ภัยจากดินถล่มโดดเด่นขึ้นมาในเมือง


เพิ่มเพื่อน    

 

                 ทักษาเดิมดวงเมืองตกภูมิอาทิตย์(๑)

               และทักษาจรระหว่าง 21 เมษายน 2562-21 เมษายน 2563 ตกภูมิอังคาร (๓) พระจันทร์ (๒) เป็นกาลกิณีจร

            สัปดาห์นี้ขอพักการเขียนถึงดวงชะตาคน ที่เหลืออีกเก้าลัคนาราศี ไว้ก่อนด้วย ความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำที่ตั้งแต่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นฤดูฝนปีนี้ ตั้งแต่ 20 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมาฝนตกค่อนข้างน้อย ไม่สม่ำเสมอ ไม่กระจายวงกว้าง

                ผลคือวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 เขื่อนหลักของประเทศมีน้ำน้อย (ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของความจุอ่างเก็บน้ำ) จำนวน 9 เขื่อน รวมทั้งภูมิพลและสิริกิติ์ เขื่อนที่มีน้ำปานกลาง (ร้อยละ 50-80 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง) มีเพียง 5 เขื่อน รวมทั้งเขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนที่เหลือล้วนแต่น้ำน้อยจนเข้าขั้นวิกฤติ

         อันที่จริงสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้เกือบทุกปี คือน้ำไม่มากก็น้อย แล้วตามระดับความเดือดร้อนที่รู้สึกกัน ตัวอย่างเช่นผู้เขียนเคยทำนายว่า ปีนี้ไม่แล้งถึงระดับปี 2559 ที่น้ำปิงขาดสาย น้ำตกเชียงใหม่เหลือแต่โขดหิน ก็ยังมีคนต่อว่ามาว่าไหนว่าปี นี้ไม่แล้ง

                เอาละไหนๆ ก็มาถึงจุดนี้แล้ว ผู้เขียนขอเกาะพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ถือว่า มืออาชีพมาก มักไม่ค่อยพลาดในภาพรวม ยกเว้นสำหรับคนที่จ้องจับผิดกระแนะกระแหนคำทำนายภาพกว้างโดยเอาสิ่งที่เกิดกับตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลเป็นที่ตั้งคอยว่า ทั้งๆ เขาก็บอกว่า พยากรณ์อากาศ ทุกครั้ง โดย เกาะกับเกณฑ์โหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยา เทียบเคียงตำราที่ครูโหรผู้ล่วงลับ .เทพย์ สาริกบุตร และ อุตรภัทร์ ท่านรวบรวมไว้ดังนี้

                1.กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน มาตั้งแต่ 20พฤษภาคม 2562 ว่า ปี 2562 จะเกิด เอลนีโญอ่อนๆ ที่เริ่มมา ตั้งแต่กันยายน 2561 ยาว มาถึงสิงหาคม 2562 ผลที่คาดไว้คือผลปี 2562 โดยรวม ฝนจะมาช้าอย่างที่เป็นอยู่ จนถึงวันปิดต้นฉบับนี้ที่ฝนตก แต่ไม่หนักและไม่สม่ำเสมอ

                ทางโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยา ไม่มีเอลนีโญ   แต่ผู้เขียนจับทางได้ว่า เพราะเสาร์จร 7 ตัวจำกัดปริมาณ ที่กำลังเดินอยู่ในราศีธนู-ธาตุไฟ เคยจำกัดปริมาณความร้อนที่เมื่อช่วงฤดูฝนปี 2561 ทำให้ฝนตกยาว-มาก-วงกว้าง แถมด้วยจำกัดความร้อนทำให้ช่วงฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นยาว-มาก จนท้ายๆฤดูคนหายเห่อแม่คะนิ้งไปมาก เพราะเกิดบ่อย นั้น เกิดเดินผิดปกติคือแทนแทนที่จะเดินหน้าทวนเข็มนาฬิกาไปเรื่อย กลับเดินถอยหลังเป็นเดินตามเข็มนาฬิกามาตั้งแต่ 3 พฤษภาคม 2562

                ผลคือ เมื่อพระเสาร์จรถอยหลังเลยหยุดจำกัดความร้อน แม้กรมอุตุฯ จะประกาศเข้าฤดูฝนแล้ว อากาศยังร้อนตับแลบ ตามด้วยแม้จะมีร่องฝนมาก็ยังตกน้อยไม่กระจาย-ไม่สม่ำเสมออย่างที่เป็นอยู่

                2.กรมอุตุฯ ประกาศให้กำลังใจ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ฝนจะเริ่มตกหนาแน่นทางภาคเหนือและอีสาน แล้วเดือนตุลาคมจะลดลงเพื่อจะตกหนาแน่นภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ แต่ปริมาณน้ำฝนจะน้อยกว่าปีปกติ 5-10 เปอร์เซ็นต์

                ทางโหราศาสตร์อุตุฯ ฝนใกล้จะเริ่มหนาแน่นด้วยลีลาดังนี้

                ก.เริ่มตั้งแต่ประมาณ 31 กรกฎาคม 2562 เพราะดาวเจ้าการฝนคือพระอาทิตย์จร-พระพุธจรและพระศุกร์จรเริ่มเกาะกลุ่มคลอเคลียในราศีเดียวกัน หรือแม้จะต่างราศีก็อยู่ใกล้กัน แถมบางครั้งพระจันทร์จรมาทำมุมถึงพระอาทิตย์

                ข.ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป พระพฤหัสบดีจรตัวแทนความมาก-อุดมสมบูรณ์ ที่เดินถอยหลังในราศีพิจิก-ธาตุน้ำจึงก่อนหน้านี้ไม่ช่วยให้น้ำมาก จะวกกลับเดินหน้าเริ่มทำหน้าที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำฝนอีกดวง สอดคล้องกับการทำนายของกรมอุตุนิยมวิทยา อันน่าจะเป็นการเริ่มของปรากฏการณ์ฟ้ารั่วหลายช่วง

                ค.ตั้งแต่ 6 กันยายน 2562 เป็นต้นไป พระเสาร์จรที่เดินถอยหลังในราศีธนูจะวกกลับเดินหน้าเริ่มจำกัดความร้อนอีกครั้ง จึงช่วยเพิ่มความเย็นช่วยให้ฝนตกเพิ่ม

                3.กรมอุตุฯ คาด ตุลาคมฝนทางเหนือ-อีสานลดลง เลื่อนมาตกภาคกลาง ตะวันออก และใต้

                ทางโหราศาสตร์อุตุฯ บางช่วงเราคงได้เห็นฟ้ารั่วแถวกรุงเทพฯ เช่น ประมาณ 27 ตุลาคม 2562 (ก่อน-หลังสามวัน) เป็นต้น

                4.กรมอุตุฯ บอก พายุหมุนเขตร้อนอาจจะเข้ามาสักสองลูก

       ทางโหราศาสตร์อุตุฯ ผู้เขียนคำนวณแล้วคาดว่าสามลูกคือ

                ลูกแรก ก่อตัวและเข้ามาประมาณ 24กันยายน 2562 (ระยะก่อน-หลัง 7 วัน) เป็นระดับต่ำกว่าดีเปรสชันลงมา (พระอังคารจรกับพระเสาร์จรทำมุมถึงกัน)

                ลูกที่สอง ก่อตัวและเข้ามาประมาณ 10พฤศจิกายน 2562 (ระยะก่อน-หลัง 7 วัน) ระดับดีเปรสชันขึ้นไป (พระอังคารจรร่วมราศีกับพระราหูจร)พร้อมน้ำฟ้ามากมาย

                ลูกหลง ก่อตัวและ น่าจะมาแบบไม่คาดคิดประมาณ 25 ธันวาคม 2562 (ก่อน-หลัง 7 วัน-พระอังคารจรทำมุมพิเศษถึงพระราหูจร) ส่วน ระดับของพายุคาดหมายยาก แต่น่าจะดีเปรสชันขึ้นไป และแน่นอนลูกนี้นำความชุ่มฉ่ำสู่ภาคใต้ (ผู้เขียนกำลังพยายามศึกษาทิศทางของพายุอยู่-ถ้าผิดพลาดขออภัย)

                5.กรมอุตุฯ เตือน ดินถล่ม-ดินสไลด์ขณะฝนมาหนาแน่นและหนัก

       ทางทักษาจรดวงเมือง ระหว่าง 21 เมษายน 2562-21 เมษายน 2563 ตกภูมิอังคาร คนมัวไปสนใจแต่ทำนาย ว่า เมืองมีการแต่งงานสำคัญ (ลุลาภได้ลูกเมีย) และให้ระวัง ชายโสดสูงสองสี หญิงกาลีพิการ แต่ละเลยผลอีกด้านที่ผู้เขียนเตือนทำนายไว้ในหนังสือศาสตร์แห่งโหร 2562 และให้สัมภาษณ์หลายคราวรวมทั้งช่อง 8 คือ ให้ระวังพระจันทร์เป็นกาลกิณีจร คือ

                พระจันทร์เป็นดาวธาตุดิน-ในดวงเมืองสถิตธาตุน้ำที่กรกฎ ฉะนั้นในระยะที่เป็นกาลกิณีจรนี้จึง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนสิ้นหน้าฝน ประชาชนโปรดระวังภัยจากดินถล่ม ดินสไลด์ที่มากับน้ำ-โคลนให้จงหนัก เพราะน่าจะเกิดแบบไม่คาดฝันเกินคาดคิด (มฤตยูยังทับลัคนาเมือง) จะได้ไม่มีเหตุคล้ายกันซ้ำรอยศาลาริมน้ำแม่กลอง วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงครามถล่มเมื่อไม่นานมานี้

                และสำคัญคือฟังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนดีที่สุด. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"