
ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน รอลงอาญา 3 ปี "เสี่ยเบนซ์" เมาขับชนรถ "รองตี๋" ดับ 2 ศพ พร้อมสั่งถอนใบขับขี่-ห้ามดื่มของมึนเมาทุกชนิด เจ้าตัวบอกซาบซึ้งที่ครอบครัวผู้สูญเสียให้อภัย
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถนนทุ่งมังกร ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1839/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เป็นจำเลย ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา
โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อเดือน มิ.ย.2562 กรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 เวลาประมาณ 23.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดงได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์ชนกันที่ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เบนซ์ ทะเบียน บฮ-789 กทม. แต่ขณะนั้นไม่พบตัวคนขับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำตัวส่งโรงพยาบาลธนบุรี 2 เพราะได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เกิดเหตุพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพฯ และทราบจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ายังมีนางนงนาฏ งามสุวิชชากุล ภรรยา และบุตรสาวอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ต่อมา นางนงนาฏได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า นายสมชายได้ขับรถเบนซ์วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 3 จะไปทางถนนพุทธมณฑลสาย 2 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ได้ขับรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของ พ.ต.ท.จตุพร ที่วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 2 กำลังมุ่งหน้าไปถนนพุทธมณฑลสาย 3 จึงได้พุ่งชนกันอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้ง 2 คันได้รับความเสียหาย พ.ต.ท.จตุพรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่าคืนเกิดเหตุ นายสมชายได้ดื่มเบียร์มาจากสนามไดรฟ์กอล์ฟ แขวง-เขตทวีวัฒนา ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
นายสมชายสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งให้มีการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา โดยให้พนักงานคุมประพฤติรายงานผลการสืบเสาะนั้นให้ศาลทราบภายใน 15 วัน และให้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งระหว่างนั้นนายสมชายก็ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 200,000 บาท
วันนี้นายสมชายและทนายความก็เดินทางมาศาลพร้อมกับฟังคำพิพากษา ฝ่ายครอบครัวรองตี๋ ผู้ตาย ก็มีบุตรสาวทั้งสองอายุ 16 ปี และ 12 ปี เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาพร้อมกับป้า ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้เป็นผู้ปกครองแทนบิดา-มารดาที่เสียชีวิตด้วย
ศาลพิเคราะห์คำฟ้องประกอบคำรับสารภาพและรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยเกี่ยวกับประวัติการศึกษา อาชีพ ครอบครัวแล้ว จึงมีคำพิพากษาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2284/2562 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291, 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.43 (2) (4), 67 วรรคหนึ่ง, 152, 157, 160 ตรี วรรคสาม วรรคสี่ อันการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราฯ มาตรา 43 (2) ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 6 ปี และปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ปรับ 100,000 บาท ซึ่งหากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.29, 30 รวมทั้งมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอกนุญาตขับขี่ของนายสมชาย จำเลย และสั่งห้ามจำเลยดื่มสุรา-เบียร์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดด้วย พิเคราะห์ตามรายงานสืบเสาะแล้ว โทษจำคุกจำเลยนั้นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ภายใน 2 ปี กับทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ มีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายเวลา 1 ปี ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด
ภายหลัง นายสมชายกล่าวว่า ตนอยากจะกราบขอบพระคุณครอบครัวผู้เสียหายทั้งสองครอบครัว ที่ตนซาบซึ้งมากคือท่านได้ให้อภัยในการกระทำของตนตั้งแต่วันแรกๆ และอนุญาตให้ไปรดน้ำศพตั้งแต่คืนแรกจนถึงบวชหน้าไฟในวันสุดท้าย การให้อภัยคือบุญที่ประเสริฐ ตนก็บอกกับตัวเองให้ตอบแทนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือเหตุผลที่ตนได้เยียวยาไป หลังจากที่มีการเยียวยาเงินส่วนใหญ่ทั้งหมดก็จะตกไปอยู่กับน้องทั้งสอง และตนคิดว่าส่วนครอบครัวของคุณขนิษฐาที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องทั้งสอง รวมเป็น 7 คน เงินใช้จ่ายแต่ละเดือนคงจะไม่พอ เพื่อเป็นการตอบแทนในการอโหสิกรรมและให้อภัย ตนก็อยากมอบเงินให้กับน้องทั้งสองคนละ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีกเดือนละ 20,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 40,000 บาท ก็จะมีการช่วยเหลือกันทุกเดือน ตามที่บอกเป็นระยะเวลา 8 ปี จนกว่าน้องทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ ตนกระทำความผิดคงไม่กล้าไปให้คำแนะนำใคร ทุกคนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตนก็เลิกดื่มตลอดชีวิต ใครจะทำตามก็ได้ ขอขอบคุณสังคมที่ให้ความเมตตา เข้าใจ
ด้านนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ อายุ 45 ปี พี่สาวของนางนงนาฏ ภรรยารอง ผกก.ป. ที่เสียชีวิต กล่าวว่า ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใดก็ตามที่ได้เกิดการสูญเสีย ไม่มีทางไหนที่จะทำให้เกิดการพอใจได้ การสำนึกผิดที่จะบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมต่อไปถือเป็นสำนึกที่ดี และทางครอบครัวต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้น้องทั้งสองอย่างมากมาย ทำให้เราก้าวข้ามผ่านวันที่ลำบากยากเย็นมาได้
ส่วน น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือน้องพลอย อายุ 16 ปี บุตรสาวคนโตของรองตี๋ กล่าวว่า ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้น และให้อภัยนายสมชาย สิ่งที่ทำให้ก้าวผ่านเหตุการณ์มาได้ มีทั้งเพื่อน ที่บ้าน และทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้ ซึ่งตนและน้องก็จะตั้งใจเรียนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนเล็ก ที่มีป้าเป็นผู้ปกครองดูแลอยู่.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |