ชมพรรณไม้งามพระนามราชวงศ์ รื่นรมย์พันธุ์ไม้ในวรรณคดี


   

 

ชวนเที่ยวงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” วันที่ 8-14 ส.ค.นี้

 

     สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นสถานที่ยอดฮิตที่คนเมืองนิยมไปเช็กอิน สูดอากาศดีๆ ออกกำลังกาย และเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิดในสวน

      เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2562 มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคี 25 องค์กรที่ดำเนินการสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 13 “ต่อยอดพระราชปณิธาน สืบสานความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยจัดแถลงข่าวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทนแต่ละหน่วยงานร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและชวนเที่ยวงาน ระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคมนี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร

 

ชมความงามกุหลาบควีนสิริกิติ์

 

      พระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงผูกพันกับสวนใจกลางกรุงแห่งนี้ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า การจัดงานปีนี้เป็นครั้งที่ 13 เดิมสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ ทอดพระเนตรงานทุกปี สวนแห่งนี้เป็นที่ผูกพันพระราชหฤทัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสูง แม้ปัจจุบันทรงประชวร ฤดูกาลที่มีดอกไม้สวยงามออกดอกจะเสด็จฯ ทอดพระเนตรโดยรอบ สองปีก่อนต้นหางนกยูงพันธุ์พิเศษดอกสีส้มอ่อน ไม่ใช่สีแดงที่พบเห็นได้ทั่วไป ออกดอกเป็นช่อเต็มต้นงดงาม พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตร เป็นสวนในพระนามแห่งแรกในกรุงเทพฯ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงงานแทน ซึ่งกรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร อบรมเยาวชนและครูทั่วประเทศ ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาและพันธุ์ไม้ต่างๆ

 

นิทรรศการโครงการพระราชดำริด้านการทอผ้า จะเกิดขึ้นในงานสีสรรพรรณไม้ฯ

 

      งานสีสรรพรรณไม้ฯ ปีนี้ ดร.จรัลธาดา บอกว่า กิจกรรมใหญ่ๆ เป็นโครงการที่รวมองค์กร 25 องค์กรที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ไปดำเนินการสัมฤทธิผล ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มาร่วมจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริในรูปแบบมีชีวิต นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการมีชีวิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในชื่อโครงการค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดแสดงทุกปี จะจัดประกวดพรรณไม้ 9 ชนิด ได้แก่ บอนสี บอนไซ ชวนชม โป๊ยเซียน แก้วกาญจนา แดงเซียน่า โกสน หน้าวัวใบ และลิ้นมังกร สนับสนุนเกษตรกรพัฒนาพรรณไม้ให้สวยงามด้วย

 

นิทรรศการผ้าไหม สานแนวพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

      ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงาน ร่วมกับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา พัฒนาการเกษตรไทย เทิดไท้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อเผยแพร่งานพระราชดำริที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการต่อยอด โดยจัดแสดงนิทรรศการด้านเกษตรที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการด้านการผลิต ต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายผลด้านการตลาด อาทิ การแสดงพันธุ์ข้าวใหม่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 สายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติทนต่อแมลงศัตรูพืช ภัยแล้ง รวมถึงข้าวน้ำตาลและแป้งต่ำเพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งได้ปรับปรุงสายพันธุ์และนำเทคโนโลยีมาถ่ายทอดสู่เกษตรกร

      ตัวอย่างดีๆ มาโชว์ในงาน ระพีภัทร์ให้ข้อมูลเพิ่มว่า จะมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวสี 4 ภาค นิทรรศการพันธุ์ดาหลา คือ ต้นดาหลาและดอกดาหลา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเส้นใยดาหลา รวมถึงผ้าไหมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ตลอดจนมีร้านกาแฟปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่ สินค้าขึ้นชื่อชาวมูเซอบ้านปางม่วง จ.เชียงราย มาออกร้าน สื่อวิถีชุมชนคนอยู่กับป่า แต่ละวันมีการสาธิตและฝึกอาชีพ รวมถึงจัดกิจกรรมไถ่ชีวิตโคกระบืออย่างละ 1 คู่ รวม 4 ตัว ในวันที่ 11 ส.ค. ประชาชนร่วมบริจาคเงินทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สำหรับโคกระบือที่ไถ่ชีวิตจะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรที่ยากจนต่อไป

เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างที่เป็นต้นแบบต่อยอดพระราชปณิธาน

 

      เนรมิตสวนให้สวยงามด้วยพรรณไม้สำคัญ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารจัดการภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปีนี้ มก.เตรียมนำดอกไม้มาสู้กับ กทม. เสนอแนวคิด “พรรณไม้งามพระนามราชวงศ์” เป็นเรื่องพรรณไม้ใหม่ๆ และพรรณไม้หายากในเชิงวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญความเป็นมงคลเรื่องชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธยหรือพระนามาภิไธยในการตั้งชื่อพรรณไม้พระราชทาน โดยจะจัดแสดงพรรณไม้จริงและรูปภาพพรรณไม้ และมีจุดเช็กพอยต์ให้เข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างสวยงาม เช่น “กันภัยมหิดล” ตั้งชื่อตามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, “บัวควีนสิริกิติ์” ซึ่งผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ปี 2552 สวยที่สุดในโลก เพราะกลีบดอกสีม่วง โคนดอกสีขาว เกสรสีเหลือง

 

บัวควีนสิริกิติ์ พรรณไม้งามพระนามราชินีในรัชกาลที่ 9

 

     “ แล้วยังมีชื่อ “กุหลาบควีนสิริกิติ์” ผสมขึ้นมาใหม่ปี 2554 สีเหลืองแกมส้ม กลิ่นหอม โดย มร.อองเดร อองดริก ชาวฝรั่งเศส ชื่อภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “พระราชินีแห่งประเทศไทยทรงพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์แห่งตะวันออกเหนือตะวันตก” แสดงถึงความชื่นชมพระราชวงศ์ไทย ได้แรงจูงใจจากงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกมหาสมาคม ซึ่งพสกนิกรต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองมาถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม รวมทั้งดอนญ่าควีนสิริกิติ์ กลุ่มนักผสมพันธุ์ประเทศฟิลิปปินส์ทูลเกล้าฯ ถวาย นอกจากพรรณไม้พระนามพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ยังมีพรรณไม้งามพระนามกรมสมเด็จพระเทพฯ เช่น สิรินธรวัลลีและจำปีสิรินธร โดยภาควิชาพืชสวนและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะเนรมิตอุทยานพรรณไม้ให้งดงามตระการตา” ดร.ดำรงค์ กล่าว

จัดแสดงพรรณไม้ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์

 

      ความพิเศษงานครั้งนี้ มีพรรณไม้ในวรรณคดีประดับประดา วิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มากว่า 20 ปี ปีนี้ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” โดยเตรียมปรับภูมิทัศน์สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด โดยเฉพาะปทุมมาหลากหลายพันธุ์ที่จะบานสะพรั่ง และยังมีดอกบานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย สร้อยไก่ ฯลฯ รวมกว่าแสนต้น เพิ่มสีสัน สร้างความตระการตาแก่ผู้มาเที่ยวชม 

      แล้วยังมีนิทรรศการในธีม “พรรณไม้ในวรรณคดีไทยในเขตกรุงเทพมหานคร” ด้วยตระหนักคุณค่าวรรณคดีไทยและส่งเสริมความรู้ด้านการใช้ประโยชน์พรรณไม้ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จะจัดแสดงพันธุ์ไม้ในวรรณคดีไทยที่ กทม.รวบรวมปลูกไว้ พร้อมข้อมูลรายละเอียดและความเกี่ยวพันกับวรรณคดีไทย เช่น ต้นกาหลง จากเรื่องรามเกียรติ์และพระอภัยมณี, ต้นประยงค์ จากเรื่องลิลิตพระลอและขุนช้างขุนแผน, ต้นมหาหงส์ จากเรื่องอุณรุทและอิเหนา รวมถึงแสดงตัวเอกของเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วย อีกส่วนเป็นข้อมูลพรรณไม้ในวรรณคดีที่ปลูกไว้ในพื้นที่สวนสาธารณะของ กทม. เช่น สวนจตุจักรและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รวบรวมพรรณไม้มากกว่า 63 ชนิดจากวรรณคดีไทย 17 เรื่อง เช่น เรื่องอิเหนา พระอภัยมณี รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน ฯลฯ อยากชวนประชาชนเข้าชมงานและนิทรรศการ

25 องค์กรจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริแบบมีชีวิต

 

      นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมจัดนิทรรศการ “ป่ารักน้ำ ตามรอยแม่” ชูผลงานโครงการป่ารักน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านถ้ำติ้ว จ.สกลนคร ที่เป็นต้นแบบโครงการป่ารักน้ำในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระองค์ทรงปลูกป่าเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรและรับสั่งให้ราษฎรดูแลรักษาป่า พร้อมทั้งปลูกป่าเสริมต่อไป อีกทั้งมีพระราชประสงค์ให้เห็นความสำคัญการอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร นิทรรศการนำเสนอวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นของชาวภูไท พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชดำริในพื้นที่อีสาน โซนนี้ทุกวันจะแจกกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจากแม่ไม้ในแปลงที่สมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ได้แก่ ไม้แดง และไม้ประดู่ วันละ 100 ต้น รวม 700 ต้น พร้อมทั้งแจกกล้าไม้มีค่า จำนวน 2,000 ต้น ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ มะฮอกกานี หว้า นนทรี อินทนิล แดง พะยอม คูน และสะเดา ให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ เป็นต้น

 

 

 

 

 

 


ที่ "อุบลราชธานี"....."กองทัพน้ำใจ" กับ "กองทัพน้ำท่วม" ขับเคี่ยวกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ ดูเหมือน "กองทัพน้ำ" กำลังอ่อนแรง 

'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร