รองเลขาฯสอศ.ขู่สถาบันอาชีวะ เลิกช่วยเหลือเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท ชี้มาตรการดี แต่ปฎิบัติไม่เข้มแข็งพอ


เพิ่มเพื่อน    

24ก.ค.62-นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาที่นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อทบทวนมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะของนักเรียน นักศึกษา ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหตุการณ์ที่หนึ่งเกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ทั้ง 2 สถาบันไปรวบรวมรายชื่อผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งหมด แล้วให้วิทยาลัยตั้งข้อกล่าวหาเด็กเหล่านี้ว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกตัวผู้ปกครองมารับทราบ ว่า จะต้องให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าวในทันที หากยังก่อเหตุขึ้นอีกจะต้องถูกดำเนินการในขั้นพักการเรียน หรือหากยังมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นอีกจะใช้มาตรการการแยกตัวเด็กออกไปเรียนที่อื่น ทั้ง นี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การแยกเด็กออกไปนี้ไม่ใช่การไล่เด็กออกแต่เป็นการหาที่เรียนแห่งใหม่ที่เหมาะสมให้ในต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธุ์ เป็นต้น หากเด็กคู่กรณีไม่เจอกันแล้วเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น

นายพีระพล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเด็กวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ที่ก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลพบว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งนักเรียนทั้งสองสถาบันขับรถจักรยานยนต์สวนทางกัน แล้วท้าทายกันทั้งที่ไม่รู้จักกันและไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหนเพราะไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา แถมยังสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ซึ่งในกรณีนี้ก็ต้องให้เด็กกลุ่มที่ถูกกระทำหยุดเรียนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มก่อเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยห้ามไม่ให้ทางวิทยาลัยเข้าไปให้การรับรองหรือช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างกับผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อที่เราจะได้หยุดวงจรแย่ๆนี้ให้ได้
นอกจากนี้ตนยังขอให้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ ซึ่งเป็นฝ่ายก่อเหตุคุมเด็กให้ดี ต้องรู้ว่าใครเป็นหัวโจก ต้องแยกเด็กออกจากกลุ่ม และให้ทำกิจกรรม กลับบ้านช้ากว่าคนอื่น สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการรับน้องตามที่เป็นข่าว และตนก็ได้ยืนยันในที่ประชุมว่า สอศ.ยังเน้นย้ำห้ามจัดกิจกรรมรับน้องเด็ดขาด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้รับรายงานว่า รุ่นพี่ได้พารุ่นน้องไปกินข้าวกันที่บ้าน แล้วเข้าใจว่ารุ่นพี่อาจจะอยากโชว์ให้รุ่นน้องเห็นถึงความเป็นรุ่นพี่จึงสั่งให้ทำอะไรที่เกินเลย ขณะที่รุ่นน้องไม่สบายมาก่อนจึงได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว

"ที่ประชุมได้พูดคุยถึงมาตรการและแนวทางต่างๆ ในการการป้องกันปัญหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่ามาตรการต่างๆ ที่ สอศ.กำหนดออกมานั้น ยังดีและยังเข้มแข็งอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะปฏิบัติไม่เข้มแข็งพอ ประกอบกับพฤติกรรมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กได้เปลี่ยนไป โดยอาจารย์จากวิทยาลัยบางแห่งได้เล่าให้ที่ประชุมฟัง ว่า เด็กเปลี่ยนจากตีกันตามป้ายรถเมล์แล้ว เพราะทุกวันนี้เด็กไม่ขึ้นรถเมล์มาเรียน แต่ขับขี่จักรยานยนต์มาเรียนแทน ส่งผลให้ค่อนข้างป้องกันปัญหาได้ยาก แม้เราจะมีมาตรการไม่ให้เด็กแต่งชุดนักศึกษา อีกทั้งสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สุดท้ายก็ยังก่อเหตุกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยลดปัญหาแย่ๆ เหล่านี้ได้ก็คือ เมื่อเด็กคนไหนก่อเหตุแล้วต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ วิทยาลัยจะต้องไม่เข้าไปช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะยิ่งได้ใจ"รองเลขาฯ กอศ. กล่าว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.