพราะถือว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ และตรงกับความตั้งใจในการทำงานที่ รมว.สนธิรัตน์ ที่ได้ประกาศไว้ในวันแรกของการเดินทางเข้ามาทำงาน
    คือ การทำให้ประเทศไทยมีความยั่งยืน รักษาผลประโยชน์ประเทศ พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงทางพลังงาน ขณะเดียวกันก็ต้องการให้กระทรวงพลังงานมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เป็นพลังงานของคนไทยทุกคน พร้อมกันนั้นเขาต้องการตอบโจทย์ประชาชนทั่วไป ที่จะได้รับการดูแลเรื่องพลังงานในการดำเนินชีวิต.

บุญช่วย  ค้ายาดี ​​​​​​​


จะยุบสภา ลาออก หรืออยู่ต่อ มีให้ลุ้นกันรายวันจริงๆ การเมืองยุคนี้ จะบอกว่าอ่อนหัดก็ไม่ได้ เก๋าก็ไม่เชิง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน มันมีความเทาๆ แทรกอยู่ในทุกแง่ทุกมุม

เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ