ม.จุฬาฯโอด เด็กเรียนสายวิทย์ลด15-20%ต่อเนื่อง"สุ่วิทย์"วางทิศ่ทางแบ่งมหา'ลัยเป็น3กลุ่ม


เพิ่มเพื่อน    


23 ก.ค.62 -ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารจุฬาฯ ตอนหนึ่งว่า อว. เป็นกระทรวงที่ตั้งขึ้นเพื่อดูแลศาสตร์ทุกแขนง ที่ผ่านมาอาจจะมีการมองว่า อว. เป็นกระทรวงที่ตั้งขึ้นเพื่อเน้นวิทยาศาสตร์อย่างเดียว แต่จริงๆ เราเป้าหมายของเราคือการสร้าง SMART CITIZEN ยกระดับเศรษฐกิจให้เป็น 4.0 วางฐานการก้าวไปสู่อนาคตของประเทศ ซึ่งพลังของมหาวิทยาลัยจะต้องขับเคลื่อนตรงนี้ให้ได้ ดังนั้นตนคิดว่าเราจะต้องมีการปฏิรูปอุดมศึกษาทั้งระบบ ให้สร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มองคนเป็นคน ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม วิชาชีพ อย่างเท่าเทียม มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยการสร้างงานวิจัยที่ผ่านมา จะเป็นไปในลักษณะ Project Base  เป็นเบี้ยหัวแตก ซึ่งจากนี้การจัดสรรงบฯ จะต้องเน้นการวิจัย 4 รูปแบบหลัก คือ 1.งานวิจัยที่เน้นสร้างคน สร้างองค์ความรู้ 2.ตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ 3.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และ 4.สอดคล้องกับแผนงานวิจัยขั้นแนวหน้า ขณะเดียวกันยังได้ของบฯ สนับสนุน มหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม โครงการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต หรือ BCG ไว้ด้วย

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าขณะนี้เราควรที่จะวิเคราะห์มหาวิทยาลัยอย่างละเอียด และแบ่งกลุ่มให้ชัดเจนเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ มหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิต สร้างองค์ความรู้ใหม่ มหาวิทยาลัยที่เน้นด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยที่เน้นพัฒนาพื้นที่ เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องสร้าง 1,000 นวัตกรรมชุมชน สังคม ธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังต้องไปดูในเรื่องการปรับหลักสูตร ให้มีความลื่นไหล ทั้งระหว่างคณะ ระหว่างมหาวิทยาลัย รวมถึงมีความลื่นไหน แลกเปลี่ยนอาจารย์ระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อไปเด็กสามารถเรียนข้ามศาสตร์ มีการเก็บหน่วยกิตระหว่างมหาวิทยาลัย ต่อไปเด็กอาจไม่ต้องเรียนถึง 4 ปี หากสามารถเก็บหน่วยกิตได้ ก็สามารถจบปริญญาตรีได้ภายใน 3 ปีหรือน้อยกว่านั้น

“อว.เป็นกระทรวงสำคัญในการพัฒนาประเทศ มีมหาวิทยาลัย ที่มีองค์ความรู้และปัญญาชนเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งผมเองก็ตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยปลดล็อคสิ่งต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการทำงานของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ( มคอ.) และการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งนี้ในส่วนของ มคอ.นั้นได้มอบหมายให้นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัด อว. ไปดูรายละเอียด ให้ได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือน ซึ่งคงไม่ใช่การยกเลิก แต่ต้องไปดูว่าจะปรับอย่างไรให้เหมาะสม ส่วนนโยบายที่จะให้มหาวิทยาลัยปรับสถานะไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือม.นอกระบบนั้น คงต้องมาคุยกันใหม่ให้เข้าใจ การจะเป็นม.นอกระบบจะต้องมีความพร้อม มีความรับผิดชอบ มีคุณภาพและตรวจสอบได้ เราไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบทั้งหมดโดยไม่มีความพร้อม ที่ผ่านมาม.นอกระบบอาจจะยังไม่สะเด็ดน้ำ บางแห่งออกไปแล้วมีปัญหา บางแห่งไม่มีปัญหา ดังนั้นถ้ามหาวิทยาลัยมดยังไม่ต้องพร้อมก็อยู่ต่อ แต่ก็ต้องมีภารกิจให้ตอบโจทย์ประเทศ “รมว.อว.กล่าว

นายพลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราผู้เรียนระดับบัณฑิตศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ ลดลงร้อยละ 15-20% อย่างต่อเนื่องทุกมหาวิทยาลัย ขณะที่เด็กที่เข้าเรียนในระดับปริญาตรีก็ลดลง มหาวิทยาลัยพยายามปรับตัว ทั้งปรับการประชาสัมพันธ์ และปรับหลักสูตร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องไปหาลูกค้าในกลุ่มอาเซียน ให้เข้ามาเรียน เช่น นักศึกษาจากประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า เป็นต้น ในส่วนนี้อยากให้อว. ช่วยเข้ามาดู โดยเฉพาะโอกาสการมีงานทำ ซึ่งผู้ที่จบปริญญาเอก จะหางานทำได้ยาก ส่วนใหญ่จบออกมาก็จะไปทำงานในภาครัฐเป็นอาจารย์ ขณะที่อัตราการบรรจุลดลงเรื่อยๆ


 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"