ถวายพระพร‘พระพันปีหลวง’


เพิ่มเพื่อน    

 "ในหลวง-พระราชินี" ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง"  ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ "ปชช." เปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง "นายกฯ" นำประชาชนทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

    เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 18.01 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
    เมื่อเสด็จฯ ถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ขึ้นชานหน้าพระอุโบสถ ทรงรับการถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตจีนและญวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์  พระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์บนแท่น ซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์
    จากนั้นเสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรเล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระราชอาสน์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระราชอาสน์ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรเล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ
    ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล พระสงฆ์ 89 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง เมื่อทรงจุดแล้ว เจ้าพนักงานเชิญไปตั้งที่โต๊ะหน้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จฯ ไปทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
    ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนผ้าไตรแด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ 89 รูป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา  ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
    หลังจากพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง เวลา 19.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระดำเนินจากศาลาสหทัยสมาคม แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนจักรีจรัณย์ เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลานจนถึงหน้าศาลหลักเมือง สิ้นสุดที่ศาลฎีกา แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญ
    การนี้ ทรงพระดำเนินไปบริเวณที่ประชาชนนั่งเฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงโบกพระหัตถ์ทักทาย ทรงแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกรตลอดสองฟากฝั่งเส้นทางพระดำเนิน ยังความปลาบปลื้มให้แก่ประชาชนเป็นล้นพ้น ขณะเดียวกันประชาชนที่มาเฝ้าฯ รอรับเสด็จบริเวณสนามหญ้ารอบกำแพงพระบรมมหาราชวังและบนถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน ประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นไปจนถึงศาลฎีกา ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง โดยประชาชนปักหลักจับจองพื้นที่รอรับเสด็จตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำ แม้ช่วงเย็นจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ไม่ย่อท้อ ต่างหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประชาชนสวมเสื้อสีฟ้าจำนวนมากมาจับจองพื้นที่รับเสด็จตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยมีการรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมสวมแมสก์ ประชาชนต่างก้มกราบและเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ก่อนจะโบกสะบัดธงชาติ, ธงตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงตราสัญลักษณ์พระนามาภิไธยย่อ ส.ท. โดยพร้อมเพรียง
    ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง เวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2563 โดยมีองคมนตรีและภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ ร่วมในพิธี
    โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการและภาคเอกชน จะร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป
    จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป  พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยแพทย์พระราชทาน กองแพทย์หลวงและกองแพทย์ราชสำนักและแพทย์ประจำพระองค์ ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบก กรมการพัฒนาเรือและกรมการแพทย์ทหารอากาศด้วย
    ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพและคณะทูตานุทูต อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ, นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และคณะองคมนตรี ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ ในพระบรมมหาราชวัง
จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
    เวลา 19.19 น. พล.อ.ประยุทธ์และภริยาเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช  2563 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง
    วันเดียวกัน ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน นำแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พร้อมลงนามถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ หน่วยราชการในพระองค์, มูลนิธิชัยพัฒนา, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, บจก.ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บจก.เครือเจริญโภคภัณฑ์,สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงมหาดไทย, บจก.ไทยเบฟเวอเรจ, คณะผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย มหาชน, กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์, สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ฯลฯ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
    สำนักพระราชวังยังเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล บริเวณสนามหญ้าหน้ากองแพทย์หลวงในพระบรมมหาราชวัง โดยเปิดให้ประชาชนลงนามตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ซึ่งในการจัดลงนามถวายพระพรภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้มีการดูแลความสะอาดและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคตามคำแนะนำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการตรวจวัดอุณหภูมิ, ผู้ลงนามถวายพระพรสวมใส่หน้ากากอนามัย และจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนลงนาม โดยประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทุกทั่วประเทศ สวมใส่เสื้อสีฟ้าทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
    นายสมเกียรติ แก้วปรียากร อายุ 56 ปี เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมภรรยาและบุตร 2 คน โดยถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมวงศานุวงศ์แนบกาย กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตบางขุนเทียน เพื่อลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแสดงความจงรักภักดี ทรงรักพสกนิกรเหมือนลูก ช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขตลอดมา ชื่นใจที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ส่วนชาวบ้านที่อยู่บนดอยคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยโครงการพระราชดำริต่างๆ โดยเฉพาะโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เสด็จฯ ทุกพื้นที่ช่วยให้ราษฎรมีรายได้มากขึ้น แล้วป่าก็อุดมสมบูรณ์ แม้แต่ในเมือง ก็ทรงสร้างพื้นที่สีเขียวเป็นป่ากลางกรุง ทำให้คนกรุงเทพฯ มีที่พักผ่อนหย่อนใจ    
    นางธันยพร อร่ามเมคา ชาวกรุงเทพฯ อายุ 60 ปี เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมญาติ โดยถือพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเหนือศีรษะด้วยความเทิดทูน กล่าวว่า วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินีในรัชกาลที่ 9 จะมาลงนามทุกปี ทรงเป็นแบบอย่างของแม่แห่งแผ่นดิน ทรงงานหนักเพื่อพัฒนาทุกพื้นที่ของไทยเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับใจงานด้านพัฒนาสตรี ทรงตั้งกลุ่มทอผ้า กลุ่มหัตถกรรม กลุ่มอาหารแปรรูป ทำให้สตรีมีอาชีพ ส่วนโครงการศิลปาชีพฯ ก็เป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติ พัฒนาภูมิปัญญาของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทุกวันนี้ผ้าไหมไทยโกอินเตอร์แล้ว เสร็จจากลงนามจะไปร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติที่สนามหลวง และเฝ้ารอรับเสด็จในหลวงและพระราชินีช่วงเย็นที่วัดพระแก้ว จากนั้นจะไปร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรที่สนามหลวง วันนี้ประชาชนมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์จำนวนมาก
    นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ส.ว. เดินทางมาพร้อมคณะผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี และสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 คน กล่าวว่า ตั้งใจมาลงนามถวายพระพรด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงดูแลใส่ใจในสารทุกข์สุกดิบของปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทย ทรงส่งเสริมให้สตรีมาทอผ้าไหม ผ้าประจำถิ่น ทำให้คนทั่วไปได้รู้จัก ผ้าไหมมัดหมี่ สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ในฐานะตัวเองทำงานด้านสตรี จึงตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการส่งเสริมบทบาทของสตรี รวมทั้งช่วยเหลือสตรีที่ด้อยโอกาส
ทั่วปท.จัดทำบุญตักบาตร
    นางกนกพรรณ ทาตา อายุ 65 ปี ชาวบ้านจังหวัดเชียงราย เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมกับเพื่อนบ้าน นางสายทอง เครือสนธิ์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ตัวเองเป็นคนแม่สาย แต่ย้ายมาเลี้ยงหลานที่กรุงเทพฯ ประมาณ 10 ปีแล้ว วันนี้ลูกๆ หยุดทำงาน มีคนดูแลหลาน จึงชวนเพื่อนบ้านเดินทางจากย่านนวลจันทร์ มาพร้อมกันเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีโอกาสชมผ่านทางทีวีเท่านั้น โดยตั้งใจจะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลหลักเมือง พระแก้วมรกต เพื่อขอพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตราบนานเท่านาน
    นางสายทองกล่าวเสริมว่า เมื่อปี พ.ศ.2525 มีโอกาสได้อุ้มลูกมารอเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่าน แม้จะนานมาแล้วแต่ยังจำความรู้สึกตื่นเต้นจนน้ำตาไหลไว้ได้ ทุกวันนี้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากทั่วประเทศ ซึ่งถ้าไม่มีพระองค์ท่าน คงไม่สุขสบายกันแบบนี้
    เวลา 12.00 น. บริเวณพิธีท้องสนามหลวง กองทัพบก (ทบ.) กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2563 ขณะที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด ส่วนที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ (ทอ.) โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เช่นเดียวกัน
    ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธานพิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 ส.ค.2563 โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คณะที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพเรือ กรมทหารพรานที่ 12 เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
    ในส่วนประชาชนแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ต่างจัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหา 2563
    จ.นครราชสีมา บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดีด้วยการสวมใส่ชุดผ้าไทยสีฟ้า เสื้อสีฟ้า รวมกว่า 1,000 คน ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหา 2563 วันแม่แห่งชาติของ จ.นครราชสีมา
    จ.นครพนม บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม หน้าวัดมหาธาตุ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนจังหวัดนครพนม ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2563
    จ.กระบี่ บริเวณลานพระอุโบสถวัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้าร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาประจำปี 2563.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"