ปั่น 'ความยุติธรรม' หาพวก


   

    พฤหัสฯ-ศุกร์ "๒๕-๒๖ ก.ค." นี้ ที่เวที ทีโอที แจ้งวัฒนะ
    "ค้าน-รัฐบาล-วุฒิสมาชิก".........
    ยกทีมสามเส้าปะทะในศึก "แถลงนโยบายรัฐบาล" โดยประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" เป็นโปรโมเตอร์ใหญ่
    กำหนดดวลกัน ๒ วัน 
    แต่ถ้าถล่มกันเข้าหู-เข้าตาท่านผู้ชม โปรโมเตอร์ชวนบอก จะต่อเวลาวันเสาร์ที่ ๒๗ ให้อีกวัน!
    ไม่มีต่อไปจนถึง ๒๘ ก.ค.แน่นอน เพราะวันที่ ๒๘ กรกฎาเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว"
    ขึ้นชื่อว่าการดวล-การแข่งขัน ย่อมต้องมีกฎกติกา การแถลงนโยบายก็เช่นกัน รัฐธรรมนูญกำหนดกฎกติกาไว้ด้วย
    รู้ไว้หน่อยก็ดี จะได้ไม่เชียร์แบบเชยๆ
    "มาตรา ๑๖๒"
    "คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ 
    และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่....ฯลฯ....."
    หมายความว่า ในนัดรัฐบาลแถลงนโยบาย ติได้-ชมได้-ถล่มได้เต็มที่ 
    ตามราคาคุยตอนนี้ ฝ่ายค้านเตรียม "จัดหนัก-จัดเต็ม" อภิปรายนโยบายก็จริง
    แต่ไส้ในซุก .๓๕๗ เต็มแม็ก!
    แต่ก็ทำเรียกแขกไปงั้นแหละ แค่ได้ด่านายกฯ ประยุทธ์ระบายแค้นที่มาแย่งชามข้าวเท่านั้น 
    ยังกัดไม่เข้าหรอก เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่า
    นัดแถลงนโยบาย "ไม่มีการลงมติ" ไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ!
    พอเข้าใจกติกากันแล้วนะ ฉะนั้น ดูหน้าจอที่ถ่ายสด ก็ดูเอามันกับเรื่องและคำที่เขาเสกสรรปั้นแต่งกันไป ไม่ต้องไซต์จนหัวใจวายไปหรอก
    ผมก็ว่าดีนะ ๕ ปีในตำแหน่งนายกฯ รัฏฐาธิปัตย์ของพลเอกประยุทธ์ เท่ากับบวชเณร
    แต่การเป็นนายกฯ เลือกตั้งครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์เท่ากับได้บวชพระสมบูรณ์แบบ หมดครหากันไปซะที
    การจะเป็นพระได้ ต้องผ่านการเผดียงสงฆ์ "คือสวดญัตติ" ประกาศให้หมู่สงฆ์รับรู้ก่อน 
    การแถลงนโยบายต่อบรรดาสมาชิกรัฐสภา คือทั้ง ส.ส.และ ส.ว.พร้อมหน้า ๒๕-๒๖ ก.ค.นี้ 
    ถือเป็น "ครั้งแรก" ของนายกฯ ได้เข้าร่วมประชุมสโมสร เปล่งวาจาต่อมวลหมู่สมาชิกรัฐสภา
    "ขอบวช" ด้วยเนื้อหาของนโยบายที่จะนำไปปฏิบัติดับทุกข์-สร้างสุขให้ประชาชนและสร้างสังคมชาติให้เจริญก้าวหน้าสถาพร
    การบวชเป็นพระได้ ต้องผ่านการ "สวดญัตติ" ฉันใด
    การเป็นนายกฯ ประชาธิปไตยได้....
    ก็ต้องผ่านการ "สวดยัด-สวดอัด-สวดกระทืบ" จากบรรดา ส.ส.ก่อน ฉันนั้น!
    ตอนเป็นนายกฯ เผด็จการ เป็น "ตู่-โอยัวะ"
    ตอนนี้เป็นนายกฯ เลือกตั้ง ต้องหัดเป็น "นายกฯ หวานเย็น"
    ๒๕-๒๖ ก.ค.นี้ เชื่อว่าทั้งมิตรทั้งศัตรู ต้องเฝ้าหน้าจอ รอดูการขึ้นเวทีนัดแรกกันตรึม 
    ฉะนั้น นายกฯ ต้องออกอาวุธให้ประทับใจจ๊อดให้ได้เชียวนะ และอย่าให้เสียชื่อ "ตู่ ศิษย์ป้อม" เป็นอันขาด
    อาจารย์ "แก้วสรร" เซียนมุมน้ำเงิน
    ให้ประยุทธ์ "นายกฯ ลิ้นทอง" เป็นต่อ ๑๐-๑
    ตรงข้ามเซียน "ขวัญสรวง" มุมแดง บอกประยุทธ์ "นายกฯ นกแก้ว" มากกว่า ให้ราคาแค่ ๓-๒!
    สรุปแล้ว ต่างกันแต่ราคา "นายกฯ ลิ้นทอง" หรือ "นายกฯ นกแก้ว-นกขุนทอง" เท่านั้น
    แต่ทั้งสองเซียน ฟันธง "ตู่-ศิษย์ป้อม" แบเบอร์!
    แบเบอร์นัดแถลงนโยบายแล้ว นัดต่อไป ที่ ๗ ฝ่ายแค้นเขาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญไว้ ให้วินิจฉัย ว่า
    "ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว 
    ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๖) และมาตรา ๙๘ (๑๕) 
    กรณีเป็นลูกจ้างหรือพนักงานหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือไม่" นั้น นั่นแหละ
    ศาลฯ รับเรื่องไว้วินิจฉัยแล้ว และให้ส่งคำชี้แจงภายใน ๑๕ วัน 
    นับจาก ๑๙ ก.ค.ที่ศาลมีคำสั่ง จะครบ ๑๕ วัน ก็วันที่ ๔-๕ สิงหานี่แหละ!
    ได้บวชเป็น "นายกฯ ประชาธิปไตย" แล้ว จะได้ไปต่อ ๔+๔ พรรษา หรือจะต้องขันจอหว่อเสียแต่กลางพรรษา
    นี่...ก็ยังเป็นอีกด่าน ที่นายกฯ ประยุทธ์ต้อง "มินิ-ลุ้น"!
    แต่ธนาธร "พ่อของฟ้า" ก็ต้องลุ้นเหมือนกัน 
    ไม่ลำพังตัวเอง ทั้งปิยบุตร "ศิษย์แซ็ง-ฌุสต์" และ "กก.บห.อนาคตใหม่" ก็เจอรายการเดียวกับนายกฯ ประยุทธ์
    "นายณฐพร โตประยูร" ดอดไปยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเหมือนกัน ว่า 
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 
    มีการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ หรือไม่
    ศาลฯ ก็ให้ยื่นคำชี้แจงภายใน ๑๕ วันเหมือนกัน ก็หมายความว่า ๔ หรือ ๕ สิงหานี้
    ทั้งนายกฯ และทั้งธนาธรกับคณะ ชะตาแขวนอยู่บนด้ายหลอดทั้งคู่
    แต่ยังไม่ใช่วันตัดสิน แค่เป็นเดดไลน์ให้ส่งคำชี้แจงเท่านั้น
    ส่วนจะอย่างไรต่อไป หรือนัดฟังคำพิจารณาวินิจฉัยวันไหน ศาลฯ ก็อาจบอกในวันนั้น
    เห็นทอนโวยวายถามหา "ศาลมีความยุติธรรมแค่ไหน?"
    ก็ไม่รู้สินะ เพราะคนอื่นๆ เขาไม่สงสัยในความยุติธรรมของศาลเหมือนทอน
    เรื่องนี้ทอนจูงมือช่อไปยืนถ่ายรูปหน้าป้ายศาลรัฐธรรมนูญ แล้วให้สัมภาษณ์ออกสื่อเครือข่ายอภิวัฒน์รัฐประหารล้มเจ้า ๒๔๗๕ ได้นี่!
    ถ้าผิด โทษถึงยุบพรรคหรือไม่ยุบ ตามที่ทอนพยายามสร้างบรรยากาศปูทางเร่งเร้าไปสู่การลงถนน นั้น
    ก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน เพราะหมู่นี้ ท้องผมไม่ค่อยเฟ้อ เลยไม่ฝันเพ้อเจ้อเป็นตุ-เป็นตะไปก่อน
    คดีล้มล้างการปกครองฯ นั่นน่ะ ยังหรอก ที่จะมาถึงก่อน คือคดี "หุ้นสื่อ" นั่นแหละ
    ช่วงแถลงนโยบายในสภา ๒๕-๒๖ ก.ค. แต่ที่นอกสภา "สำหรับทอน" คนถูกแขวนสิทธิ์ ส.ส.
    น่าจะถึงเวลานัดของศาลฯ เมื่อ ๘ ก.ค.ที่ตัวเองไม่ไป บินปร๋อไปเป็นเซลส์แมนชาติกับช่อ แล้วให้ทนายแบกคำชี้แจง ๓ ลัง ๑ แฟ้มไปแทน
    ศาลส่งคำแก้ต่างไปให้ กกต.ผู้ร้องทราบแล้ว และนัดให้ตอบมายังศาลภายใน ๑๕ วัน
    นี่ก็ครบแล้ว......
    คดีนี้ตะหาก ไม่ยุ่งยาก-ซับซ้อน เพราะหลักฐานวัน/เวลาจากเอกสารราชการ มันเป็นตัวยืนยัน-บ่งบอกอยู่แล้ว
    คดีล้มล้าง ทอนว่าไม่ถึงยุบพรรค
    คดี "หุ้นสื่อ" ก็ไม่ถึงยุบพรรค เพราะเรื่องคุณสมบัติเป็นความผิดเฉพาะตัว ถ้าผิด ทอนก็แค่ "สิ้นสภาพ ส.ส."
    แต่มันไม่แค่นั้นซีทอนเอ๋ย....
    สมมุติว่า "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีคำวินิจฉัยว่าผิด ทอนอาจถูก กกต.ดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง  มาตรา ๑๕๑ 
    "ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๑๐ ปี 
    และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด ๒๐ ปี"
    นี่ยังไม่พูดถึงอีกคดีนะ.......
    ที่ตายแหงแก๋ด้วยปากตัวทอนเอง ปากช่อ และปากพ่อศิษย์แซง-ฌุสต์ คือคดีทอน "ออกเงินกู้" ให้พรรคกินดอก
    คดีนี้........
    ยกทั้งพรรคลงแม่น้ำหายจ๋อม เหมือนศาลาหน้าวัดเพชรสมุทรฯ แม่กลอง นั่นเลย.


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"